ททท. ชูบิ๊กอีเวนต์-งานเทศกาลดัง มุ่งเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัว พลิกรายได้ท่องเที่ยว ‘อีสาน’ จากอันดับท้ายๆ ของประเทศ สวนทางปี 68 มีจำนวนผู้มาเยือนมากเป็นอันดับ 2 ทะลุ 31 ล้านคน-ครั้ง
วันนี้ (3 ก.ย.) ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในหัวข้อ “Soft Power: พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น” บนเวทีงานสัมมนา “Local First, Future Ready โอกาสท้องถิ่น: ISAN LANDING” ณ หอประชุมมาลิณี จุโฑปะมา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จัดโดย กรุงเทพธุรกิจ ว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวภาคอีสานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวน “ผู้มาเยือน” เติบโตจาก 27.4 ล้านคน-ครั้งในปี 2566 ขยับเป็น 29.9 ล้านคน-ครั้งในปี 2567 และพุ่งเป็น 31.3 ล้านคน-ครั้งในปี 2568 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตจากกว่า 8 หมื่นล้านบาท สู่ระดับ 1.08 แสนล้านบาทในปี 2568 ขณะที่อัตราการเข้าพักของภาคอีสาน เพิ่มจาก 60% ในปี 2566 ขยับเป็น 66% ในปี 2568
“การท่องเที่ยวภาคอีสานเมื่อปี 2568 มีจำนวนผู้มาเยือนมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ แต่เม็ดเงินรายได้รวมการท่องเที่ยวกลับอยู่อันดับท้ายๆ ของประเทศ นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเฉลี่ย 2,268 บาท/คน/ทริป คิดเป็นครึ่งเดียวของค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ 4,205 บาท/คน/ทริป ททท.จึงมุ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคน เพื่อเติมเต็มศักยภาพของภาคอีสาน ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมที่พักรองรับกว่า 9.22 หมื่นห้อง สนามบิน 8 แห่ง รถไฟ 48 ขบวน/วัน และกำลังจะมีรถไฟความเร็วสูงในอนาคต”
ทั้งนี้ มองว่าภาคอีสานมีต้นทุนวัฒนธรรมที่แข็งแรง โดยเฉพาะมิติ “Festival & Faith” งานเทศกาลประเพณีและความเชื่อ นี่คือเครื่องมือที่จะเปลี่ยนชุมชนนั้นๆ ให้เป็นแรงดึงดูดระดับประเทศ เช่น งานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส จ.สกลนคร งานประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม และงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี หนุนยกระดับวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่ “Signature Thailand”
ขณะเดียวกันในปลายปีนี้จะมีอีเวนต์ใหญ่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างงาน “งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี 2569” กำหนดจัดงานในไฮซีซัน ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรประมูลสิทธิ์การจัดงานนี้





