เดอะมอลล์ ทุ่ม 600 ล้าน ฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ต่อยอดพลัง Character Marketing เปิดตัว “MR. MEN AND LITTLE MISS” คาแรกเตอร์ระดับโลกจากประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สร้างประสบการณ์เชื่อมลูกค้า ดันทราฟิกพุ่ง 20% กระตุ้นใช้จ่ายไฮซีซันเพิ่มกว่า 15%
KEY POINTS
- เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมมือกับคาแรกเตอร์ระดับโลกจากอังกฤษ "MR. MEN AND LITTLE MISS" จัดแคมเปญใหญ่สำหรับเทศกาลส่งท้ายปี
- ทุ่มงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท ภายใต้แคมเปญ “The Mall Group The Great Happy New Year 2027” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า
- ใช้กลยุทธ์ "Character Marketing" เพื่อสร้างสีสันใน 8 สาขา โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ 20% และกระตุ้นยอดขาย 15%
- มีกิจกรรมไฮไลท์คือ “HAPPINESS HEADQUARTERS” ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ พร้อมการแสดงจากศิลปินกว่า 33 วง
เดินหน้าสร้างความสดใหม่! ให้เป็นสิ่งที่ลูกค้าตั้งตารอในทุก Festive Season ของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป จากกระแสฟีเวอร์ Monchhichi ในปีที่ผ่านมา สู่ “MR. MEN AND LITTLE MISS” คาแรกเตอร์ระดับโลกจากประเทศอังกฤษจะมาสร้าง "FIRST EXPERIENCE"
ปีนี้กลุ่มเดอะมอลล์อัดฉีดงบกว่า 600 ล้านบาทในการสร้างสีสันแห่งบรรยากาศเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วางกลยุทธ์ต่อยอดพลัง “Character Marketing” ขับเคลื่อนผ่านคาแรกเตอร์ “MR. MEN AND LITTLE MISS” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
ภายใต้แคมเปญ “The Mall Group The Great Happy New Year 2027” ครอบคลุม 8 โลเคชันของกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ถึง 10 มกราคม 2570
FIRST EXPERIENCE ไม่ใช่ Campaign Idea ที่เกิดขึ้นเฉพาะปีนี้ แต่เป็นแนวคิดสำคัญในการมองหาสิ่งใหม่จากทั่วโลก รวมถึงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของไทยแล้วนำมาพัฒนาเป็นประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสจริง สะท้อนผ่านการสร้าง Festive Experience อย่างต่อเนื่อง จาก Monchhichi ในปีที่ผ่านมา สู่ MR. MEN AND LITTLE MISS นี่คือ เหตุผลใหม่ที่จะทำให้ลูกค้าอยากกลับมาค้นพบประสบการณ์ที่แตกต่าง
วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ขยายความว่า การขับเคลื่อนธุรกิจและความท้าทายของ Retail ในวันนี้ ไม่ใช่การทำให้เทศกาลใหญ่ขึ้นทุกปี แต่คือการสร้างเหตุผลใหม่ให้ลูกค้าอยากกลับมาในทุกปี สิ่งที่ Retail ต้องสร้างเพิ่มคือ Expectation of Newness
จะเห็นว่า “คาแรกเตอร์” สามารถเปลี่ยนไปได้ แต่สิ่งที่ต้องไม่เปลี่ยนคือ ความตั้งใจของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในการสร้าง “ความคาดหวัง” ว่าทุก Festive จะมีสิ่งใหม่รอให้ค้นพบ กล่าวได้ว่า เทศกาลกลับมาทุกปี แต่ความตื่นเต้นนั้นต้องสร้างขึ้นใหม่!
จาก "Character Marketing” สู่ "Lifestyle Experience"
การเลือก “MR. MEN AND LITTLE MISS” คาแรกเตอร์ระดับโลกจากประเทศอังกฤษที่ครองใจผู้คนมายาวนานกว่า 55 ปี มาต่อยอด Festive Experience ภายใต้แนวคิด “BRING EVERY FEELING TO LIFE” ด้วยเอกลักษณ์ของคาแรกเตอร์ที่สะท้อนอารมณ์และบุคลิกที่หลากหลาย ตลอดจน การนำ “คาแรกเตอร์” มาพัฒนาให้มากกว่าการตกแต่งหรือ Photo Moment แต่เชื่อมเข้าสู่ประสบการณ์ ที่ลูกค้าสามารถ Explore-Participate-Share-Shop ได้ตลอด Festive Journey
Character Marketing สำหรับเราไม่ได้จบที่ Awareness แต่ต้องสามารถเดินทางต่อไปกับลูกค้า จากความสนใจสู่การเดินทางมาจากการเดินทางมาสู่การใช้เวลาและการมีส่วนร่วมและต่อยอดไปสู่การจับจ่ายได้
นี่คือการต่อยอดคาแรกเตอร์ จาก Communication Asset สู่ Lifestyle Experience ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคหลากหลายเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน
ปักหมุดไลฟ์สโตร์บางกะปิ “ศูนย์บัญชาการสร้างความสุข”
หนึ่งใน Experience สำคัญของปีนี้คือ “HAPPINESS HEADQUARTERS - ศูนย์บัญชาการสร้างความสุข” ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2569 ถึง 5 มกราคม 2570 พื้นที่ถ่ายทอดโลกของ MR. MEN AND LITTLE MISS ผ่าน Immersive Multi-Sensory Experience ผสานแสง สี เสียง การตกแต่ง และ Interactive Activities พร้อมแลนด์มาร์กต้นคริสต์มาส MR.MEN AND LITTLE MISS สูงกว่า 15 เมตร เพื่อสร้างพื้นที่ให้ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้บริโภคหลากหลายเจเนอเรชันได้เข้ามาสัมผัสและสร้างประสบการณ์ร่วมกัน
