ตลาดเปิดแผนปี"56 เพิ่มฐานผู้ลงทุน 9.6 หมื่นบัญชี มาร์เก็ตแคปบจ.ใหม่ 1.2 แสนล้านบาท บจ.ระดมทุนเพิ่ม 1 แสนล้านบาท ผนึกตลาดGSM-อาเซียน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในหลาย ๆ ด้าน และเป็นปีแห่งการยกระดับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในหลายมิติ โดยเฉพาะ การปรับขึ้นอันดับของตลาดทุนไทยเป็นหนึ่งใน 10 ของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ชั้นนำของโลก (Advanced Emerging Market) โดย FTSE และการปรับอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Ranking) ของบริษัทจดทะเบียนไทยขึ้นเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค ขณะที่ MSCI เพิ่มหลักทรัพย์ไทย 4 หลักทรัพย์ในการคำนวณดัชนีของ MSCI Global Standard Indices ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนหลักทรัพย์มากที่สุดในเอเชีย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเปิดใช้ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ SET CONNECT ด้วยเทคโนโลยีชั้นนำของโลกรองรับปริมาณซื้อขายได้เพิ่มสูงขึ้น พร้อมตอกย้ำความน่าสนใจของตลาดทุนไทยด้วยการเปิดประตูการลงทุนสู่ภูมิภาค ASEAN ขณะที่ในปี 2555 นี้ มูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่ 32,304 ล้านบาทต่อวัน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี 10 เดือน ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นปี 2555 สูงที่สุดนับตั้งแต่จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ และมูลค่าตลาดรวมของหุ้นใหม่และการระดมทุนบริษัทจดทะเบียน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 10 ปี
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2556 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ต่อเนื่องอย่างมีเสถียรภาพ จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การขยายตัวการลงทุนของภาคเอกชน และการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม วิกฤตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปจะยังคงยืดเยื้อ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในหลายด้าน ขณะที่สถาบันการเงินต่างประเทศยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงของเงินกองทุนที่ต้องมีให้เพียงพอตามกฎเกณฑ์ใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง
สำหรับแผนงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2556 ได้มุ่งต่อยอด “สานโอกาสการลงทุน เพื่อคุณ เพื่อธุรกิจ” โดยให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้ลงทุนบุคคลกลุ่มใหม่ การเพิ่มมูลค่าตลาดรวม การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมของ บจ.ไทย อย่างต่อเนื่อง
@ขยายฐานผู้ลงทุน
นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด กล่าวว่า ในปี 2556 ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนบัญชีผู้ลงทุนบุคคลที่ซื้อขายหลักทรัพย์อีก 96,600 บัญชี และจำนวนบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอีก 22,000 บัญชี โดยมุ่งขยายฐานไปยังกลุ่มผู้ลงทุนบุคคลรายใหม่ ที่เป็นผู้ออมในระบบธนาคาร ผู้เริ่มลงทุน คนรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้นิยมออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันพบว่าการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทุนบุคคลสูงกว่า 50% เป็นครั้งแรก โดยจะร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จัดแคมเปญและสื่อสารครบวงจรเพื่อขยายฐานผู้ลงทุนผ่านออนไลน์ และจัดโรดโชว์การลงทุนทั่วประเทศตลอด 12 เดือน นอกจากนี้จะทำงานร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมในการให้ความรู้ ความเข้าใจกับผู้ลงทุนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้ผู้ลงทุนเห็นประโยชน์ในการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้น
@เพิ่มมูลค่าตลาดรวม
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน เปิดเผยว่า ในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าตลาดรวมจากหลักทรัพย์จดทะเบียนใหม่ 120,000 ล้านบาท โดยมาจากบริษัทที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมในประเทศ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการเข้าจดทะเบียนบริษัทในเครือของบริษัทจดทะเบียน (spin-off) และบริษัทโฮลดิ้งจากกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
