วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุมัติขึ้นค่าเอฟทีงวดม.ค.-เม.ย.4.04สตางค์

กกพ.ประกาศขึ้นค่าเอฟที งวด ม.ค.-เม.ย. 4.04 สตางค์ต่อหน่วย ดันค่าไฟฟ้ารวม 3.76 บาทต่อหน่วย เพื่อใช้หนี้ให้กับ กฟผ. คาดสิ้นปีล้างหนี้ได้หมด

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมพิจารณาการประมาณการค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (เอฟที) สำหรับการเรียกเก็บในเดือนม.ค.- เม.ย.2556 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการคำนวณค่าเอฟทีในงวดเดือนมกราคม- เมษายน2556โดยปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อค่าเอฟทีงวดนี้คือ ปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการที่มีมากขึ้น รวมทั้งการนำเงินไปใช้หนี้ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ที่ได้ช่วยแบกรับภาระตรึงค่าเอฟทีในงวดที่ผ่านมาที่มีจำนวนกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งจากผลการคำนวณตามสูตรเอฟทีดังกล่าว จะทำให้มีค่าเอฟทีอยู่ที่ 61.57 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับ 48 สตางค์ต่อหน่วยที่จัดเก็บจริง

อย่างไรก็ตาม กกพ.ได้พิจารณาเปรียบเทียบกับค่าเอฟทีในงวดที่ผ่านมาที่ได้เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าในอัตรา 48 สตางค์ต่อหน่วยแล้ว หากจัดเก็บเพิ่มขึ้น จำนวน 13.57สตางค์ต่อหน่วย จะเป็นภาระกับผู้ใช้ไฟฟ้าที่สูงเกินไปกกพ.จึงมีมติให้จัดเก็บค่าเอฟทีงวดเดือนมกราคม- เมษายน2556 เพิ่มขึ้นเพียง 4.04 สตางค์ต่อหน่วย มีผลให้ค่าเอฟทีที่จะเรียกเก็บงวดนี้เท่ากับ 52.04 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่ง กกพ. จะตรึงค่าเอฟทีในอัตราที่ 52.04 สตางค์ต่อหน่วยคงที่ตลอดทั้งปี โดยไม่เรียกเก็บเพิ่มขึ้นอีก ถ้าหากอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนก๊าซธรรมชาติไม่เปลี่ยนแปลงไปจากอัตราที่ใช้ในปัจจุบันนี้

ทั้งนี้ การปรับค่าเอฟทีดังกล่าวจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประชาชนเพิ่มขึ้นจาก 3.72 บาทต่อหน่วย เป็น 3.76บาทต่อหน่วย ซึ่งในปลายเดือนเมษายนภาระหนี้ กฟผ. จะลดลงเหลือ 5,131ล้านบาท และในงวดพ.ค. - ส.ค.จะลดลงเหลือ 2,600 ล้านบาท และภายในสิ้นปีนี้จะสามารถล้างหนี้ได้หมด ทั้งนี้ กกพ.จะดูแลการปรับเพิ่มค่าเอฟทีในปี 2556 ไม่ให้เป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน

สำหรับต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่ใช้คำนวนค่าเอฟทีในงวดนี้อยู่ที่ 307-317 บาทต่อล้านบีทียู ต่ำกว่างวดก่อนที่มีราคาก๊าซอยู่ที่ 308-324 บาทต่อล้านบีทียู ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนในงวดนี้อยู่ที่ 30.82 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นกว่างวดที่ป่านมาที่ใช้อัตรา 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนปริมาณการใช้ไฟฟ้าในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2556 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 4.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมติดังกล่าว สำนักงาน กกพ.จะนำรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เผยแพร่ผ่าน www.erc.or.th <http://www.erc.or.th/>เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่วันที่2 - 8 ม.ค. 2556 ก่อนที่จะนำผลการรับฟังฯ มาพิจารณาและให้การไฟฟ้าประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับค่าเอฟทีสำหรับเรียกเก็บในรอบดังกล่าวอย่างเป็นทางการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจากอัตราที่กล่าวมานี้ เพราะเป็นการขึ้นค่าเอฟทีที่ไม่มาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อย