วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เลื่อนแล้ว เริ่มอีกทีโลว์ซีซัน เดือน เม.ย. 2570

‘สุรศักดิ์’ รมว.การท่องเที่ยวฯ เผยเลื่อน ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ โครงการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ อัดฉีดงบ 4 พันล้านบาท หวั่นกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่เต็มที่ ซ้อนทับ ‘ไฮซีซัน’ คนออกมาเที่ยวกันมากอยู่แล้ว

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวโน้มเลื่อนการดำเนินมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ออกไปก่อน จากเดิมจะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เปลี่ยนเป็นเริ่มดำเนินโครงการในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) ประมาณเดือนเมษายน 2570 เป็นต้นไปแทน หลังได้หารือร่วมกันทั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระดับกระทรวง และรัฐมนตรีท่านอื่นๆ เห็นพ้องตรงกันว่า จำเป็นต้องมีโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่มีความเห็นแย้งเรื่องช่วงเวลาว่าไม่ควรอัดฉีดงบประมาณในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ซึ่งครอบคลุมในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า

“ช่วงไฮซีซันเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางกันอยู่แล้ว โรงแรมต่างๆ มีผู้เข้าพักเต็มเป็นปกติ ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณในช่วงดังกล่าวได้ผลกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เต็มที่และน่าเสียดายงบประมาณที่วางไว้”

สำหรับรายละเอียดโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านไทยเที่ยวไทย พลัส วางกรอบวงเงินงบประมาณรวม 4,000 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน สูงสุด 5 คืน พร้อมแจกคูปองดิจิทัลแบบร่วมจ่ายสัดส่วนที่ 50:50 แบ่งเป็นเมืองหลัก 1,500 บาทต่อวัน เมืองรอง 2,000 บาทต่อวัน

หลักการ เงื่อนไข รายละเอียด และกรอบงบประมาณเดิมทั้งหมด ถือว่าได้รับการเห็นชอบในเบื้องต้น และมีการกันวงเงินไว้อย่างแน่นอนแล้ว แต่ช่วงเวลาที่กำหนดเดิมให้เริ่มเดินทางท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายน 2569 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570

ทั้งนี้มีช่วงงดใช้สิทธิ (Blackout Period) หลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลปีใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2569 – 15 มกราคม 2570 ด้วย โดยมีความกังวลว่าหากดำเนินโครงการแบบเว้นระยะหรือช่วงฟันหลอ อาจส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่ต่อเนื่องของการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้

“จากการหารือร่วมกับรัฐมนตรีท่านอื่นๆ เสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้รวบยอดไปจัดทำโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ครั้งเดียว หลังผ่านพ้นช่วงปีใหม่ไปแล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจ โดยมีกรอบงบประมาณเดิมที่กันเอาไว้แล้วประมาณ 4,000 ล้านบาทจากงบ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ก้อนแรกที่สามารถใช้ได้ เพื่อรองรับการใช้งาน 1 ล้านสิทธิ แค่สับเปลี่ยนช่วงเวลาเท่านั้น”