วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดอาณาจักร ‘บาส Go Went Go’ ทำร้านกลางคืน 7 แห่ง ‘Gen Z’ ดื่มน้อยลง ร้านต้องสนุก-คนอยากมาทุกวัน

ไม่ได้ทำแค่ YouTuber! “บาส Go Went Go” แบ่งเวลาลุยธุรกิจร้านอาหารกลางคืน ปักหมุดทั่วกรุงเทพ 7 แห่ง “Repeat Ari” ทำเงินสูงสุด “Tonic Ekamai” รองลงมา ส่วน “HomeLate.bkk” แม้ไม่หวือหวาแต่คอมมูนิตี้แข็งแรง ระบุ แม้ Gen Z ดื่มน้อยลง-ไม่ใส่หนักเท่า Gen Y แต่ธุรกิจร้านกลางคืนยังไปต่อได้ ยิ่งบรรยากาศดียิ่งดึงคนเข้าร้าน เผยปีนี้มีทำค่ายเพลง-เปิดร้านอิซากายะด้วย

ต้นปีที่ผ่านมา “บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์” หรือ “บาส Go Went Go” ลงสนามธุรกิจร้านอาหารเป็นครั้งแรกภายใต้แบรนด์ “เก๋า ข้าวมันไก่-มันเนื้อ” ขายข้าวมันไก่ย่านถนนจันทร์ ราคาเริ่มต้นจานละ 60 บาท สร้างปรากฏการณ์ของหมดเกลี้ยงลากยาวไปหลายสัปดาห์ แม้ไม่เคยเปิดร้านสตรีทฟู้ดมาก่อน แต่เพราะความชอบส่วนตัวรวมถึงเจอกับพาร์ทเนอร์ที่ลงตัวจึงตัดสินใจเปิดร้าน และตอนนี้ก็อยู่ในช่วงของการเตรียมตัวเปิดสาขาที่ 2 เพิ่มเติมด้วย

และไม่ใช่แค่ร้านข้าวมันไก่เท่านั้น แต่ YouTuber สายท่องเที่ยวชื่อดังคนนี้ ยังมีธุรกิจร้านอาหารกลางคืนที่ร่วมลงทุนกว่า 7 แห่ง แต่ละร้านมีชื่อชั้น-เป็นที่รู้จักในแวงดวงนักดื่มพอสมควร อาทิ “Repeat Ari” “Tonic Ekamai” “GuestHouse Kaset” และ “HomeLate.bkk” เป็นต้น แต่หากย้อนไปไกลกว่านั้นจริงๆ แล้วทั้งหมดนี้ไม่ใช่ร้านแรกๆ ที่ “บาส” ร่วมหุ้น เพราะสิบกว่าปีก่อนหน้าเขาเริ่มต้นจาก “20 Something” ร้านที่มีที่มาจากความชอบส่วนตัวท่ามกลางบรรยากาศกินดื่มตอนกลางคืน

เปิดอาณาจักร ‘บาส Go Went Go’ ทำร้านกลางคืน 7 แห่ง ‘Gen Z’ ดื่มน้อยลง ร้านต้องสนุก-คนอยากมาทุกวัน -บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ หรือ บาส Go Went Go-

“บาส” เล่าว่า ตนเองมีประสบการณ์จากการทำร้าน “20 Something” ตั้งแต่เรียนจบ ได้คอนเนกชัน-รู้จักคนมากมายจากการทำตรงนี้ มองว่า การกินดื่มเป็นวัฒนธรรมที่มีทั่วโลกอยู่แล้ว ซึ่งทำให้เกิดการสร้างคอมมูนิตี้ ได้เจอคนที่มีความชอบคล้ายๆ กัน จึงรู้สึกว่า เป็นธุรกิจที่มีช่องทางการตลาดให้เติบโตได้อีก หลังจากปิดร้านเดิมก็ได้มีโอกาสเจอกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นคนรุ่นใหม่กว่า จึงตัดสินใจจับมือปั้นร้านอาหารกลางคืนและขยายออกไปอีกหลายที่