สำหรับบริษัทจดทะเบียน คาดว่าจะมีมูลค่าการระดมทุนเพิ่มในปี 2556 จำนวน 100,000 ล้านบาท ด้วยเครื่องมือที่บริษัทจดทะเบียนนิยมใช้ เช่น warrant, stock dividend, stock split
@ความร่วมมือกับ GMS และอาเซียน
ดร.ภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นโอกาสการเติบโตจากกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ประเทศกัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และมีความต้องการระดมทุนสูงมาก โดยมีนักธุรกิจไทยดำเนินธุรกิจใน GMS เพิ่มขึ้นและต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯได้เตรียมช่องทางการเข้าจดทะเบียนของบริษัทโฮลดิ้งที่ทำธุรกิจในกลุ่มประเทศเหล่านี้แล้ว นอกจากนี้ ในปี 2556 นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาค เพื่อสร้าง visibility ให้กับตลาดทุน GMS สนับสนุนสถาบันตัวกลางในการเปิดสาขาและทำธุรกรรมในตลาดทุนดังกล่าว รวมทั้งสนับสนุนการเชื่อมโยงและให้บริการหลังการซื้อขายระหว่างตลาดหลักทรัพย์และตลาดทุน GMS
สำหรับการส่งเสริมการลงทุนในระดับภูมิภาค ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์อาเซียน จัดงาน roadshow Invest ASEAN นอกเหนือจากที่จัดไปแล้วที่กรุงเทพฯ จะนำบริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทจดทะเบียนไทยพบกับผู้ลงทุนบุคคลและบริษัทหลักทรัพย์ท้องถิ่นในอาเซียนเพื่อให้รู้จักกับตลาดทุนไทยมากขึ้น ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ประเทศสิงคโปร์ และเดือนมีนาคมที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงเตรียมออกดัชนีใหม่ สำหรับหลักทรัพย์อาเซียน ได้แก่ broad-based ASEAN Index, ASEAN Star index และ sectoral index เพื่อเป็นฐานสำหรับการออกกองทุนต่าง ๆ ต่อไป
@พัฒนาสินค้าและบริการพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน
ในปี 2556 ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบซื้อขายและระบบชำระราคาสำหรับตราสารอนุพันธ์อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเริ่มใช้งานในปี 2557 นอกจากนี้ยังมีแผนปรับปรุงเพิ่มช่องทางระบบการซื้อขาย เช่น Direct Market Access (DMA) และ Program Trading เพื่อให้ผู้ลงทุนส่งคำสั่งซื้อขายด้วยตัวเองผ่านระบบบริษัทหลักทรัพย์สมาชิก หลังเห็นความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนจากช่องทาง DMA เป็น 10% ของมูลค่าซื้อขายทั้งหมด จากปัจจุบันที่ 7%
นางชนิสา ชุติภัทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานปฏิบัติการ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการตามแผนแม่บทงานปฏิบัติการ (Operations Master Plan) ได้แก่ 1) การพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารความเสี่ยงของสำนักหักบัญชีเพื่อให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับชั้นนำของภูมิภาค 2) ขยายช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการไปยังกลุ่มผู้ลงทุนและสมาชิกใหม่ ๆ โดยพัฒนาระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ใหม่ สำหรับตราสารทุน ตราสารอนุพันธ์ และตราสารหนี้ ให้อยู่บน platform เดียวกัน และ 3) พัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ให้ครอบคลุมธุรกิจอื่นๆ ที่นอกเหนือจากธุรกิจหลักในปัจจุบัน ได้แก่ การให้บริการธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending: SBL) และการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-strategy) กับผู้ลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย
@ยกระดับคุณภาพ บจ.ไทย และเพิ่มบทบาท CSRI
นายจรัมพร กล่าวถึงแผนการพัฒนาตลาดทุนระยะยาวในปี 2556 ว่า ด้านบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนปรับปรุงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนให้สอดคล้องกับเกณฑ์การวัดระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับอาเซียน (ASEAN CG Scorecard) เพื่อเพิ่มศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนไทยให้เป็นหลักทรัพย์ที่น่าลงทุนในมุมมองของผู้ลงทุนต่างประเทศ และยังเป็นการเตรียมความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจ รวมถึงส่งเสริมให้สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม (CSRI) เป็นสถาบันหลักในการพัฒนาความรู้แก่บริษัทจดทะเบียนไทย เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและผลักดันสู่การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง นำไปสู่มาตรฐาน Dow Jones Sustainability Index
@2555 ความสำเร็จแห่งการยกระดับตลาดหลักทรัพย์ไทย
