วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

'สอวช.' ผนึก 'อพท.' ลุยการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง นำร่อง 4 เดสทิเนชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

สอวช. จับมือ อพท. หนุนใช้อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่“การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูธรรมชาติ ควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) สนับสนุนการดำเนินงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ “การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง หรือ Regenerative Tourism” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนางสาววนิดา พันธ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. และนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เป็นผู้ลงนามความร่วมมือดังกล่าว

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวไทยสู่ “การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” ผ่านการเสริมสร้างความร่วมมือการดำเนินงานด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) ของกระทรวง อว. ด้วยการเชื่อมโยงงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรมเข้าสู่กลไกการขยายผลเชิงพื้นที่ ควบคู่กับการบูรณาการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนาชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ พร้อมขับเคลื่อนและพัฒนาไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำ อววน. มาเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาพื้นที่พิเศษของ อพท. พร้อมทั้งร่วมกันพัฒนามาตรฐานและแนวทางการวัดผลที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล

'สอวช.' ผนึก 'อพท.' ลุยการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง นำร่อง 4 เดสทิเนชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

อีกทั้ง เป็นเวทีที่แสดงถึงการยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง เพื่อวางทิศทางยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เน้นย้ำทิศทางการท่องเที่ยวไทยต้องมุ่งสู่การเป็น “Meaningful & High Value Destination” โดยนำแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างมาใช้ในการฟื้นฟูและยกระดับระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชน ขณะที่ความร่วมมือระหว่าง อพท. และ สอวช. จะเป็นกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้าน อววน. สอดรับกับแนวคิด “Future Link หรือ อนาคตเป็นไปได้” ของ กระทรวง อว. พร้อมหนุนเสริมด้วยการขับเคลื่อนของ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หรือ กรอ. ท่องเที่ยว และ “นโยบายชุมชนพลัส” ของ กระทรวง กก. เพื่อสนับสนุนชุมชนและผู้ประกอบการ เชื่อมโยงภาคเอกชน สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

'สอวช.' ผนึก 'อพท.' ลุยการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง นำร่อง 4 เดสทิเนชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เปิดเผยว่า สอวช. เห็นความสำคัญของเซ็กเตอร์ท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ใหญ่มากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ไม่เพียงนำเงินเข้าประเทศ แต่ยังกระจายเม็ดเงินสู่ชุมชน ประชาชนโดยตรง แต่การที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการท่องเที่ยวมายาวนาน ส่งผลให้หลายอย่างเสื่อมโทรม ขณะที่แนวทางโลก เน้นความยั่งยืน การทำให้หมุดหมายท่องเที่ยวคงสภาพที่ดีไว้ รวมถึงแนวคิดใหม่ที่มุ่งการฟื้นสร้างหรือ Generative Tourism จึงมีแนวคิดในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เพื่อทำให้การท่องเที่ยวไทยยั่งยืน ดีขึ้น รวมถึงสร้างรายได้ และสร้างประโยชน์ให้ชุมชน พื้นที่ต่างๆ 

ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ จึงมีความสำคัญในการพลิกโฉมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่ง สอวช. ได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมออกแบบและพัฒนานโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทย โดยใช้กลไกของกระทรวง อว. เป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้งานวิจัย สิ่งที่คิดไปต่อยอด และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของ อพท. พร้อมประสานเครือข่ายวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาหลักสูตรและเครื่องมือวัดผลตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-based) สำหรับสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านการท่องเที่ยว

'สอวช.' ผนึก 'อพท.' ลุยการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง นำร่อง 4 เดสทิเนชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากความร่วมมือในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาต้นแบบพื้นที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างเครือข่าย Regenerative Tourism การมีส่วนร่วมของชุมชน หรือ Co-creation ไม่แค่บริการเท่านั้น รวมถึงการสร้างรายได้จากกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้องค์ความรู้และผลการศึกษาจากพื้นที่มาใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย พร้อมทั้งช่วยเพิ่มคุณค่าของพื้นที่ท่องเที่ยวในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวที่สร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ในระยะยาว

“การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างมีความครอบคลุมและดีมากขึ้นเมื่อเทียบกับการรักษา ปกป้อง สร้างความยั่งยืนเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ จากการไปสัมผัสองค์กรระดับโลก จะเห็นว่ามีการเดิมพันในเรื่องสำคัญ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การฟื้นสร้างด้านการเกษตร สะท้อนว่าการฟื้นสร้างหรือ Regenerative ถูกผนวกอยู่ในหลายภาคส่วนของโลก และไทยจะมีการนำมาใช้มากขึ้น”  

ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วม ยังชูมาตรการสนับสนุนทางการเงินและภาษีภายใต้ STEMPlus หากภาคธุรกิจมีการจ้างงาน สามารถนำไปลดหย่อนภาษี 250% เป็นต้น  

