อยู่ไทยมา 40 ปีแล้ว! “สเวนเซ่นส์” ดึง “มิกกี้เมาส์” ฉลองครบรอบ มองอินไซต์คนกินแบรนด์เป็นความสุขในวัยเด็ก ทุกเจนเคยมีโมเมนต์กับสเวนเซ่นส์ ส่วน “มิกกี้เมาส์” ได้รับความนิยมทั่วโลกยาวนาน ใช้ “Cherry Icon” แต่งคู่ตัวการ์ตูน มีให้สะสมทั้งหมอน-ผ้าห่ม-แก้ว-บัตรสมาชิก
ปี 2569 ตลาดไอศกรีมไทยมีมูลค่าสูงแตะ 12,600 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 4% โดยทุกปียังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยเรื่องสภาพอากาศประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวแปรขับเคลื่อนตลาด อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน คือความอร่อย คุณภาพ และความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคเลือกจะจ่าย
แม้ตลาดพรีเมียมจะเริ่มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่พอร์ชันที่ใหญ่ที่สุดยังเป็นกลุ่มสินค้าที่ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย ทุกเจเนอเรชัน โดยมี “สเวนเซ่นส์” (Swensen’s) เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเบอร์ต้นๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง
นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ “สเวนเซ่นส์” เข้ามาปักหลักในไทยครบ 40 ปีแล้ว ซึ่งในวาระครบ 4 ทศวรรษ “สเวนเซ่นส์” ตัดสินใจดึง “มิกกี้เมาส์ & มินนี่เมาส์” สองคาแรกเตอร์สุดไอคอนิกต่อยอดความสำเร็จผ่าน “Exclusive Merchandise” หลากหลายแบบ ให้สาวกมิกกี้เมาส์รวมถึงแฟนสเวนเซ่นส์ได้มีโอกาสสะสมจับจองเป็นเจ้าของด้วย
“กัลลฎา แจ้งพินิจพร” Head of Brand สเวนเซ่นส์ ระบุว่า หัวใจของ “Collaboration” มาจากความเชื่อมโยงของทั้งสองแบรนด์ที่ต่างก็เป็น “Icon of Happiness” และอยู่ในความทรงจำของผู้คนมาหลายเจเนอเรชัน จากความสุขในวัยเด็กสู่ความสุขในวันนี้ ไม่ว่าจะเจนไหนต่างเคยมีโมเมนต์ดีๆ กับสเวนเซ่นส์ด้วยกันทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน “มิกกี้เมาส์ & มินนี่เมาส์” ก็เป็นคาแรกเตอร์ที่ได้รับความรักจากผู้คนทั่วโลกมายาวนาน
ด้วยเหตุผลนี้ “สเวนเซ่นส์” จึงเลือกให้ “Mickey & Minnie” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการฉลอง 40 ปี เพื่อเชื่อมความผูกพันที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ เข้ากับความสดใหม่และความน่ารักของคาแรกเตอร์ระดับโลก ทำให้การเฉลิมฉลอง 40 ปีครั้งนี้ เปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคสเวนเซ่นส์ทุกเจเนอเรชันเข้ามามีบทบาทและสนุกไปด้วยกันได้
ทั้งนี้ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ “Mickey & Minnie” ในดีไซน์และลายเส้นพิเศษ ที่ทาง “ดิสนีย์” ออกแบบสำหรับสเวนเซ่นส์โดยเฉพาะสำหรับการฉลอง 40 ปี มีให้เก็บสะสมที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
“สเวนเซ่นส์ตั้งใจออกแบบสินค้าจากไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย เลือกไอเทมที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งหมอนผ้าห่ม ยางมัดผม และบัตรสมาชิกลาย Mickey & Minnie เพื่อพาแบรนด์ออกจากร้านและเข้าไปอยู่ในทุกๆ โมเมนต์ของผู้บริโภค ทำให้เกิดการจดจำและนึกถึงสเวนเซ่นส์ทุกครั้งที่หยิบใช้ ซึ่งดีไซน์ยังตั้งใจไม่ให้รู้สึก Hard Sell จนเกินไป ใช้เพียง Cherry Icon มาตกแต่งคู่ไปกับ Mickey & Minnie เปลี่ยนจากการเห็นแบรนด์สู่การมีแบรนด์อยู่ในโมเมนต์เล็กๆ ของทุกวัน”





