วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

เซ็นทรัลชิดลม ดึงอีเวนต์โกลบอลนิทรรศการ Vivienne Westwood ปักหมุดครั้งแรกในไทย

เปิดโลกเครื่องประดับ “Vivienne Westwood & Jewellery” ครั้งแรกในประเทศไทย ยึดพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ นำเสนอเครื่องประดับชิ้นพิเศษจากคลังผลงานและรันเวย์กว่า 4 ทศวรรษ ตั้งแต่กลิ่นอายพังก์ยุคเริ่มต้นจนถึงผลงานร่วมสมัยทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นทั่วโลก

KEY POINTS

  • ห้างเซ็นทรัล ชิดลม จัดนิทรรศการระดับโลก “Vivienne Westwood & Jewellery” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
  • นิทรรศการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษผ่านเครื่องประดับชิ้นพิเศษจากคลังผลงานและรันเวย์กว่า 4 ทศวรรษ
  • เปิดตัว “The Galaxy Room” พื้นที่จัดแสดงแบบอิมเมอร์ซีฟที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ให้ผู้ชมสร้างคอลเลกชันดิจิทัลส่วนตัวได้

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม เปิดนิทรรศการ “Vivienne Westwood & Jewellery” ครั้งแรกในประเทศไทย ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของแฟชั่นเฮาส์ เรื่องราวอันน่าหลงใหลของเครื่องประดับ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างนิยามให้กับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Vivienne Westwood จิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษ พร้อมถ่ายทอดมิติใหม่ท่ามกลางสีสันทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ

โดย จูเซปเป อาราโกนี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และ ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมเปิดงานในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เซ็นทรัล ชิดลม ไม่เพียงมุ่งคัดสรรสินค้าที่หลากหลายและครบครัน ครอบคลุมหมวดแฟชั่น แอ็กเซสซอรี ความงาม ของใช้ในบ้าน และงานดีไซน์ แต่พร้อมนำเสนอแนวคิดและประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อยกระดับการช้อปปิ้งให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

ก่อนหน้านี้นิทรรศการ “Vivienne Westwood & Jewellery”  ประสบความสำเร็จในการจัดแสดงที่เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และมาเก๊า และตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป จะเดินทางไปจัดแสดงในหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรปและสหรัฐ

นิทรรศการ “Vivienne Westwood & Jewellery” จะพาผู้ชมสำรวจภาษาการออกแบบและจิตวิญญาณอันท้าทายขนบของแบรนด์แฟชั่นจากอังกฤษผ่านมุมมองของเครื่องประดับ โดยได้รับการคัดสรรและเรียบเรียงโดยทีม Vivienne Westwood นำเสนอเครื่องประดับชิ้นพิเศษจากคลังผลงานและรันเวย์ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ซึ่งถูกรวบรวมมาจัดแสดงร่วมกันเป็นคอลเลกชันเป็นครั้งแรก

เซ็นทรัลชิดลม ดึงอีเวนต์โกลบอลนิทรรศการ Vivienne Westwood ปักหมุดครั้งแรกในไทย

พร้อมฉายภาพประวัติศาสตร์อันยาวนานของงานออกแบบเครื่องประดับโดย Vivienne Westwood ซึ่งสะท้อนมุมมองของ Westwood ที่มีต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน นิทรรศการแบ่งออกเป็น 8 ห้อง แต่ละห้องนำเสนอเอกลักษณ์การออกแบบจากช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

ตั้งแต่จุดเริ่มต้นแห่งวัฒนธรรมพังก์ในห้อง Origins จินตนาการเหนือจริงในห้อง Wonderland ปรัชญาด้านสิ่งแวดล้อมในห้อง Do It Yourself การสำรวจหลากหลายวัฒนธรรมและชุดเครื่องประดับแห่งศตวรรษที่ 18 ในห้อง Parure ไปจนถึงห้อง Orb ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์

นิทรรศการยังนำผลงานจากคอลเลกชันและแฟชั่นโชว์ครั้งสำคัญในอดีตกลับมาถ่ายทอดผ่านบทสนทนาที่ได้รับการร้อยเรียงอย่างพิถีพิถันระหว่างเครื่องประดับและเสื้อผ้า ท่ามกลางองค์ประกอบอันหลากหลาย ทั้งเสียง ลุคจากรันเวย์ คอลลาจกราฟิกบนผนัง ภาพถ่าย และวิดีโอ มอบมุมมองอันโดดเด่นสู่โลกแห่ง Vivienne Westwood

