"วิทยา"ชน"มโนพัศ" เดินหน้าฟ้องศาลอาญา ข้อหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่น พร้อมส่งหนังสือถือ ป.ป.ช.อ้างอธิบดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
จากกรณีปมขัดแย้งกรณีโยกย้ายข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระอุขึ้นอีกครั้ง ภายหลังจาก นายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ เดินหน้าฟ้องศาลอาญา และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กรณีที่นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งย้ายนายวิทยา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ และนายไพศาล สถิติวิบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ไปเป็นดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกรม เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2555 ที่ผ่านมา ได้สร้างความไม่พอใจต่อข้าราชการทั้งสองเป็นอย่างมาก
แม้ว่าหลังจากนั้น นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งให้นายวิทยา และนายไพศาลกลับมาดำรงตำแหน่งเดิม ก่อนที่จะให้ไปรักษาราชการตำแหน่งผู้ตรวจราชการกรมอุทยานฯ โดยเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น นายโชติได้เรียกนายวิทยาเข้าพบ โดยร้องขอไม่ให้ ดำเนินฟ้องศาลอาญาและ ป.ป.ช. เพราะเกรงว่าปมขัดแย้งภายในกรมอุทยานฯ จะยิ่งบานปลายนั้น
นายวิทยา ได้เดินทางไปยังศาลอาญาเพื่อยื่นคำฟ้อง นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานฯ จำเลยที่ 1 และนายไพบูรณ์ รัตนะเจริญธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง จำเลยที่ 2 ว่าร่วมกันสมคบกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงนามในคำสั่งกรมอุทยานฯที่ 2567/2555และจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดทำเอกสารคำสั่งโยกย้ายตนและนายไพศาล ไปรักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการ กรมอุทยานฯ ทั้งนี้ภายหลังจากที่มีการลงนามตามคำสั่งได้มีการเผยแพร่สำเนาเอกสารไปยังหน่วยงานต่างๆและสื่อมวลชน เช่น หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เพื่อนำเอกสารไปแพร่แพร่ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ
โดยรายละเอียดคำฟ้องนั้น นายวิทยา ระบุว่า การกระทำของนายมโนพัศและนายไพบูลย์ เป็นการกลั่นแกล้งให้ได้รับความเสียหาย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความอับอาย อีกทั้งเป็นการทำร้ายจิตใจ เนื่องจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการมีเกียรติและศักดิ์ด้อยกว่าตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก ส่งผลให้ข้าราชการและประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่านายวิทยากระทำความผิดหรือมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติราชการจึงถูกออกคำสั่งย้ายทั้งที่ไม่มีความผิดหรือข้อบกพร่องใดๆ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และยังเป็นการกระทำผิดวินัย และเกิดความเสียหายแก่โจทก์
นายวิทยา กล่าวว่า หลังจากนั้นตนได้เดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่านายมโนพัศและนายไพบูลย์ ได้ร่วมกันกระทำผิดกฎหมาย โดยมีพฤติการณ์ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 วรรค 5 ประกอบกับมาตรา 68 วรรคแรก ที่ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาระดับอธิบดีไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้ใต้บังบัญชา ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงไปรักษาการในตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม








