วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘บาส Go Went Go’ เปิดร้าน ‘เก๋า ข้าวมันไก่-มันเนื้อ’ ขายราคา 60 บาท อยากให้ใกล้เคียงค่าครองชีพที่สุด

‘บาส Go Went Go’  เปิดร้าน ‘เก๋า ข้าวมันไก่-มันเนื้อ’ ขายราคา 60 บาท อยากให้ใกล้เคียงค่าครองชีพที่สุด

คุยกับ “บาส Go Went Go” อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง ผันตัวต่อยอดเปิดร้าน “เก๋า ข้าวมันไก่-ข้าวมันเนื้อ” ใช้เวลาปั้นสูตรร่วมครึ่งปี ก่อนเปิดขายอย่างเป็นทางการ 2 เดือนเศษ หลังโปรโมตพบกระแสดีเกินคาด วัตถุดิบเกลี้ยงสต๊อก ตั้งเป้าเปิดให้ครบ 3 สาขา เล็งทำเลเลียบด่วนฯ-ลาดพร้าว-โชคชัย 4

แม้ว่า “ข้าวมันไก่” จะเป็นเมนูสตรีทฟู้ดที่หาได้ทั่วไปตามท้องตลาดมาหลายสิบปี แต่ไม่นานมานี้ “ข้าวมันไก่” กลับถูกยกระดับไปอีกขั้นในฐานะ “Specialty Menu” จนทำให้ราคาและหน้าตาของข้าวมันไก่ที่เราคุ้นเคยวิวัฒนาการไปหลายเวอร์ชัน มีตั้งแต่ราคาหลักสิบปลายๆ ไปจนถึง 200-300 บาท ปรับวัตถุดิบให้พรีเมียมมากขึ้น เพิ่มเรื่องเล่าที่หลากหลายให้ข้าวมันไก่ลุ่มลึกมากกว่าเดิม

ท่ามกลางหน้าตาการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ “บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บาส Go Went Go” กลับเลือกกระโดดสู่ Red Ocean ด้วยข้าวมันไก่ราคาเริ่มต้นจานละ 60 บาท พร้อมกับความเชื่อที่ว่า อยากทำอาหารที่ตัวเองชอบกินในราคาที่จับต้องได้ ใกล้เคียงกับค่าครองชีพคนทำงานออฟฟิศให้มากที่สุด

“บาส” เริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปของการเปิดร้านข้าวมันไก่ให้ฟังว่า มีการพูดคุยโปรเจกต์นี้มานานร่วม 6 เดือน บาสไม่ได้ทำคนเดียวแต่จับมือร่วมทุนกับกลุ่มเพื่อนที่ทำธุรกิจอื่นๆ ร่วมกันมาก่อนหน้านี้ หากถามว่า ทำไมต้องเป็นข้าวมันไก่ “บาส” ตอบสั้นๆ ง่ายๆ ว่า เพราะตนเองชอบกิน ไม่ว่าจะเป็นไก่ต้มหรือไก่ทอดเมนูนี้เป็นจานโปรดเสมอ 

‘บาส Go Went Go’  เปิดร้าน ‘เก๋า ข้าวมันไก่-มันเนื้อ’ ขายราคา 60 บาท อยากให้ใกล้เคียงค่าครองชีพที่สุด

-ข้าวมันไก่จากร้านเก๋า ข้าวมันไก่-ข้าวมันเนื้อ-

ประจวบเหมาะกับจังหวะที่เพื่อนสนิทหุ้นส่วนร้านอาหารนั่งชิลที่ร่วมทุนด้วยกัน อาทิ “Repeat Ari” “Guesthouse Kaset” และ “HomeLate BKK” สนใจทำร้านข้าวมันไก่ด้วย “บาส” บอกว่า เมนูอาหารในร้านนั่งชิลที่ทำด้วยกันอร่อยมาก จนมองว่า สามารถหยิบมาเปิดเป็นร้านขายอาหารจริงจังได้เลย

เมื่อธุรกิจเดิมมีโปรดักต์ที่ดี บาสเองก็มีมุมมองต่อยอดทำธุรกิจออนไลน์ จึงนำสองส่วนมาเจอกันตรงกลางแล้วมองไปข้างหน้าร่วมกัน เพื่อนของบาสมีสูตรทำข้าวมันไก่อยู่แล้วแต่นั่นยังไม่เพียงพอ ถ้าจะดึงมาเปิดร้านขายข้าวมันไก่จริงจังต้องพัฒนา-ปรับรสชาติเพิ่มเติม