'สอวช.' ผนึก 'อพท.' ลุยการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง นำร่อง 4 เดสทิเนชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง อพท. และ สอวช. ในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการก่อให้เกิดกลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคีเครือข่าย รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน อววน. เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างของประเทศไทย ที่นอกจากจะมุ่งสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแล้ว ยังช่วยกำหนดทิศทางและกลไกในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพชีวิตของชุมชน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต่อไป 

โดยเสนอ 4 พื้นที่นำร่อง “Living Lab” ประกอบด้วย พื้นที่พิเศษฯ หมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง พื้นที่พิเศษฯ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พื้นที่พิเศษฯ เชียงราย พื้นที่พิเศษฯ คุ้งบางกะเจ้า 

'สอวช.' ผนึก 'อพท.' ลุยการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง นำร่อง 4 เดสทิเนชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

การเลือก 4 พื้นที่ทดลองหรือเป็น Sandbox เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ระหว่างกระบวนการทำแผนพัฒนายุทธศาสตร์พื้นที่พิเศษ 5 ปี ในปี 2571-2575 เพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบภายในปีนี้ ซึ่งทั้ง 4 พื้นที่ ยังมีอัตลักษณ์แตกต่างกันไป โดยจังหวัดเชียงราย ที่มีโจทย์ด้านสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม ไฟป่า จึงต้องหาทางรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน อีกด้านยังมีจุดแข็งด้านชาติพันธุ์ ชนเผ่า ส่วนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จะยกระดับสู่ลากูน ทัวริซึม ซึ่งในไทยและเอเชียมิติดังกล่าวยังไม่ชัดเจน จึงต้องการสร้างต้นแบบลากูน ทัวริซึมให้เกิดขึ้น ขณะที่ คุ้งบางกะเจ้า จะมุ่งสร้างชุมชนที่มีความสุขอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยว ผู้ไปเยี่ยมเยือนมีความสุข ส่วนหมู่เกาะช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวหมู่เกาะธรรมชาติที่สมบูรณ์พร้อมระดับชาติและระดับโลก จึงต้องการผลักดันสู่เดสทิเนชันระดับโลกอย่างยั่งยืน

ด้านกรอบแนวทางและขอบเขตการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนา ออกแบบ และขับเคลื่อนนโยบาย มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาทรัพยากรไปสู่การฟื้นฟูและคืนกำไรให้ระบบนิเวศทางธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรม โดยใช้กลไก อววน. เป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อสร้างการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างที่มีมูลค่าสูง พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมผลักดันผลลัพธ์และแนวคิดเข้าสู่แผนนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ

'สอวช.' ผนึก 'อพท.' ลุยการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง นำร่อง 4 เดสทิเนชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

2. การขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างและนโยบาย การประสานความร่วมมือ และการพัฒนาภาคีเครือข่ายระหว่างสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงโครงสร้างจากข้อมูลจริง พร้อมทั้งคัดเลือกและพัฒนาพื้นที่พิเศษ “Regenerative Tourism Lab” เป็นพื้นที่ทดลองนำร่องโมเดลการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับบริบทเฉพาะถิ่น และพัฒนากรอบแนวคิดการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions: NbS) 

3. การพัฒนาเครื่องมือที่สร้างระบบนิเวศและวัดผลเพื่อการพัฒนา เช่น การเสนอและร่วมพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานตามหลักวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ประเมินผลกระทบเชิงฟื้นสร้าง โดยให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลก เช่น เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) และปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทเฉพาะถิ่นของไทย เพื่อให้เกิดเกณฑ์การวัดผลที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์และ 4. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ผู้ประกอบการ คณาจารย์ และชุมชน ผ่านหลักสูตรวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทุนมนุษย์ และเตรียมความพร้อมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ได้

'สอวช.' ผนึก 'อพท.' ลุยการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง นำร่อง 4 เดสทิเนชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

“อพท.อยู่ในอุตสาหกรรมต้นน้ำของภาคการท่องเที่ยว เราจะเน้น A B C โดย A คือ Academic & Innovation โดยใช้งานวิชาการของ สอวช.มาสนับสนุน เป็นเข็มทิศ ขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ B คือ Best Practice ลุย 4 พื้นที่นำร่องต้นแบบ และ C คือ Cross Sector Collaboration ความร่วมมือที่ต้อง Co-Creation ไม่อยู่แค่ในกระทรวงท่องเที่ยว ฯ แต่ต้องหารือ ร่วมมือข้ามกระทรวง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเน้นสุดในความร่วมมือครั้งนี้ คือการเน้นฐานราก คือเจ้าของพื้นที่ ชุมชน เป็น Co-Owner หรือเจ้าของร่วมไม่ใช่นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติไปเที่ยว แต่ชุมชนไม่เคยได้อะไรเลย ดังนั้นภายใต้ Regenerative Tourism จะมุ่งจาก Co-Owner ไปสู่ Co-Creation ด้วยกัน และสร้างประโยชน์ร่วมให้ชุมชนหรือ Co-Benefit ไม่ใช่แค่เงิน แต่มีความสุขทั้งผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน”