"ไทยเที่ยวไทย Plus" แจก 1 ล้านสิทธิ หนุนส่วนลดที่พัก 2,000 บาท คูปองเมืองรอง 2,000 บาท ขยายครอบคลุมสปา-ทัวร์ ลงทะเบียน 1 ต.ค.69 นี้
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการเดินทางภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แถลงแนวทางการดำเนินโครงการ “ไทยเที่ยวไทย Plus” ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ยาวไปจนถึงต้นปี 2570 มุ่งเน้นกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในภาคบริการทั่วทุกภูมิภาค
เจาะรายละเอียดสิทธิ และมาตรการอุดหนุน “ไทยเที่ยวไทย Plus”
โครงการ ไทยเที่ยวไทย Plus จัดเตรียมสิทธิสนับสนุนประชาชนไว้ทั้งสิ้น 1 ล้านสิทธิ (โดยเปิดให้ประชาชน 1 คน สามารถรับสิทธิได้สูงสุดไม่เกิน 5 สิทธิ) ผ่านมาตรการช่วยเหลือ 2 ส่วนหลัก เพื่อสร้างแรงจูงใจ และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ส่วนลดค่าที่พัก (Flat Rate) รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าที่พักตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืน การกำหนดอุดหนุนแบบ Flat Rate นี้จัดทำขึ้นเพื่อควบคุมมาตรฐานราคา และป้องกันไม่ให้ที่พักปรับขึ้นราคาเกินจริง
คูปองท่องเที่ยวดิจิทัล (Co-payment) รัฐบาลร่วมจ่าย 50% ครอบคลุมการท่องเที่ยวทั่วประเทศ
- เมืองหลัก รับวงเงินสนับสนุน 1,500 บาท
- เมืองรอง รับวงเงินสนับสนุนเพิ่มเป็น 2,000 บาท เพื่อเน้นย้ำเป้าหมายกระจายรายได้สู่ชุมชน
นอกจากนี้ กระทรวงยังได้ขยายขอบเขตการใช้จ่ายผ่านคูปองท่องเที่ยวให้กว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ร้านอาหารเหมือนโครงการในอดีต แต่ยังครอบคลุมไปถึงบริการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น บริการสปา นวดแผนไทย แพ็กเกจทัวร์ กิจกรรมดำน้ำ และการล่องเรือท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการส่งผ่านเม็ดเงินลงสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์
กำหนดการลงทะเบียน และช่วงเวลาเดินทาง
เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ไปเบียดซ้อนกับช่วงไฮซีซันที่มีการเดินทางสูงอยู่แล้ว โครงการจึงเว้นช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีกรอบเวลาดำเนินการดังนี้
- วันเปิดลงทะเบียน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
- ระยะที่ 1 (ช่วงก่อนปีใหม่) เดินทางใช้สิทธิได้ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2569
- ระยะที่ 2 (ช่วงหลังปีใหม่) เดินทางใช้สิทธิได้ระหว่างวันที่ 16 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2570
โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยงบประมาณจากเงินกู้จำนวน 4,000 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าการอุดหนุนดังกล่าวจะสร้างแรงผลักดันทางเศรษฐกิจ เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท
ยกระดับความโปร่งใส ปราบทุจริต-ฟันที่พักโขกราคา
นายสุรศักดิ์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความโปร่งใส และการป้องกันการทุจริต โดยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสดังนี้
-
ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ดำเนินการระงับสิทธิ และ Blacklist ผู้ประกอบการรวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมทุจริตจากโครงการในระยะที่ผ่านมาแล้วมากกว่า 1,000 ราย
-
ตรวจสอบราคาที่พักย้อนหลัง กำหนดให้โรงแรม และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ต้องยื่นเอกสารยืนยันราคาห้องพักในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เพื่อป้องกันการปั่นราคาเกินจริง และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการอย่างแท้จริง
หนุนท่องเที่ยววัฒนธรรม เชื่อมโยงวัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา
นอกจากเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้กล่าวถึงทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยย้ำถึงความสำคัญของ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และศาสนาที่ทรงคุณค่าระดับประเทศ
วัดพุทไธศวรรย์ เป็นโบราณสถานที่โดดเด่น มีพระปรางค์องค์ใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) และพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนมายาวนาน ส่วนประเด็นข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายในวัดนั้น นายสุรศักดิ์ เชื่อมั่นว่าประชาชน และนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจ และสามารถแยกแยะระหว่างพฤติกรรมของบุคคลออกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และความศรัทธาในสถานที่ได้ โดยวัดพุทไธศวรรย์จะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญที่ต้อนรับผู้คนเข้ามาเดินทางกราบไหว้ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