สำหรับ “บาส” มองว่า ปัจจัยหลักที่จะทำให้ร้านกินดื่มเติบโตในยุคนี้ “คอมมูนิตี้” เป็นสิ่งสำคัญ คนไม่ได้ออกไปข้างนอกเพราะอาหารอร่อยที่สุด ไม่ใช่เพราะดนตรีดีที่สุด หรือการบริการดีที่สุด คนออกมาร้านอาหารกลางคืนเพราะต้องการ “Connecting” ต้องหาเจอผู้คน ฉะนั้น ร้านต้องสร้างคอมมูนิตี้ให้แข็งแรง ถ้าแข็งแรงแล้วก็สามารถต่อยอดให้เติบโตได้อีกเรื่อยๆ 

ในบรรดาทั้งหมด 7 ร้านภายใต้การบริหารของบาสและทีมตอนนี้ “Repeat Ari” เป็นร้านที่ยังได้รับความนิยมมากที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุด มีอัตราการจองโต๊ะสูงมาก ตามมาด้วย “Tonic Ekamai” ส่วน “HoemLate.bkk” ซึ่งเป็นร้านนั่งชิลกึ่งคาเฟ่ที่แม้จะไม่ได้หวือหวาเท่ากับอีกสองร้านแต่มีคอมมูนิตี้ที่แข็งแรง

เปิดอาณาจักร ‘บาส Go Went Go’ ทำร้านกลางคืน 7 แห่ง ‘Gen Z’ ดื่มน้อยลง ร้านต้องสนุก-คนอยากมาทุกวัน -Repeat Ari หนึ่งในร้านที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ของ บาส Go Went Go-

ท่ามกลางเทรนด์สุขภาพที่มาแรง คนรุ่นใหม่ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลงเรื่อยๆ แต่เพราะอะไรร้านทั้ง 7 แห่งของบาสยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เขาให้ความเห็นว่า คนดื่มน้อยลงมาจากสองปัจจัยหลัก อย่างแรกคือเศรษฐกิจซบเซาลง กำลังซื้อก็ต่ำลง สองคือคนรุ่นใหม่ดื่มน้อยลงจริงๆ แต่ “บาส” มองว่า วัฒนธรรมการกินดื่มไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องมาแล้วดื่มหนักเสมอไป บางคนอยากมาฟังเพลง บางคนอยากมาเจอกลุ่มเพื่อน บางคนอยากมากินข้าวเสพบรรยากาศที่รายล้อมด้วยผู้คน

แม้ว่ามาร์จิ้นหลักจะอยู่ที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สุดท้ายการสร้างคอมมูนิตี้ในยุคที่ทุกอย่างดูยากไปหมดก็ยังมีทางให้เติบโตได้ เขามองว่า ทำธุรกิจร้านอาหารกลางคืนอย่าไปโฟกัสเพียงเทรนด์คนดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง แต่ให้มองถึงการสร้างพื้นที่ออฟไลน์ ในวันที่โซเชียลมีเดียอยู่ใกล้ชิดกับคนมากๆ ในทางกลับกันคนก็จะเริ่มโหยหาการเจอกัน พบปะพูดคุยกัน พื้นที่แบบนี้จึงยังมีความสำคัญและไม่หายไปได้ง่ายๆ

“การทำร้านกินดื่มกลางคืนไม่สามารถสร้างคอมมูนี้ตี้ได้ด้วยหุ้นส่วนแค่ 2-3 คน เลยไม่แปลกว่าทำไมร้านเหล้าจึงมีหุ้นส่วนเยอะ การทำร้านกินดื่มกลางคืนต้องดูว่า คนที่มาเขาชอบฟังเพลงแบบเดียวกันมั้ย รวมถึงมีกำลังซื้อหรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คอมมูนิตี้แข็งแรง ถ้ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นคนที่เพิ่งเรียนจบ กำลังซื้อก็อาจจะไม่สูงมากและเกิดการสวิตช์ได้ง่าย คนที่เริ่มโตจะไม่อยากเปลี่ยนอะไรบ่อยๆ มีที่ประจำก็จะไปที่เดิมๆ คอมมูนิตี้อยู่ไหนเราจะอยากอยู่ตรงนั้น”