ระหว่างนั้น “บาส” ลองเก็บฟีดแบ็กจากคนใกล้ตัว นำข้าวมันไก่ไปเสิร์ฟในงานอีเวนต์ที่มีโอกาสเข้าร่วม ตอนนั้น “บาส” บอกว่า ยังไม่อยากใช้สื่อในมือโปรโมตให้คนภายนอกรับรู้ว่าเป็นร้านของตนเอง เพราะต้องการทดลองตลาด เพื่อให้รู้ว่า จริงๆ แล้วลูกค้าของแบรนด์เป็นใครกันแน่ ถ้าไม่โปรโมตแล้วได้โลเคชันที่ดีจะขายได้มากน้อยแค่ไหน

‘บาส Go Went Go’  เปิดร้าน ‘เก๋า ข้าวมันไก่-มันเนื้อ’ ขายราคา 60 บาท อยากให้ใกล้เคียงค่าครองชีพที่สุด -บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของเพจ Go Went Go และหนึ่งในผู้ก่อตั้งเก๋า ข้าวมันไก่ ข้าวมันเนื้อ-

รวมถึงต้องการเตรียมความพร้อมให้ระบบหลังบ้านเข้าที่เข้าทาง ทั้งการมากินหน้าร้านและสั่งผ่านระบบเดลิเวอรี่ ระยะเวลาเตรียมอาหาร เทียบเคียงรสชาติระหว่างกินที่ร้านกับสั่งมากินที่บ้าน รวมระยะเวลาเปิดร้านไปแล้ว 2 เดือน “บาส” จึงตัดสินใจโปรโมตผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียในฐานะธุรกิจใหม่ของ “บาส Go Went Go”

“เรายังไม่อยากใช้สื่อที่มีในมือโปรโมตหรือใช้ชื่อเสียงในการโปรโมต เพื่อให้รู้ว่า จริงๆ แล้วลูกค้าเราเป็นใคร ขายที่ถนนจันทร์ซึ่งมีต่างชาติและคนทำงานออฟฟิศตรงนั้นอยู่แล้วจะขายได้สักแค่ไหน ต่อมาคือเราต้องการเซตความพร้อม ผมต้องการให้นิ่ง ลองทดสอบหลายๆ แบบ อยู่บ้านก็ลองกดสั่งเดลิเวอรี่มากินที่บ้านเพื่อว่ารสชาติเป็นอย่างไร ทำเร็วทำช้าแค่ไหนกว่าจะได้ ที่ร้านทำ SOP นิ่งมั้ย แกว่งมั้ย ใช้เวลา 2 เดือนในการปรับให้อยู่ในมาตรฐานที่ค่อนข้างดี”

“เก๋า ข้าวมันไก่-ข้าวมันเนื้อ” อยู่ที่ถนนจันทร์ 44 ราคาจานละ 60 บาท ที่ตั้งราคาเข้าถึงง่ายเพราะต้องการให้เป็นราคาที่ชาวออฟฟิศหรือคนทั่วๆ ไปกินได้บ่อยๆ ใกล้เคียงกับค่าครองชีพคนกรุงเทพฯ มากที่สุด แต่ถ้ามีเพิ่มความพิเศษอื่นๆ เข้าไปด้วย ราคาหนึ่งจานก็อาจขึ้นไปแตะหลักร้อย ส่วนจานละ 60 บาทเป็นราคาจานปกติ

เมื่อถามว่า คิดเห็นอย่างไรกับการเข้ามาทำธุรกิจที่มีคู่แข่งสายแข็งเยอะมาก “บาส” ระบุว่า ไม่ได้มองว่า มีคู่แข่งมากเท่าไหร่ ใครอยู่ตรงไหน เพราะธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ก็มีคนทำเยอะมากอยู่แล้ว โฟกัสเพียงว่า เป็นธุรกิจที่เราชอบหรือไม่ หลังจากนั้นก็ไปสู้กันที่การโปรโมต คุณภาพ การบริหารจัดการ

‘บาส Go Went Go’  เปิดร้าน ‘เก๋า ข้าวมันไก่-มันเนื้อ’ ขายราคา 60 บาท อยากให้ใกล้เคียงค่าครองชีพที่สุด

