‘สุรศักดิ์’ เผยผลหารือทูตจีนปมเตือนเที่ยวไทย จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนข้อมูลบุคคลเพื่อคัดแยกคนจีนที่ทำผิดกฎหมายออกจากนักท่องเที่ยว สกัดปัญหาคนจีนโดน ‘สแกมเมอร์เมียวดี’ หลอกข้ามแดน
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ย. 2569 ตนได้เข้าหารือกับนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เกี่ยวกับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว หลังจากสถานเอกอัครราชทูตจีนได้ออกคำเตือนพลเมืองของตนเมื่อต้นเดือน ต.ค.2569 ให้ระมัดระวังการเดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงหางาน
สำหรับผลการหารือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและสถานทูตจีนเตรียมจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้ความช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดภายในสัปดาห์หน้า โดยมีแผนจะขอความร่วมมือจากหน่วยงานฝ่ายปกครองเข้ามาเพิ่มเติม
“ทางจีนยืนยันว่าไม่สนับสนุนคนจีนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายในประเทศไทย และต้องการให้ไทยปราบปรามอย่างเต็มที่ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลบุคคลเพื่อคัดแยกคนจีนที่ทำผิดกฎหมายออกจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง เป็นภาพสะท้อนว่าไทยเราเอาจริงเอาจัง”
ทางทูตจีนชี้แจงมาด้วยว่าได้ออกประกาศแนะนำพลเมืองจีนมาแล้วหลายรอบ แต่ในครั้งนี้สื่อจีนนำไปขยายความจนเป็นประเด็นใหญ่ ซึ่งตนเองก็เห็นด้วยกับการประกาศแนะนำพลเมืองตั้งแต่ต้นทางเพื่อให้ประชาชนตระหนักและระมัดระวังการถูกหลอกลวงพาลักลอบข้ามแดน โดยเฉพาะแก๊งสแกมเมอร์ที่พาลักลอบข้ามแดนไปยังฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา หากเป็นกรณีข้ามแดนโดยสมัครใจจะตรวจจับและช่วยเหลือได้ยากที่หน้าด่าน แต่ถ้าเป็นกรณีโดนหลอกหรือถูกบังคับมัดมือมัดเท้า ลักลอบออกตามช่องทางธรรมชาติเพื่อไปฝั่งเมียวดี เจ้าหน้าที่สามารถตั้งด่านตรวจค้นและเข้าช่วยเหลือได้ทันที
“ทางทูตจีนรับทราบว่ามีคนจีนหลอกลวงคนจีนด้วยกัน ซึ่งมีคนไทยอยู่ในขบวนการสแกมเมอร์พาคนจีนลักลอบข้ามแดนด้วย ที่ผ่านมาสามารถสกัดจับและช่วยเหลือได้ทัน โดยทูตจีนได้เน้นย้ำว่าไม่อยากให้ไทยเป็นทางผ่าน อยากให้กวดขันมากกว่านี้”
นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดือน ต.ค. 2569 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย จำนวน 308,942 คน ลดลง 13.57% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ลดลงเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่ ก.พ. 2569 หลังเพิ่งฟื้นตัวจากปัญหาภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัย ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯจะดำเนินมาตรการความปลอดภัยเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมา ประสานไปยังหน่วยงานความมั่นคงให้ยกระดับการตั้งด่านตรวจ ลาดตระเวน และตรวจขันมากขึ้นในพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง
“ขณะเดียวกัน ทางรัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะใช้โอกาสจากเวทีประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค (APEC 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 18-19 พ.ย.นี้ เน้นย้ำเรื่องความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและมาตรการดูแลความปลอดภัยแก่ชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าไทย”