เซ็นทรัลชิดลม ดึงอีเวนต์โกลบอลนิทรรศการ Vivienne Westwood ปักหมุดครั้งแรกในไทย

แอนเดรียส ครอนทาเลอร์  ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ Vivienne Westwood กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Westwood ได้สั่งสมผลงานล้ำค่าไว้มากมาย แม้กระทั่งในยุคพังก์ Vivienne ยังนำหมุดโลหะ เข็มกลัดซ่อนปลาย ภาพพินอัป กระป๋อง เศษวัสดุ กระดูก และสิ่งของนานาชนิดมาประดับตกแต่งลงบนเสื้อผ้า โลโก้ Orb ก็เปรียบเสมือนอัญมณี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนโลก พร้อมเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตผ่านวงแหวนดาวเสาร์ ทั้งยังสะท้อนความเป็นอังกฤษและความเป็น Vivienne ได้อย่างแท้จริง

นิทรรศการ  “Vivienne Westwood & Jewellery” ในกรุงเทพฯ เป็นการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของแฟชั่นเฮาส์ให้ผู้คนได้สัมผัสเครื่องประดับ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแบรนด์ในเชิงศิลปะ และช่วยทำให้ตัวตนของคุณโดดเด่น 

ไม่มีสิ่งใดช่วยขับเน้นใบหน้า ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเรือนร่าง และสะท้อนบุคลิกของคุณได้ดีไปกว่าเครื่องประดับเครื่องประดับทรงพลังและสามารถบรรจุความหมายไว้ได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งยังเป็นสิ่งที่บันทึกช่วงเวลาของชีวิตและมอบความสำคัญให้แก่ช่วงเวลาเหล่านั้น

 

เซ็นทรัลชิดลม ดึงอีเวนต์โกลบอลนิทรรศการ Vivienne Westwood ปักหมุดครั้งแรกในไทย

เปิดตัวครั้งแรก The Galaxy Room พื้นที่จัดแสดงแบบอิมเมอร์ซีฟ

ในฐานะนิทรรศการระดับโลกที่เดินทางจัดแสดงในหลากหลายเมือง ทีมภัณฑารักษ์ ได้รังสรรค์องค์ประกอบและผลงานจัดแสดงใหม่สำหรับแต่ละจุดหมาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้ชมได้ค้นพบและเพลิดเพลิน

สำหรับนิทรรศการในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ มีการเปิดตัว The Galaxy Room เป็นครั้งแรก พื้นที่จัดแสดงแบบอิมเมอร์ซีฟที่พาผู้ชมเข้าสู่จักรวาลแห่งความคิดสร้างสรรค์ของ Vivienne Westwood ผ่านประสบการณ์อันลึกซึ้งและเป็นส่วนตัว ห้องนี้ได้รับการออกแบบเพื่อจุดประกายความใคร่รู้ที่มีรากฐานจากศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษา พัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Microsoft

ระหว่างการชมนิทรรศการ ผู้เข้าชมสามารถเลือกและสแกนเครื่องประดับชิ้นที่สะท้อนตัวตนหรือสร้างความประทับใจให้แก่ตนเอง เพื่อรวบรวมเป็นคอลเลกชันส่วนตัวได้สูงสุด 40 ดีไซน์ เครื่องประดับแต่ละชิ้นที่เลือกจะเปรียบเสมือนประตูสู่เรื่องราว แรงบันดาลใจ และกระบวนการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์เบื้องหลังการออกแบบจักรวาลดิจิทัลที่ได้รับการร้อยเรียงขึ้นสำหรับผู้เข้าชมแต่ละคนนี้ สะท้อนถึงคุณค่าที่ Vivienne ยึดมั่น ไม่ว่าจะเป็นความลุ่มลึกทางความคิด ความจริงแท้ งานฝีมือ การขับเคลื่อนสังคม ตลอดจนความเชื่อตลอดชีวิตของเธอในพลังแห่งวัฒนธรรมและการศึกษาที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

ณ ใจกลางของ The Galaxy Room เครื่องประดับที่ผู้เข้าชมเลือกจะกลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มดาวเฉพาะบุคคล ก่อนพัฒนาไปสู่สมุดบันทึกดิจิทัลส่วนตัวที่สะท้อนการเดินทางผ่านโลกของ “Vivienne Westwood & Jewellery” ในรูปแบบที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร ผู้เข้าชมสามารถปรับแต่งผลงาน บันทึกองค์ประกอบที่สร้างขึ้น และนำงานศิลปะดิจิทัลกลับไปเป็นที่ระลึก เพื่อสานต่อประสบการณ์จากนิทรรศการให้คงอยู่ต่อไป

โลกของ Vivienne Westwood จะทำให้ค้นพบว่าวัฒนธรรมไม่เพียงหล่อหลอมสิ่งที่เราสร้างสรรค์ แต่ยังมีส่วนกำหนดว่าเราจะเติบโตไปเป็นใครอีกด้วย

ประสบการณ์จากนิทรรศการยังต่อเนื่องไปยัง Vivienne Westwood Exhibition Shop ซึ่งนำเสนอคอลเลกชันลิมิเต็ดเอดิชันเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งแอกเซสซอรีและเสื้อยืดที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนิทรรศการครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 ก.ย.-23 ต.ค.2569  บัตรเข้าชมทั่วไป ราคา 200 บาท  สำหรับ "Vivienne Westwood Boutique" มีสาขา ได้แก่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลลาดพร้าว และ เซ็นทรัลภูเก็ต

Vivienne Westwood ดีไซเนอร์และนักเคลื่อนไหวผู้ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษที่ 20 และ 21

เส้นทางการออกแบบยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ Vivienne Westwood ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์ระดับโลก ขณะที่ตัว Westwood เองได้รับการจดจำในฐานะหนึ่งในดีไซเนอร์แฟชั่นและนักเคลื่อนไหวที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และ 21

Vivienne Westwood เริ่มต้นเส้นทางการออกแบบในปี 1971 ร่วมกับ Malcolm McLaren คู่ชีวิตของเธอในเวลานั้น โดยใช้ร้านที่ 430 Kings Road, London เป็นพื้นที่นำเสนอแนวคิดและงานออกแบบ

เมื่อแนวคิดด้านแฟชั่นเปลี่ยนไป ทั้งชื่อร้านและการตกแต่งก็เปลี่ยนตามไปด้วย กระทั่งในปี 1976 Westwood และ McLaren ได้มีบทบาทสำคัญในการนิยามวัฒนธรรมพังก์ผ่าน Seditionaries ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 Vivienne Westwood ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในสัญลักษณ์ของ British avant-garde และสำหรับคอลเลกชัน Autumn/Winter 1981 เธอจัดแฟชั่นโชว์บนรันเวย์เป็นครั้งแรกที่ Olympia ในกรุงลอนดอน 

หลังจากนั้น Westwood หันมาศึกษาเทคนิคการตัดเย็บแบบดั้งเดิมของ Savile Row พร้อมหยิบผ้าอังกฤษและศิลปะในศตวรรษที่ 17 และ 18 มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ 

ปลายทศวรรษ 1970 Carlo D’Amario ซึ่งเป็น Managing Director ของแบรนด์ ได้พบกับ Vivienne Westwood และเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกัน ก่อนจะกลายเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของ Westwood ในเวลาต่อมา ความร่วมมือของทั้งคู่มีส่วนผลักดันแบรนด์จากดีไซเนอร์สายคัลต์สู่แฟชั่นแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก 

ปี 1989 Vivienne ได้พบกับ Andreas Kronthaler ซึ่งต่อมาเป็นทั้งสามี คู่คิดด้านการออกแบบ และ Creative Director ของแบรนด์ 

ปี 2004 Victoria & Albert Museum กรุงลอนดอน จัดนิทรรศการย้อนหลังผลงาน Vivienne Westwood เพื่อฉลองเส้นทาง 34 ปีในวงการแฟชั่น ซึ่งนับเป็นนิทรรศการครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดให้กับดีไซเนอร์แฟชั่นชาวอังกฤษที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนั้น 

ปี 2006 คุณูปการของเธอต่อวงการแฟชั่นอังกฤษได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ เมื่อ Vivienne Westwood ได้รับแต่งตั้งเป็น Dame of the British Empire โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และในปี 2007 ได้รับรางวัล Outstanding Achievement in Fashion จากงาน British Fashion Awards ณ กรุงลอนดอน

"Vivienne Westwood" หนึ่งในบริษัทแฟชั่นระดับโลกที่ยังคงดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ แฟชั่นเฮาส์แห่งนี้มีตัวตนที่มาก กว่าการสร้างเสื้อผ้า จิวเวลรี และแอ็กเซสซอรี ตลอดชีวิตของ Westwood เธอใช้ผลงานเพื่อจุดประกายความคิดและสร้างความตระหนักต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนทั่วโลก