นายจรัมพร กล่าวว่า การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดปี 2555 ถือว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและเป็นปีแห่งการยกระดับตลาดหลักทรัพย์ไทยในหลาย ๆ ด้าน นอกจากจะบรรลุเป้าหมายโดยรวมที่ตั้งไว้แล้ว ยังได้รับการยกอันดับจากสถาบันระดับโลกในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การยกระดับตลาดทุนไทย เข้าไปเป็น 1 ใน 10 ของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ชั้นนำ (Advanced Emerging Market) โดยฟุ้ตซี่ กรุ๊ป (FTSE Group) การยกอันดับด้านการกำกับดูแลกิจการของตลาดทุน CG Watch 2012 เป็นอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และฮ่องกง โดย Asia Corporate Governance Association ที่มีการประเมินจาก 11 ประเทศทั่วเอเชีย และตลอดทั้งปี 2555 MSCI เพิ่มหลักทรัพย์ไทย 4 หลักทรัพย์ในดัชนี MSCI Global Standard Indices ซึ่งถือว่าประเทศไทยมีจำนวนหลักทรัพย์รวมเพิ่มเข้าไปมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิค และเพิ่มสุทธิอีก 4 หลักทรัพย์ในการคำนวณดัชนี MSCI Global Small Cap Indices
"การได้รับการยกอันดับต่างๆ รวมถึงการที่หลักทรัพย์ไทยได้ถูกนำเข้าไปคำนวณดัชนีมาตรฐานระดับโลกเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทยและบริษัทจดทะเบียนไทยที่ได้ร่วมกันพัฒนา แม้ปัจจัยภายนอกผันผวนสูงมากในปี 2555 จะส่งผลทางลบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยบ้างในบางช่วง แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังสามารถดำเนินงานได้ตามแผนที่ตั้งไว้ เป็นการตอกย้ำความน่าสนใจของตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดทุนไทย ซึ่งจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในอนาคต รองรับการแข่งขันในระดับนานาประเทศได้"นายจรัมพร กล่าว
@ยกระดับ IT Platform และระบบชำระราคา
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปลี่ยนระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ SET CONNECT ทดแทนระบบเดิมเพื่อรองรับปริมาณซื้อขายได้มากขึ้น สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้รวดเร็วขึ้นรองรับการเชื่อมโยงกับตลาดทุนโลกได้มากขึ้น โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน พร้อมกันนี้ ยังได้เริ่มใช้ระบบเผยแพร่ข้อมูลการซื้อขาย (Market Data System) และระบบงานกำกับการซื้อขายใหม่ (Market Surveillance System) ด้วย โดยนอกจากการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญตามแผน IT Master Plan แล้วยังได้จัดทำแผนแม่บทงานปฏิบัติการ (Operations Master Plan) แล้วเสร็จ เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับธุรกิจและบริการใหม่ให้เอื้อต่อการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับสากล ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนางานและขยายธุรกิจบริการหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ให้ครบวงจร โดยขยายขอบเขตการให้บริการงานชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์โดยบุคคลที่สาม (Third Party Clearing) รวมถึงบริการการเป็นตัวแทนการเก็บรักษาหลักทรัพย์ในต่างประเทศให้กับผู้ลงทุนไทยผ่านการแต่งตั้ง global custodian
สำหรับการพัฒนาระบบชำระราคาใหม่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้คัดเลือกตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange) เป็นผู้ออกแบบและพัฒนาระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ สำหรับตราสารทุน ตราสารอนุพันธ์ และตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการระบบชำระราคาสำหรับตราสารอนุพันธ์ก่อนภายในปี 2557 ยกระดับความเป็นสากล ASEAN Trading Link
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดเชื่อมโยงกระดานซื้อขายหลักทรัพย์อาเซียน (ASEAN Trading Link) ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เมื่อกลางตุลาคม 2555 นับเป็นจุดเริ่มต้นการทำธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์อาเซียนที่สะดวกรวดเร็ว และกระตุ้นความสนใจให้เกิดการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งไทยมากขึ้น
@ดัชนีแตะสูงสุดรอบเกือบ 17 ปี; มูลค่าซื้อขายสูงที่สุดในอาเซียน
