ถ้าไม่มี “วู้ดดี้” ธุรกิจจะไปต่ออย่างไร? ถอดสูตรทรานส์ฟอร์ม “วู้ดดี้ เวิลด์” สู่ “กระทรวงแห่งชีวิต” สร้างระบบนิเวศยั่งยืนผ่าน 6 เสาหลักผลักดันรายได้
ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “แม่ทัพใหญ่” ในทุกๆ ด้านทั้งอยู่เบื้องหน้า และเบื้องหลัง มีข้อดีคือผู้คนรู้จัก เกิดเป็นแบรนด์ตัวตนหรือ Personal Brand ที่โดดเด่นได้ และสามารถขายงาน ดึงดูดลูกค้า แต่อีกด้าน จะมีคำถามตามมาหาก “ไร้ซึ่งผู้นำ” องค์กร ธุรกิจจะเป็นอย่างไร
“ถ้าเราไม่อยู่..จะทำยังไงกับวู้ดดี้ เวิลด์ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปีแล้ว จึงเปลี่ยนวู้ดดี้ เวิลด์ ให้เป็นศูนย์รวมคอนเทนต์ และเราจะสร้างชื่อใหม่ ที่สะท้อนตัวเรา และสร้างระบบนิเวศ ภายใต้ กระทรวงแห่งชีวิต หรือ MINISTRY OF LIFE เพื่อดูแลชีวิตชาวไทยทุกคน” วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด ให้มุมมองถึงการทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 2 ทศวรรษ
กระทรวงแห่งชีวิต หรือ MINISTRY OF LIFE(MOL) เป็นสิ่งที่ “วู้ดดี้ วุฒิธร” ตกผลึก ในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าประสงค์สำคัญ คือการเปลี่ยน “คอนเทนต์” ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ ต่อยอดสู่ “คอมมูนิตี” และเปลี่ยนพื้นที่คอมมูนิตีให้เป็นพลังสร้างการเติบโต
ก่อนเจาะกลยุทธ์ธุรกิจ เหตุผลของการพลิกภาพวู้ดดี้ เวิลด์ สู่ “กระทรวงแห่งชีวิต” คือการมุ่ง “ปลดล็อกการเติบโต”
“ตัวเลขการเติบโตของรายได้ผันแปรตามวู้ดดี้ เราเห็นคอขวดในการเติบโตของบริษัท จึงตั้งเป้าร่วมกัน ธุรกิจจะอยู่อย่างไร ถ้าไม่มีพี่ในการนำหรือ Lead”
คำถามนี้ ยังเคยเกิดขึ้นช่วงทำอีเวนต์แห่งชาติอย่างเทศกาลสงกรานต์ “เอสทูโอ”(S2O) ที่ช่วง 2-3 ปีแรก การวางรากฐาน สร้างการเติบโตได้ ต้องมี “มืออาชีพ” มาขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นระบบ
เมื่อเข้าใจเหตุแห่งการ “ติดล็อกเติบโต” ด้วยรายได้ระดับ “ร้อยล้าน” มานานหลายปี จึงต้องจัดองคาพยพใหม่ เพื่อสร้างรายได้ จากจุดแข็ง “สื่อและคอนเทนต์”(Media & Content) ทรานส์ฟอร์มสู่ “ระบบนิเวศด้านการมีสุขภาวะที่ดี” (Well-being Ecosystem) ผ่านแนวคิด “กระทรวงแห่งชีวิต เชื่อมโยงทุกจุดของชีวิต หรือ MINISTRY OF LIFE : Connecting every dot of life” โดยมี 6 เสาหลักสำคัญของชีวิต ดังนี้
1.Well-being ความเป็นอยู่ที่ดี 2.Relationship & Family ที่เชื่อมโยงทั้งครอบครัวรวมถึงสัตว์เลี้ยงแสนรัก 3.Work revolution การทำงาน 4.Wealthspan ความยั่งยืนชีวิตที่มาพร้อมความมั่งคั่งทางการเงินตลอดชีวิต 5.Mindset & Emotional Well-being สุขภาวะทางอารมณ์ มีพลังออกไปทำสิ่งต่างๆ 6.Purpose & Meaning การมีเป้าหมายและความหมายของการใช้ชีวิต
“รายการบันเทิงเป็นภาพจำของวู้ดดี้ แต่พอเราทำเรื่องสุขภาพ จัดอีเวนต์ใหญ่ๆต่างๆ จึงเห็นเทรนด์สุขภาพมาแน่ ทุกธุรกิจเกี่ยวข้องสุขภาพหรือ wellness หมดเลย จะโรงแรม โรงพยาบาล ฯ รายการเราจึงมุ่งดูแลชีวิตที่ดี wellness well-being มุ่งการเงิน การลงทุน ความสัมพันธ์”
สำหรับขุมพลังการสร้างรายได้ จะมาจาก 3 ส่วน ได้แก่
1.สื่อและรายการ(Media & Content) ภายใต้วู้ดดี้ เวิลด์ จะยังพัฒนาและสร้างสรรค์คอนเทนต์ต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 5 รายการ LifeDot AliveDot ฯ มุ่งเชื่อมโยงกระทรวงแห่งชีวิตผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตอบโจทย์ผู้บริโภคและลูกค้า ที่มาพร้อมจุดแข็งฐานผู้ติดตามทุกสื่อรวมกว่า 24 ล้านราย(Follower) และรายการต่างๆมียอดรับชม(View)สะสมระดับ “พันล้านวิว”
2.Event & Experience ต่อยอดจากผู้ชมบนจอสู่การมีส่วนร่วม สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านกิจกรรมและอีเวนต์เล็กไปจนถึงใหญ่ เช่น Life Expo ที่เป็นอีเวนต์เรือธงแห่งปี(flagship) ซึ่งปีนี้พร้อมทุ่มทุน 20 ล้านบาท รังสรรค์งานให้ยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง
3.Well-being Community & Commerce สร้างคอมมูนิตีด้านสุขภาวะที่ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์และพันธมิตรเสนอสินค้า บริการตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ
การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้ มิติของการสร้างรายได้ ยังพลิกจากผู้ผลิตคอนเทนต์ สื่อพึ่งพา “วู้ดดี้” ขยายสู่การรับจ้างผลิตคอนเทนต์ สู่รายได้ที่ไม่ได้มาจากวู้ดดี้ หรือ Non-Woody มากขึ้นด้วย ซึ่งกลยุทธ์นี้จะเน้น “ทอล์กอินฟลูเอนเซอร์” จากเหล่าพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นรายการ Kim’s Mirror โดยคิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส รายการ MY DADDY James โดยเจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข THE LAZY GENIUS โดยคริส หอวัง และ WandOland โดยวู้ดดี้ และ โอ๊ต ภัทรพล ฯ ซึ่งโดยรวมจะมีรายการที่สร้างสรรค์ราว 16 รายการ จากเดิมมี 12 รายการ
“รายการทั้งหมดจะนำพาไปสู่การสร้างคอมมูนิตี การสร้างอีเวนต์ในแต่ละเสาหลักของตัวเอง ภาพเหล่านี้จะเห็นชัดในปีหน้า”
นอกจากรากฐานธุรกิจเดิม “วู้ดดี้” ยังปั้นธุรกิจใหม่ MOL Co-lab เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแบบ Tailor-made โดยดำเนินการให้ครบตั้งแต่ต้นจนถึงปลายน้ำ คือขบคิดไอเดีย วิจัย วางกลยุทธ์ สร้างสรรค์คอนเทนต์ เจาะผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย พร้อมตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจดังกล่าว 50 ล้านบาท คาดหวังมีลูกค้า 5-10 แบรนด์ ในเซ็กเตอร์ที่มีศักยภาพ เช่น สุขภาพหรือเวลเนส การเงิน และหัตถการ ฯ
“MOL Co-lab เกิดขึ้นเพราะมีลูกค้าต้องการให้สร้างสรรค์รายการใหม่ให้ เดิมไม่มีเวลา เพราะเมื่อก่อนทำคอนเทนต์ใช้เวลาเป็นเดือน แต่เมื่อมีเทคโนโลยีเอไอ ทำให้ลดระยะเวลาทำงาน ถ่ายทำวันนี้ต้องเสร็จในวันนี้ แล้วกระจายคอนเทนต์ไปทุกรูปแบบสั้น-ยาว หรือ short-form และ long-form content”
อีกธุรกิจใหม่คือ “d.o.t.” การบริหารจัดการศิลปิน นำร่องปั้น 9 ศิลปินและประเดิมซีรีส์ Boy’s Love เปิดตัวปล่อยทีเซอร์เรียกน้ำย่อยไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
“d.o.t.หรือ dream of tomorrow เราจะหาคนมีพรสวรรค์มาต่อยอด เพื่อพาไปสู่ระดับโลก สร้างคุณค่าให้กับประเทศไทย”
จากวู้ดดี้ เวิลด์ สู่ “กระทรวงแห่งชีวิต” คาดว่าจะเป็นกลไกสำคัญผลักดันรายได้ให้ปี 2570 แตะ 200 ล้านบาท เติบโต 20% ส่วนปี 2569 คาดการณ์รายได้แตะ 150 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อนรายได้ 139 ล้านบาท ส่วนโครงสร้างรายได้ปีหน้าจะมาจากสื่อและคอนเทนต์ 40% อีเวนต์ 40% และ MOL Co-lab 20% นอกจากนี้ การพึ่งพารายได้จาก “วู้ดดี้” จะเหลือ 15-20% จากปัจจุบัน 50%
“วู้ดดี้ เวิลด์ เกิดจากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ แต่กระดุมเม็ดต่อไปต้องกลัดให้ได้ คือบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพ ผลักดันการเติบโตยั่งยืน”





