สศค.ชี้การขขายตัวของเงินเฟ้อที่ 3% ในปีนี้ จะไม่เป็นแรงกดดันต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาจะปรับเพิ่มขึ้น แต่เฉลี่ยโดยรวมทั้งปีแล้ว ถือว่า อยู่ในระดับที่สศค.ประมาณการไว้ที่ 3% ส่วนปีหน้านั้น สศค.ยังประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีนี้ โดยที่การปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศในปีนี้ จะไม่มีผลต่อการปรับขึ้นของเงินเฟ้อมากนัก เนื่องจาก เป็นการปรับขึ้นในจังหวัดส่วนที่เหลือหรือคิดเป็น20%ของทั้งประเทศ ขณะที่ การขึ้นอัตราค่าแรงในปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นมากนัก
ปัจจัยด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ แต่แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปีนี้นั้น ก็ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก โดยสศค.มองว่า ราคาน้้ำดิบในตลาดดูไบน่าจะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ3.6%จากปีก่อนหน้า โดยมีปริมาณความต้องการอยู่ที่ประมาณ 8 แสนบาร์เรลต่อวัน ฉะนั้น สศค.จึงประเมินว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อขงไทยมากนัก
เมื่ออัตราเงินเฟ้อในปีนี้ จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ดังนั้น จึงไม่เป็นแรงกดดันต่อการปรับดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติ โดยที่ดอกเบี้ยนโยบายยังทำหน้าที่ในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจได้ดี
"เงินเฟ้อปีนี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณ3% ก็ไม่ถือว่า เลวร้ายพอที่จะมีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยนโยบายเพื่อลดแรงกดดัน เชื่อว่า ดอกเบี้ยนโยบายจะทำหน้าที่ในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอยู่"









