โอเวอร์ซียูเนียนเอนเตอร์ไพรส์ (โอยูอี) ขยายเส้นตายมูลค่า 10,700 ล้านดอลลาร์ ในการเสนอซื้อเอฟแอนด์เอ็น ไปเป็นวันจันทร์หน้า (21 ม.ค.)
"วันปิดข้อเสนอซื้อจะเลื่อนจาก 17.30 น.วันที่ 14 ม.ค. เป็น 17.30 น.วันที่ 21 ม.ค. หรือหากมีการเลื่อนไปอีกก็จะมีการประกาศเป็นระยะ" ที่ปรึกษาโอยูอีแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์
คำประกาศนี้มีขึ้น 1 วันก่อนถึงเส้นตายข้อเสนอซื้อเอฟแอนด์เอ็นของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี แต่นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่มของนายเจริญก็อาจเลื่อนข้อเสนอซื้อดังกล่าวออกไปอีกเป็นครั้งที่ 7 หลังจากเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มนายเจริญเลื่อนข้อเสนอซื้อมูลค่า 7,200 ล้านดอลลาร์ออกไปเป็นวันที่ 15 ม.ค.
อย่างไรก็ตาม วันที่ 21 ม.ค. อาจเป็นวันดีเดย์สำหรับศึกเสนอซื้อเอฟแอนด์เอ็น เพราะเป็นเส้นตายสุดท้ายสำหรับผู้เสนอซื้อทั้งสองรายที่จะเพิ่มข้อเสนอ ตามกฎเข้าถือครองกิจการของสิงคโปร์
ทั้งนี้ โอยูอียื่นข้อเสนอซื้อมูลค่า 13,100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือหุ้นละ 9.08 ดอลลาร์สิงคโปร์เมื่อเดือนพ.ย. ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอของกลุ่มนายเจริญที่ยื่นไปเมื่อเดือนก.ย.ในราคาหุ้นละ 8.88 ดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นที่เหลืออยู่ นอกเหนือจากหุ้น 34% ที่มีอยู่ในเอฟแอนด์เอ็น และนับเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเอฟแอนด์เอ็น โดยกลุ่มของนายเจริญพยายามเพิ่มหุ้นให้ได้มากกว่า 50% เพื่อสกัดข้อเสนอซื้อจากคู่แข่ง
นับจากมีการเสนอซื้อ ราคาหุ้นของเอฟแอนด์เอ็นก็ซื้อขายในระดับที่สูงกว่าที่ทั้งสองฝ่ายเสนอไป เพราะนักลงทุนคาดว่าจะต้องมีการเพิ่มราคาเสนอซื้อ โดยราคาหุ้นวานนี้ (14 ม.ค.) อยู่ที่ 9.67 ดอลลาร์สิงคโปร์ ลดลง 0.62% แต่นักลงทุนบางรายกำลังหมดความอดทนเพราะทั้งสองกลุ่มล้วนขยายเส้นตายแต่ไม่ยอมเพิ่มข้อเสนอซื้อ
นายเดนิส ดิสแทนต์ นักลงทุนรายย่อยที่มีหุ้นของเอฟแอนด์เอ็น กล่าวว่าต้องมีการเสนอราคาที่ยึดติดกับความเป็นจริง เพราะไม่สามารถเสนอซื้อในราคาระดับต่ำกว่าตลาดและหวังให้คนรับข้อเสนอ รวมถึงเอาแต่ยืดเส้นตายออกไป
ก่อนหน้านี้ เจพีมอร์แกน ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของเอฟแอนด์เอ็น กล่าวว่าข้อเสนอจากทั้งสองฝ่ายไม่น่าดึงดูดใจแต่ยุติธรรม พร้อมประเมินมูลค่าของเอฟแอนด์เอ็นว่าอยู่ที่หุ้นละ 8.58-11.56 ดอลลาร์สิงคโปร์
นายโจนาธาน ฟอสเตอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถานการณ์พิเศษแห่งเรลิแจร์แคปิตอลมาร์เกตส์ กล่าวว่ามีคนต้องการเล่นเกม แต่ฝ่ายที่เสนอราคาดีที่สุดในเวลา 17.30 น.ของวันที่ 21 ม.ค. จะเป็นผู้ชนะ
บริษัทคิรินโฮลดิงส์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ของเอฟแอนด์เอ็น ด้วยจำนวนหุ้น 14.8% ให้การสนับสนุนอย่างมีเงื่อนไขแก่โอยูอี โดยจะเสนอซื้อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเอฟแอนด์เอ็นเป็นเงิน 2,700 ล้านดอลลาร์หากโอยูอีซื้อเอฟแอนด์เอ็นสำเร็จ เจพีมอร์แกนระบุว่าข้อเสนอของเอฟแอนด์เอ็นยุติธรรมแต่ไม่สมเหตุผล








