วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

AOT : ได้ประโยชน์สูงสุดจากนโยบายเงินเยนอ่อนค่า

นโยบายค่าเงินเยนที่อ่อนค่ากำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง หลังจากนายกรัฐมนตรีใหม่ของประเทศญี่ปุ่น ชินโซ อาเบะ เน้นย้ำการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ตามนโยบายระหว่างการหาเสียง โดยตั้งแต่ต้นไตรมาสนี้ถึงปัจจุบัน ค่าเงินเยนได้อ่อนค่าเกือบ 10% เทียบกับค่าเงินบาท ซึ่งจากหุ้นที่ SCBS ดูแลทั้งหมด AOT เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด

โดยเราประเมินว่าบริษัทจะบันทึกกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 พันล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับกำไรปกติจากการดำเนินงานที่ 2 พันล้านบาท จะทำให้มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2556 (ต.ค.-ธ.ค. 2555) อยู่ที่ 3 พันล้านบาท เติบโต 136% YOY และ 96% QOQ เรามองว่าประเด็นดังกล่าวจะช่วยหนุนราคาหุ้น หากค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง แนะนำซื้อ

กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปีบัญชี 2556 : จะโดดเด่นจากกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรปกติจากการดำเนินงาน AOT มีภาระหนี้สกุลเยนอยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท (ในจำนวนนี้ 22% ยังไม่ได้ทำ Hedging Position) ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2556 (ต.ค.-ธ.ค. 2555) ซึ่งจากไตรมาสนี้ถึงปัจจุบัน ค่าเงินเยนได้อ่อนค่าลงเทียบกับค่าเงินบาทเกือบ 10% ซึ่งเราประเมินว่า น่าจะมีกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 พันล้านบาท

เมื่อรวมกับกำไรปกติจากการดำเนินงานที่ 2 พันล้านบาท กำไรสุทธิของ AOT ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2556 น่าจะอยู่ที่ 3 พันล้านบาท เติบโต 136% YOY และ 96% QOQ

ปริมาณการจราจรมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น : หลังจากการเปิดสนามบินดอนเมืองแบบเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ต.ค. 2555 AOT เปิดเผยว่าปริมาณผู้โดยสารที่สนามบินดอนเมืองเพิ่มขึ้นจากสายการบินต้นทุนต่ำ ในขณะที่ปริมาณผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิปรับตัวลดลงน้อยกว่าคาด เพราะมีสายการบินเช่าเหมาลำและสายการบินเต็มรูปแบบที่ให้บริการประจำมาขอใช้ช่วงเวลาการบินที่ว่างอยู่ โดย AOT คาดปริมาณผู้โดยสารจะเติบโตที่ 8.8% ในปีบัญชี 2556 (ต.ค. 55 - ก.ย. 56)

ซึ่งเรามองว่าเป้าหมายดังกล่าวค่อนข้างอนุรักษนิยม เทียบกับปริมาณผู้โดยสารที่เติบโต 29% ใน 2 เดือนแรกของปีบัญชี 2556 และประมาณการของเราที่ 9.3% ในปีบัญชี 2556 ทั้งนี้ อัตราเติบโตของปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1% จะส่งผลทำให้กำไรของ AOT ปรับเพิ่มขึ้นได้ 2% และมูลค่าเหมาะสมปรับเพิ่มขึ้น 1 บาท/หุ้น

ต้นทุนการดำเนินงานที่สนามบินดอนเมืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย :หลังจากการเปิดสนามบินดอนเมืองแบบเต็มรูปแบบ AOT เปิดเผยว่าต้นทุนการดำเนินงานที่สนามบินดอนเมืองอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท/เดือน ใน 2 เดือนแรกของปีบัญชี 2556 (เทียบกับ 50 ล้านบาท/เดือน ในปีบัญชี 2555) ซึ่งในกรณีดังกล่าว การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการดำเนินงานจากการเปิดใช้สนามบินดอนเมืองจะอยู่ที่ 600 ล้านบาท ในปีบัญชี 2556 ซึ่งต่ำกว่าที่เราประมาณการที่มากกว่า 1 พันล้านบาท

อนึ่ง AOT รับรู้ค่าเผื่อการด้อยค่าที่ดอนเมืองเป็นจำนวน 4 พันล้านบาทในปีบัญชี 2552 การกลับมาเปิดใช้สนามบินดอนเมืองเต็มรูปแบบทำให้มีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะโอนกลับค่าเผื่อการด้อยค่าไม่เกิน 2.5 พันล้านบาท (ค่าเผื่อการด้อยค่า 4 พันล้านบาท ลบด้วยค่าเสื่อมราคา 500 ล้านบาท/ปีในปีบัญชี 2553-55) โดยขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดที่ประเมินได้จากจำนวนผู้โดยสาร/สายการบินและระยะเวลาที่เปิดใช้สนามบินดอนเมือง ทั้งนี้ AOT เปิดเผยว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะมีข้อสรุปภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า

คงคำแนะนำซื้อ : เรายังคงคำแนะนำซื้อ AOT ที่ราคาเป้าหมายวิธี DCF ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ที่ 106 บาท สำหรับผลประกอบการในไตรมาสนี้ (ต.ค.-ธ.ค. 2555 ซึ่งจะประกาศผลในช่วงกลางเดือนก.พ. 2556) ในกลุ่มขนส่ง เราประเมินว่า AOT น่าจะมีผลประกอบการที่โดดเด่น สนับสนุนจากกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรปกติจากการดำเนินงานที่ดีจาก High Season นอกเหนือจาก BTS (กำไรพิเศษจากการนำ VGI เข้าต.ล.ท. และการขายที่ดิน รวมถึงกำไรปกติจากการดำเนินงานที่ดี) และ AAV (กำไรปกติจากการดำเนินงานที่ดี จาก High Season และต้นทุนที่ลดลงจากการใช้สนามบินดอนเมือง)