วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดฯส่งหนังสือเตือนโบรกฯจับตาหุ้นปั่น

ตลาดหลักทรัพย์ส่งหนังสือเเตือนโบรกเกอร์ดูแลการซื้อขายหุ้นเก็งกำไร หลังพบมีหลักทรัพย์กว่า 61 ตัวมีพีอีเกิน 40 เท่า

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าตลาดหลักทรัพย์ได้ทำหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทุกแห่ง เพื่อขอความร่วมมือในการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีการเก็งกำไรสูง รวมทั้งทบทวนความเข้าใจในหลักการของการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยบัญชีเงินสด (แคช บาลานซ์) เนื่องจากปัจจุบัน พบว่า มีหุ้นที่มีราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) สูงมากกว่า 40 เท่า มีถึง 61 ตัว รวมทั้งหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยบางตัวไม่มีปัจจัยพื้นฐานเข้ามารองรับและมีกำไรไม่สอดคล้องกับพีอีที่ปรับเพิ่มขึ้น ตลาดหลักทรัพย์จึงต้องการให้บริษัทหลักทรัพย์ แนะนำผู้ลงทุนในเรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่เป็นการแนะนำให้ลงทุนเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์มีมาตรการตรวจสอบและดูแลความเคลื่อนไหวราคาหุ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยหากการขอความร่วมมือจากโบรกเกอร์ครั้งนี้ ไม่ทำให้ความร้อนแรงของราคาหุ้นลดลง ตลาดหลักทรัพย์ยังมีมาตรการคุมเข้มอื่นๆ รองรับนอกเหนือจากมาตรการเบื้องต้น คือ การให้ลูกค้าซื้อขายผ่านบัญชีแคช บาลานซ์ และให้บริษัทชี้แจงข้อมูล (Trading Alert List)

นักลงทุนทุกคนควรใช้สติในการลงทุน โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจบริษัทนั้นๆ เป็นหลัก และควรใช้เงินสดในการลงทุน ไม่ควรกู้ยืมเงินมาลงทุน เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาภายหลัง

รายงานข่าวแจ้งว่า ในหนังสือที่ตลาดหลักทรัพย์ ส่งถึงบริษัทหลักทรัพย์ ระบุว่า จากการติดตามการซื้อขายในช่วงที่ผ่านมาพบมีการซื้อขายในลักษณะเก็งกำไรสูงในหลายหลักทรัพย์ โดยราคาและปริมาณปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากช่วงก่อนหน้า และพบหลายหลักทรัพย์ดังกล่าวเคลื่อนไหวผิดปกติจนเข้าข่ายที่ต้องให้ลูกค้าซื้อขายผ่านบัญชีแคช บาลานซ์ ตลาดหลักทรัพย์จึงต้องดำเนินการให้บริษัทชี้แจงข้อมูล (เทรดดิ้ง อเลิร์ท ลิสท์)

ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยง ตลาดหลักทรัพย์ ขอให้บริษัทหลักทรัพย์ เพิ่มความระมัดระวังในการกำกับดูแลการซื้อขายของลูกค้า โดยเฉพาะในหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายเก็งกำไรสูงและไม่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน รวมทั้งขอทำความเข้าใจในหลักการของการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยบัญชีแคช บาลานซ์ ว่าต้องเป็นบัญชีที่ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนกับบริษัทหลักทรัพย์ ก่อนการซื้อหลักทรัพย์ ไม่สามารถใช้หลักประกันอื่นใดนอกจากเงินสดมาวางแทนได้

ส่วนภาพรวมตลาดหุ้นไทยวานนี้ (17 ม.ค.) ดัชนีค่อนข้างผันผวน แต่มูลค่าการซื้อขาย หรือวอลุ่มยังคงหนาแน่น ระหว่างวันปรับขึ้นสูงสุดที่ระดับ 1,422.50 จุด ปรับลดลงต่ำสุดที่ระดับ 1,410.10 จุด ปิดตลาดที่ระดับ 1,420.95 จุด ปรับขึ้น 4.81% หรือ 0.34% วอลุ่มซื้อขาย 59,237.38 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 657.39 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 210.33 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 36.24 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 831.48 ล้านบาท

ด้านนายธวัชชัย อัศวพรไชย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันการซื้อขายหุ้นเพื่อการเก็งกำไรนั้น อาจจะมีปริมาณสูงถึง 2-3 หมื่นล้านบาท จากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ต่อวันสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเล่นหุ้นเพื่อการเก็งกำไร เป็นสิทธิที่นักลงทุนสามารถทำได้อยู่แล้วในตลาดหุ้น แต่นักลงทุนเองจะต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน ทั้งในหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูงที่มีความเสี่ยงที่สูงมากรวมถึงในหุ้นทั่วไปด้วย

ทั้งนี้หนังสือที่ตลาดหลักทรัพย์ส่งให้กับบริษัทหลักทรัพย์ เป็นการขอความร่วมมือ และใช้ความระมัดระวังในการกำกับดูแลลูกค้า ในการซื้อขายผ่านบัญชีเงินสดเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าการซื้อหุ้นเก็งกำไรนั้นจะมีความเสี่ยงต่อบริษัทหลักทรัพย์เอง ที่จะมีความเสี่ยงในการชำระเงินหลังซื้อหลักทรัพย์ของลูกค้า ซึ่งแต่ละบริษัทหลักทรัพย์อาจปรับเปลี่ยนวิธีการวางเงินประกันเพิ่มจากเดิม 15% เป็น 20% เพื่อรองรับปัญหาดังกล่าว