มูลค่าซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ไทยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปี 2551 โดยในปี 2555 มีมูลค่าซื้อขายต่อวันสูงสุดในภูมิภาคอาเซียนที่ 32,304 ล้านบาทต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 9.6% โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับขึ้นสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย โดยเพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อน และปรับแตะระดับสูงสุดที่ 1,397.19 จุด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2555 และในปี 2555 มีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 2.98% ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ SET อยู่ที่ 11,831,448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากสิ้นปี 2554 คิดเป็น 103% ของอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทย และเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ mai อยู่ที่ 133,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72%
@สร้างสถิติใหม่: IPO และการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียน
ในปี 2555 ทั้งมูลค่าตลาดรวมของหุ้น IPO และมูลค่าการระดมทุนเพิ่มของบริษัทจดทะเบียน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 10 ปี โดยมีการเพิ่มมูลค่าตลาดรวม 115,768 ล้านบาท จาก 25 บริษัทและกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัทจดทะเบียนใน SET 9 บริษัท (รวมบริษัทที่เข้าจดทะเบียนแบบทางอ้อม Reverse Takeover (RTO) 1 บริษัท mai 10 บริษัท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีก 6 กองทุน
ส่วนการระดมทุนเพิ่มของบริษัทจดทะเบียนและกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่ารวม 257,819 ล้านบาท จาก 162 แห่ง ได้แก่ บริษัทจดทะเบียนใน SET 122 บริษัท (237,997 ล้านบาท) mai 35 บริษัท (3,069 ล้านบาท) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีก 5 กองทุน (16,753 ล้านบาท)
@สินค้าและบริการใหม่
บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองผู้ลงทุน ได้แก่ การเปิดซื้อขายดอลล่าร์ล่วงหน้า (USD futures), ปรับรูปแบบสัญญา SET50 futures และ SET50 options และเริ่มซื้อขาย sector futures ซึ่งอ้างอิงกับดัชนีหมวดธุรกิจต่าง ๆ ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับเกณฑ์การรับบริษัทโฮลดิ้ง ที่มีบริษัททำธุรกิจหลักอยู่ในต่างประเทศเข้าจดทะเบียน และปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์สำหรับธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทุกประเภท ให้สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการออกกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เพิ่มอีก 3 กองทุน ขณะที่มูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุน ETF เติบโตขึ้นเป็น 8,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% จากปีก่อนหน้า และมีการออกหลักทรัพย์ Derivative Warrants (DW) 601 หลักทรัพย์ หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว หลังจากเริ่มให้บริการรับ DW ผ่านระบบ e-listing เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ปี 2555
ในปี 2555 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้เพิ่มช่องทางการซื้อขายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนทางอินเทอร์เน็ต ด้วยการพัฒนาบริการโปรแกรม Settrade Streaming for Android สำหรับซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์เรียลไทม์ รวมทั้งพัฒนาโปรแกรม Settrade Streaming for iPhone และ iPad อย่างต่อเนื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้เปิดตัวบริการแอพพลิเคชั่น “OppDay” บน iPad อำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนในการเข้าถึงข้อมูลบริษัทจดทะเบียนได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว โดยผู้ลงทุนสามารถรับชมกิจกรรม Opportunity Day และดาวน์โหลดข้อมูลบริษัทจดทะเบียนทุกบริษัทในรูปแบบ Factsheet เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
@ส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนสู่มาตรฐาน ESG
ตลาดหลักทรัพย์ ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเดินหน้าสู่มาตรฐาน ESG (Environment, Social and Governance) เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจให้แข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจัดทำแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้บริษัทจดทะเบียนนำไปใช้ปฏิบัติภายในองค์กร อีกทั้งยังส่งเสริมงานผู้ลงทุนสัมพันธ์ และการกำกับดูแลกิจการที่ดีแก่บริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับความรู้แก่ผู้ลงทุนและนำไปสู่การขยายฐานผู้ลงทุนระยะยาว









