"กิตติรัตน์"สั่งออมสินเจียดงบบริจาคสังคมไปช่วยตั้งสาขาในกว่า 130 อำเภอทั่วประเทศที่ไม่มีบริการทางการเงิน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของธนาคารออมสินว่า ได้หารือกับคณะกรรมการธนาคาร(บอร์ด)ว่า ขณะนี้ มีจำนวนอำเภอกว่า 130 แห่งในประเทศที่ไม่มีสถาบันการเงินใดเข้าไปเปิดสาขาให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ ธนาคารมีงบประมาณสำหรับการบริจาคหรือช่วยเหลือสังคมจำนวนมาก จึงขอให้บอร์ดพิจารณาจัดให้มีสาขาหรือบริการทางการเงินเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวด้วย
"ในจำนวนอำเภอของประเทศกว่า 800 อำเภอนั้น มีสาขาของธนาคารออมสินเปิดอยู่กว่า 500 แห่ง เหลืออีกกว่า 300 แห่งที่ไม่มีสาขา แต่ก็เข้าใจว่า อาจจะมีสาขาของแบงก์อื่นให้บริการ แต่ก็ยังมีอีก130 กว่าอำเภอที่ไม่มีสถาบันการเงินใดที่รับฝากเงินหรือให้บริการสินเชื่อเลย ขอให้บอร์ดได้พิจารณาในเรื่องของการเปิดสาขาหรือให้บริการทางการเงินในพื้นที่ดังกล่าวด้วย"
นายกิตติรัตน์ กล่าวด้วยว่า การที่อำเภอกระทรวงมหาดไทยจะอนุมัติพื้นที่ต่างๆให้เป็นอำเภอได้ ก็จุต้องมีขนาดประชากร พื้นที่ รวมทั้ง จำนวนตำบลที่ต้องรองรับอย่างน้อย 3 ตำบลขึ้นไป แต่การที่จะพิจารณาตั้งสาขาของแบงก์ อาจไม่กำไรในช่วงต้นหรือขาดทุนเล็กน้อย ก็ขอให้พิจารณา ซึ่งในภารกิจของแบงก์ก็มีงบบริจาคในการช่วยเหลือสังคม หากเจียดจ่ายไปดูแลภารกิจหลักด้านรับฝากเงิน หรือ ให้บริการทางการเงิน โดยไปกินพื้นที่งบบริจาคบ้างก็ถือเป็นการสมควร
นอกจากนี้ ยังยืนยันกับผู้บริหารธนาคารออมสินด้วยว่า กระทรวงการคลังคลังหรือรัฐบาลจะไม่มีนโยบายใดที่จะทำให้ผู้บริหารและบอร์ดเกิดความไม่สบายใจ และไม่ต้องกังวลว่า จะมีการส่งว่าที่ผู้กู้เงินให้อึดอัดใจ ซึ่งเรื่องนี้ ได้มีการยืนยันต่อปลัดกระทรวงการคลังและผู้บริหารของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เกิดสบายใจด้วย
ด้านนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวว่า พร้อมที่จะดำเนินตามนโยบายของนายกิตติรัตน์ โดยธนาคารจะประสานความร่วมมือไปยังธนาคารรัฐแห่งอื่น เพื่อดำเนินในเรื่องดังกล่าว โดยแนวคิดที่จะให้มีการจัดตั้งชมรม หรือ สภาธุรกิจระหว่างแบงก์รัฐและเอกชนนั้น ก็คงจะมีการประชุมร่วมกันภายในสองสัปดาห์นี้









