วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บัตรเครดิตพลังงานมอเตอร์ไซค์ไม่เวิร์ค

บัตรเครดิตพลังงานมอเตอร์ไซค์รับจ้างฝืด 3เดือนคนใช้บริการแค่ 4 พันราย ขณะที่โครงการจูนอัพเครื่องยนต์ใช้แก๊สโซฮอล์อืด ใช้บริการไม่กี่ร้อยราย

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการบัตรเครดิตพลังงาน ว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการออกบัตรเครดิตพลังงานสำหรับผู้ใช้ก๊าซแอลพีจี ซึ่งในส่วนของครัวเรือนจะยึดตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า 90 หน่วย และอาชีพที่ใช้แอลพีจีน้อย เช่นหาบเร่แผงลอย ส่วนร้านอาหารขนาดใหญ่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ คาดว่าจะใช้เวลาสำรวจข้อมูล 1-2 เดือน จากนั้นก็จะประกาศได้อย่างชัดเจนว่าใครจะได้รับการชดเชยจากรัฐบาลบ้าง

"แนวทางความช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย จะต้องศึกษาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมาภายหลัง โดยทางหลักๆที่ศึกษาจะมีทั้งการลดราคาที่จุดขายก๊าซแอลพีจี หรือการกำหนดประเภทถังแอลพีจีชนิดใหม่ เพื่อขายในราคาถูก และจำกัดจำนวนให้เฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ได้รับการรับรองแล้ว ซึ่งจะมีความชีดเจนภายใน 2 เดือนนี้"พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าว

ส่วนบัตรเครดิตพลังงานที่ใช้ลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ลิตรละ 3 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์รับจ้างนั้น ตั้งแต่เริ่มโครงการในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2555 จนถึงขณะนี้ มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเพียง 4 พันคน จากจำนวนใบสมัครที่ได้แจกจ่ายออกไปทั้งสิ้น 6-7 หมื่นฉบับ ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพฯที่มีประมาณ 2.4 แสนคัน ซึ่งที่ผ่านมามีการเรียกเก็บเงินส่วนต่างลิตรละ 3 บาท มาที่กระทรวงพลังงานไม่เกิน 5 แสนบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากยกเลิกการขายเบนซิน 91 จำนวนรถจักรยานยนต์ก็จะหันมาเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ส่วนหนี้ค้างชำระบัตรเครดิตพลังงานเอ็นจีวีสำหรับรถบริการสาธารณะ ก็ลดลงเรื่อยๆจะเหลือประมาณ 3.5 ล้านบาท

สาเหตุที่รถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาร่วมโครงการน้อย เพราะมีเพียงสถานีบริการของ ปตท. เท่านั้นที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้จำนวนสถานีบริการมีน้อยห่างไกลจากวินมอเตอร์ไซด์ ส่วนบริษัทน้ำมันอื่นๆก็ไม่อยากเข้าร่วมโครงการ เพราะยอดขายน้ำมันในส่วนนี้มีไม่มาก ไม่คุ้มกับการลงทุนวางระบบ และมีความยุ่งยากในการดำเนินงาน ส่วนการขยายโครงการบัตรเครดิตพลังงานของมอเตอร์ไซด์รับจ้างในต่างจังหวัดทั่วประเทศนั้น ขณะนี้ ปตท. อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบเพื่อรองรับบัตรเครดิตพลังงาน

สำหรับความคืบหน้าภายหลังการยกเลิกการผลิตเบนซิน91 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคา 2556 นั้น นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน. กล่าวว่า ในขณะนี้ ผู้บริหารจากบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ฮฮนด้า คาวาซากิ ยามาฮ่า และเวสป้า ต่างออกมาให้คำรับรองว่ารถจักรยานยนต์ 4 จังหวะที่วิ่งอยู่ในประเทศไทย 18 ล้านคัน สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์91 และ95 ได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อเครื่องยนต์ ทั้งนี้คาดว่าน้ำมันเบนซิน 91 จะหมดไปจากสถานีบริการในกรุงเทพและปริมณฑลภายในเดือนนี้ ส่วนในต่างจังหวัดจะหมดภายในเดือนมีนาคมนี้

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีประชาชนบางส่วนหันไปใช้น้ำมันเบนซิน 95 มากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณความต้องการเบนซิน 95 จะเพิ่มขึ้นจากวันละ 1 แสนลิตร เป็นวันละ 1-2 ล้านลิตรภายใน 6 เดือน เนื่องจากจะมีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งเครื่องจักรกลการเกษตรส่วนหนึ่ง ไม่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ รวมทั้งบริษัทน้ำมันเกือบทุกแห่งยกเว้นบางจากที่หันมาจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 95 อีกครั้ง ทำให้หาซื้อเบนซิน95 ได้ง่ายขึ้น

ด้าน นายอำนวย ทองสถิตย์ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ในส่วนของโครงการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ที่ พพ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสถาบันการศึกษาของรัฐ เช่น วิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งจะกระจายศูนย์ให้บริการทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 200 แห่ง โดยโครงการได้เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2555 ถึงปลายเดือนเมษายน 2556 รวมเวลา 4 เดือน เพื่อให้บริการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ฟรี โดยกระทรวงพลังงานจะอุดหนุนค่าแรงให้กับรถยนต์ที่มาใช้บริการทั้งหมด 2 แสนคัน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงขณะนี้ มีผู้เข้ามาขอรับบริการน้อยมากเพียงไม่กี่ร้อยราย เนื่องจากมีการประชารสัมพันธ์จากก พพ. น้อยเกินไป และยังมีน้ำมันเบนซิน 91 จำหน่ายอยู่ คาดว่าในช่วงเดือนมีนาคมที่ปริมาณน้ำมันเบนซิน 91 จะค่อยๆหายไปจากระบบ จะทำให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้รถยนต์ที่ไม่สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ จะเป็นรถยนต์ที่ผลิตก่อนปี 2538 มีจำนวนประมาณ 4.7 แสนคัน ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก๊าสโซฮอล์ไม่ได้จะเป็นรุ่นที่ผลิตก่อนปี 2543 หรือที่ใช่เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ซึ่งมีประมาณ 5 แสนคัน และเครื่องจักรกลการเกษตรอีกประมาณ 5 แสน - 1 ล้านเครื่อง

"พพ.จะประสานความร่วมมือไปยัง บมจ.บางจากปิโตรเลียม เนื่องจากมีสถานีบริการน้ำมันของสหกรณ์กระจายในชุมชนทั่วประเทศ โดยจะขอให้สถานีบริการเหล่านี้เป็นศูนย์ในการประชาสัมพันธ์ และปรับแต่งเครื่องยนต์ และเครื่องจักรกลการเกษตรให้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ เพื่อให้บริการเข้าถึงชุมชนมากที่สุด ซึ่งคาดกว่าจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการมากขึ้นฃ" นายอำนวย กล่าว

นอกจากนี้ หลังจากน้ำมันเบนซิน 91 หายไปจากตลาด จะทำให้สัดส่วนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์เปลี่ยนไป จากปัจจุบันที่มียอดใชน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 60% และเบนซิน 40% เปลี่ยนเป็นการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์จะเพิ่มขึ้นเป็น 88% และนำมันเบนซิน 12%