ด้าน Entertainment เตรียมกิจกรรมจากมากกว่า 33 ศิลปินและวงดนตรี ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ บางแค งามวงศ์วาน และท่าพระ อาทิ SLOT MACHINE, NONT TANONT, THREE MAN DOWN, TILLY BIRDS, INK WARUNTORN, TIMETHAI, TAITOSMITH, OAT PRAMOTE, ATLAS และ PERSES
เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้พบปะ รับประทานอาหาร และใช้เวลาร่วมกันภายในศูนย์การค้าพร้อมต่อยอดสู่ Gifting Experience ผ่าน Gift Wrapping ดีไซน์พิเศษ Exclusive Collection และ Premium Collection เพื่อให้ Experience เดินทางต่อจากพื้นที่ไปถึง Moment แห่งการมอบของขวัญ
โกยทราฟิกเพิ่ม 20% ดันยอดจับจ่ายพุ่ง 15%
วรลักษณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเดอะมอลล์ กรุ๊ป Experience ไม่ได้จบที่ความตื่นตาหรือ Engagement แต่ต้องสามารถสร้างคุณค่าต่อเนื่องไปสู่ธุรกิจได้
หากย้อนความสำเร็จจาก Festive Campaign ที่ใช้ Monchhichi ในปีที่ผ่านมา พบว่ายอดขายเติบโต 15% เทียบแคมเปญปีก่อน พร้อม Social Engagement 3.95 ล้านครั้ง ยอดรับชมวิดีโอเกี่ยวกับแคมเปญมากกว่า 13 ล้านครั้ง
ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการมากกว่า 20% พร้อมโปรโมชั่น รางวัล และสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้ารวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Festive Campaign เพื่อเชื่อม Experience เข้ากับ Commercial Impact ตลอด Customer Journey ตั้งแต่การสร้างความสนใจการเดินทางมา การใช้เวลา การมีส่วนร่วมไปจนถึงการจับจ่าย
Experience ไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ Customer Journey ความสำเร็จของ Retail Experience คือการเปลี่ยนความสนใจให้เป็นการเดินทางมา เปลี่ยนการเดินทางมาเป็นการ ใช้เวลา และเปลี่ยน Engagement ให้เกิดBusiness Value ได้จริง
ด้าน Shopping Experience พบกับ JOY! GACHAPON STATION พร้อมของสะสม MR. MEN AND LITTLE MISS Limited Collection คูปองส่วนลดรวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เมื่อช้อปตามเงื่อนไข ลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ Toyota Land Cruiser FJ รุ่น 4WD 2.7 กระเป๋าเดินทาง MR. MEN AND LITTLE MISS LIMITED COLLECTION สำหรับสมาชิก M Card และลูกค้าบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa บัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เมื่อช้อปสะสมภายในห้างตามเงื่อนไข รับคืนรวมสูงสุด 7,600 บาท เป็นต้น
MR. MEN AND LITTLE MISS ความทรงจำพิเศษจากการมาเยือนกรุงเทพฯ
อีกหนึ่งมิติของ FIRST EXPERIENCE คือการเชื่อม Festive Retail เข้ากับการท่องเที่ยว ซึ่งไฮซีซันคือโอกาสการขายที่สำคัญยิ่ง! เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) VISA และพันธมิตรธุรกิจ ร่วมสร้างสีสันให้กรุงเทพฯ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้าน Shopping สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
การนำ MR. MEN AND LITTLE MISS คาแรกเตอร์ระดับโลกมาร่วมสร้างประสบการณ์ในเทศกาลปีนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายประเทศ ด้วยเสน่ห์ของคาแรกเตอร์และบุคลิกที่เข้าถึงได้โดยไม่จำกัดภาษาและวัฒนธรรม ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของเทศกาลได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมต่อยอดสู่การมอบสิทธิพิเศษและสินค้าลิมิเต็ดคอลเลกชัน
โดย “MR. MEN AND LITTLE MISS” จะทำหน้าที่เป็นมากกว่าสินค้าช้อปปิ้ง แต่เป็นของที่ระลึกและความทรงจำพิเศษจากการมาเยือนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการมอง Festive ไม่ใช่เพียง Seasonal Campaign แต่เป็นช่วงเวลาที่สามารถเชื่อม Experience -Entertainment - Lifestyle - Commerce - Tourism เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าทั้งต่อผู้บริโภค ธุรกิจ และ Destination
วรลักษณ์ กล่าวย้ำว่า เป้าหมายที่ใหญ่กว่าการสร้าง Festive Campaign ที่ประสบความสำเร็จ คือการสร้าง Customer Expectation ในระยะยาว
เราอยากให้ลูกค้ารอว่า แต่ละปี เดอะมอลล์ กรุ๊ป จะมีอะไรใหม่ให้ค้นพบ
สุดท้าย สำหรับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป Retail Leadership ไม่ได้วัดว่า ใครใช้เงินมากที่สุด หรือใครสร้างสิ่งที่ใหญ่ที่สุด แต่อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนทรัพยากรและความคิดสร้างสรรค์ให้เป็น Customer Value และ Business Value และสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายมากพอให้ลูกค้าอยากกลับมาอีกครั้ง นี่คือ FIRST EXPERIENCE ที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป เชื่อและยึดถือ!