“บาส” บอกว่า จุดแข็งของ “เก๋า ข้าวมันไก่-ข้าวมันเนื้อ” คือการมี “ข้าวมันเนื้อ” เพิ่มเข้ามาเป็นตัวเลือกที่หลากหลาย ร้านทั่วไปจะมีข้าวมันไก่เป็นตัวชูโรง แต่ที่ร้านมีข้าวมันเนื้อเป็นตัวเลือก รวมถึงเมนูอื่นๆ อย่างผัดไทยหรือเมนูแนวเส้นผัดก็เป็นเมนูอร่อยที่มีให้เลือกเช่นกัน

หลังจากเปิดขายมา 2 เดือนกว่าๆ “บาส” บอกว่า ยอดขายอยู่ในระดับกลางๆ มีกำไรนิดหน่อย แต่หลังโปรโมตบนช่องทางโซเชียลมีเดียได้เพียง 1-2 วัน ปรากฏว่า ยอดขายดีเกินคาด กระทั่งวัตถุดิบที่สต๊อกไว้สำหรับขาย 2-3 วันหมดภายในวันเดียว เป็นเรื่องที่ตนเองและทีมงานต้องกลับมาทำการบ้านเพิ่มเติม ไม่ได้คาดคิดว่า ลงคอนเทนต์โปรโมตไปแล้วผลตอบรับจะกลับมามากเท่านี้

สถานการณ์ตอนนี้ “เก๋า ข้าวมันไก่-ข้าวมันเนื้อ” เลือกปิดช่องทางเดลิเวอรี่แบบชั่วคราวเพื่อเคลียร์ออเดอร์หน้าร้านทั้งหมด “บาส” บอกว่า ธุรกิจอื่นๆ ที่ผ่านมา โปรโมตไปแล้วก็มีการตอบรับประมาณหนึ่ง ไม่ได้แมสมากมาย แต่ไม่ใช่กับข้าวมันไก่ที่เปิดให้สั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันไม่นานก็ต้องปิดระบบทันที ภาพตอนนี้คือมีแถวรอหน้าร้านยาวเหยียด ต้องปรับและทำให้หน้าร้านโตทันกับจำนวนลูกค้า

‘บาส Go Went Go’  เปิดร้าน ‘เก๋า ข้าวมันไก่-มันเนื้อ’ ขายราคา 60 บาท อยากให้ใกล้เคียงค่าครองชีพที่สุด

“จริงๆ เราเตรียมวัตถุดิบไว้มากกว่าปกติเท่าหนึ่งแล้ว แต่ปัญหาไม่ใช่แค่การเตรียม เป็นเรื่องของกระบวนการผลิตด้วย พอประกาศไปว่า ของหมด วันที่สองวัตถุดิบบางอย่างก็ขาด ที่เตรียมไว้สำหรับ 2-3 วันหมดภายในวันเดียว หมดแล้วก็ไม่สามารถเดินไปซื้อที่ตลาดมาเติมได้ หลายอย่างเป็น Raw Material ที่เตรียมไว้ 2-3 วัน เลยกลายเป็นว่า เมื่อวานของหมดวันนี้ก็หมดอีก”

อย่างไรก็ตาม แผนธุรกิจของ “เก๋า ข้าวมันไก่-ข้าวมันเนื้อ” ในปีนี้ “บาส” อยากเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา มองโลเคชันใกล้บ้านตัวเองและใกล้ย่านออฟฟิศมากขึ้น อาทิ ลาดพร้าว โชคชัย 4 อารีย์ เป็นต้น อยากมีสาขาในเมืองไว้เป็นฮับกระจายสินค้าแต่ไม่ใช่ในรูปแบบ Cloud Kitchen บาสยังเชื่อในบรรยากาศสตรีทฟู้ด มีที่นั่งกินในร้าน 

ส่วนในอนาคตจะมีแบรนด์อื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ “บาส” ระบุว่า ถ้าเป็นไลน์เมนูอาหารจริงจังแบบข้าวมันไก่อาจจะเว้นไปก่อน ถัดจากนี้มีโปรเจกต์ใหญ่ที่สยามพารากอนเป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ จุได้ 100 ที่นั่ง ไปพร้อมกันสองร้านสองชั้นในชื่อ “I Want Bite” และ “Human Friendly” ประจำการโซน Nextopia