วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปราเสริฐ'ครองใจชาวออนไลน์ นักธุรกิจแห่งปี

"ปราเสริฐ"ครองใจชาวออนไลน์ คว้า "นักธุรกิจแห่งปี 2012" จากการสำรวจผ่าน www.bangkokbiznews.com

"กรุงเทพธุรกิจ" ได้เปิดให้กลุ่มสังคมออนไลน์ โหวต สุดยอดนักธุรกิจประจำปี 2555 "Business man of the year" ผ่าน www.bangkokbiznews.com มาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.-20 ธ.ค. 2555 โดย กองบรรณาธิการ ได้คัดเลือกนักธุรกิจจากจำนวน 10 ท่าน ผลปรากฏว่า ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ ได้รับขวัญใจชาวออนไลน์ จากการโหวตของ "สุดยอดนักธุรกิจแห่งปี" ด้วยคะแนน 1,091 คะแนน อันดับสอง "ฮิโรชิ โคบายาชิ" ประธาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับคะแนนโหวต 456 คะแนน ส่วนอันดับสาม ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ด้วย 150 คะแนน

สำหรับ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) อาณาจักรโรงพยาบาล "ที่ใหญ่ที่สุด" ในไทย ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในกลุ่มมากถึง 32 แห่ง (มีแผนจะขยายเป็น 50 แห่งในปี 2558) ใน 5 โรงพยาบาล ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล

หลุดจากประเทศไทย ปัจจุบันเครือรพ.กรุงเทพ ยังใหญ่เป็น "อันดับสอง" ในอาเซียน เป็นรองแค่กลุ่ม Integrated Healthcare Holdings Berhad (IHH) ของรัฐบาลมาเลเซีย และใหญ่เป็น "อันดับสาม" ในเอเชียแปซิฟิก และ "อันดับสี่" ของโลก

"ในรอบปี 2555" รพ.กรุงเทพ ถือเป็น "กลุ่มทุน" ที่มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินเกม "ซื้อกิจการ" โรงพยาบาลขนาด 200 เตียง ใน "ต่างจังหวัดและอาเซียน"

โดยในต่างประเทศ หมอเสริฐ โฟกัสการลงทุนไปใน "อาเซียนตอนบน" (CLMV) ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และ เวียดนาม โหนกระแสเออีซี

เขาให้เหตุผลสั้นๆ ว่า... "เพราะออกสู่ตลาดจีนได้สบาย"

ดังนั้น เป้าหมายที่ "ขั้นกว่า" ตลาดอาเซียน คือ "ตลาดจีน"

นี่คือเกมที่เหนือชั้น !!!

ในปี 2555 รพ.กรุงเทพ ได้เข้าลงทุนโรงพยาบาลในพนมเปญ ประเทศกัมพูชา 1 แห่ง จากเดิมมีอยู่ 2 แห่ง คาดว่าจะเปิดได้ช่วงกลางปี 2556 เพื่อดูแลลูกค้าครอบคลุมทั้งใน กัมพูชา เวียดนาม และ ลาว นอกจากนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเข้าไปลงทุนโรงพยาบาลในพม่า หลังจากพบลูกค้าพม่าที่เข้ามาใช้บริการเครือของรพ. เพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แทน กาตาร์ คูเวต

ธุรกิจโรงพยาบาลในประเทศปี 2555 ได้เข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลปัญญาเวช จังหวัดอุดรธานี และซื้อกิจการโรงพยาบาลสุนทรภู่จ.ระยอง รวมทั้งก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการลงทุนเองทั้งหมด พร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2557 เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์กลางของภาคเหนือ

บนเป้าหมายจะขยายโรงพยาบาลให้ได้ "ปีละ 3-4 แห่งเป็นอย่างน้อย" และในปี 2558 ตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็น "สามอันดับแรก" ของกลุ่มโรงพยาบาลในอาเซียน โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้ของลูกค้าต่างประเทศเพิ่มเป็น 40% จากปัจจุบันอยู่ที่สัดส่วน 25-30%

ไม่เพียงธุรกิจโรงพยาบาล หมอเสริฐ คือ ผู้ปลุกปั้นบริษัท กรุงเทพการบิน จำกัด ผู้บริหารสายการบิน "บางกอกแอร์เวย์ส" โดยในอนาคตยังมีแผนจะต่อจิ๊กซอว์การตลาดธุรกิจการบินร่วมกัน กับธุรกิจโรงพยาบาลในอาเซียนตอนบน

ในปี 2555 คุณหมอยังทุ่ม 100 ล้านบาท รุก "ทีวีดาวเทียม" ช่องภาษาอังกฤษ โดยวางแผนในอนาคตจะส่งสัญญาณครอบคลุมทั้งอาเซียน เดินเกมต่อยอดเป็นกระบอกเสียงให้กับธุรกิจการบิน และโรงพยาบาล

ขณะที่ผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือนแรกของ ปี 2555 มีรายได้อยู่ที่ 36,614.27 ล้านบาท เกือบจะ "เท่ากับ" รายได้ทั้งปีของปี 2554 อยู่ที่ 37,752.98 ล้านบาท มีกำไร 6,531.38 ล้านบาท แซงหน้ากำไรทั้งปี 2554 อยู่ที่ 4,385.99 ล้านบาท ถึง 2,145.39 ล้านบาท

ฮิโรชิ โคบายาชิ ซีโอโอ ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้รับแต่งตั้งให้เข้ามานั่งในตำแหน่งประธาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด อีกหนึ่งตำแหน่งเมื่อเดือนก.ย. 2554 ก่อนที่ไทยจะพบกับวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ และฮอนด้า ก็กลายเป็นโรงงานผลิตรถยนต์แห่งเดียวที่ถูกน้ำท่วม ทำให้ต้องหยุดการผลิตไป 2 เดือน และฟื้นฟูโรงงานอีก 3 เดือน จึงสามารถกลับมาผลิตได้อีกครั้ง 31 มี.ค. 2555

อย่างไรก็ตาม โคบายาชิ สามารถนำพา ฮอนด้า ให้กลับมาได้อย่างโดดเด่น ถึงปัจจุบัน ฮอนด้า มียอดขาย 1.5 แสนคัน สูงกว่าปีที่แล้ว ทั้งปีที่ทำได้ 8.3 หมื่นคัน

นอกจากด้านการตลาดแล้ว ในเชิงสังคม ฮอนด้าควักเงิน 100 ล้านบาท บริจาคผ่านสภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบชะตากรรมเดียวกัน จากนั้นได้ตั้งกองทุนเคียงข้างไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะยาว โดยจะสมทบเงินจากการขายรถยนต์ 1,000 บาทต่อคัน รถจักรยานยนต์ 100 บาทต่อคัน และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 10 บาทต่อเครื่อง ล่าสุดมีเงินแล้วกว่า 300 ล้านบาท