เปิดอาณาจักร ‘บาส Go Went Go’ ทำร้านกลางคืน 7 แห่ง ‘Gen Z’ ดื่มน้อยลง ร้านต้องสนุก-คนอยากมาทุกวัน -Homelate.bkk ร้านคาเฟ่และนั่งชิลย่านโชคชัย 4-

“บาส” บอกว่า กลุ่มเป้าหมายของร้านอาหารกลางคืนในพอร์ตทั้ง 7 แห่ง ส่วนใหญ่มีคนทำงานเป็นลูกค้าหลัก มองว่า เป็นเรื่องที่ตัวเองถนัดจากมุมมองของช่วงวัยที่ใกล้เคียงกัน จะไปอ่านอินไซต์คนรุ่นใหม่มากๆ ก็อาจจะไม่สามารถเข้าใจได้ทุกอย่าง

เวลาทำธุรกิจต้องเลือกสมรภูมิที่ใกล้เคียงกับความถนัด ต้องรู้ว่า ตัวเองวิเคราะห์-อ่านขาด โดยอิงจากความชอบความสนใจเข้าไปด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แต่ละร้านขยายต่อยอดได้เรื่อยๆ แม้แต่ “GuestHouse Kaset” ที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยก็ยังถือว่ามีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นวัยทำงานที่โตขึ้นมาอีกหน่อยอยู่ดี

ทั้งนี้ “บาส” บอกว่า กระแสเรื่องคนรุ่นใหม่ดื่มน้อย-ไม่ดื่ม เป็นข้อเท็จจริงบางส่วน “Gen Z” ที่เลือกมาร้านกินดื่มในเครือยังดื่มอยู่บ้าง แต่มีรูปแบบที่แตกต่างจาก Gen Y ชัดเจน เด็กรุ่นใหม่กินเพื่อสนุกสนาน นิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้กินจนภาพตัดแบบ Gen Y ไม่ได้กินเอาแชมป์-เอาโล่เหมือนคนวัย 30+ ส่วน Gen Y ตอนนี้ขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่ ถ้าเช้าวันรุ่งขึ้นมีธุระหรือต้องทำงานก็จะกินในปริมาณที่มีลิมิต แต่ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นอะไร “บาส” บอกว่า กลุ่มนี้ก็ยัง “กินเอาแชมป์” เหมือนเดิม

เปิดอาณาจักร ‘บาส Go Went Go’ ทำร้านกลางคืน 7 แห่ง ‘Gen Z’ ดื่มน้อยลง ร้านต้องสนุก-คนอยากมาทุกวัน

ถัดจากร้านอาหารกลางคืนทั้ง 7 แห่ง รวมถึงร้านข้าวมันไก่ “บาส” ระบุว่า ปีนี้จะมีธุรกิจเพิ่มเติมอีก 2 ส่วน อันแรกคือธุรกิจค่ายเพลงที่ทำร่วมกับพาร์ทเนอร์อีก 3 คน ในชื่อ “Upper Hook” และเร็วๆ นี้ มีแผนจะเปิดร้านอิซากายะชื่อ “Rezakaya Ari” สัดส่วนการทำงานตอนนี้ยังให้น้ำหนักไปที่ YouTube 60% ที่เหลือเป็นธุรกิจร้านเหล้าและร้านอาหาร

“เทรนด์เปลี่ยน คนก็เปลี่ยน พอถึงช่วงอายุหนึ่งการใช้ชีวิตก็เปลี่ยน คนเคยดื่มวันหนึ่งเลิกดื่ม เคยอยู่ในสังคมแบบนี้วันหนึ่งก็เปลี่ยนสังคม ร้านกินดื่มก็แล้วแต่กลยุทธ์ว่าจะปรับร้านใหม่หรือรีแบรนด์ คนเอเชียยังชอบบริโภค ชอบมาเจอกัน สุดท้ายอาจจะปรับรูปแบบแต่ไม่ได้หมายความว่าจะอวสานร้านกินดื่ม ร้านเรามีเมนูอาหาร แต่สำคัญที่สุดคือ Vibes อร่อยก็ดี แต่ Vibes คือสิ่งที่สำคัญที่สุด อยู่ที่เราต้องการให้คนแบบไหนมา”