วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ไทยเบฟ’ แจงเบรกขาย ‘เคเอฟซี’ แค่วัดมูลค่าพอร์ตไก่ทอดเบอร์ 1

“ปณต” แจงกระแสขาย “เคเอฟซี ” ยันยังไม่ตั้งโต๊ะขาย ให้แบงก์ศึกษามูลค่าแบบเฉพาะเจาะจงเท่านั้น เผยต้องการเห็นมูลค่าของพอร์ต หลังบริหารร้านไก่ทอดระดับโลกมากว่า 9 ปี สามารถสร้างการเติบโตร้านมากกว่าเท่าตัวจาก 240 สาขา ทะยานเกิน 561 สาขา พร้อมทำกำไรต่อเนื่อง เสริมแกร่งธุรกิจอาหาร

“ไทยเบฟเวอเรจ” อาณาจักรเครื่องดื่มแสนล้านบาท และเป็นบริษัทไทยที่แผ่ขยายกิจการเติบใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเชีย นอกจากสร้างแบรนด์ของตัวเอง ยังมีการเข้าไปลงทุนในธุรกิจต่อยอดความมั่งคั่ง ถือหุ้นกับพันธมิตรเพื่อบริหารร้านกาแฟระดับโลก “สตาร์บัคส์” การรับบทเป็น “แฟรนไชส์” ขยายร้านไก่ทอดเบอร์ 1 “เคเอฟซี” เป็นต้น

เดือน ก.ค.2569 เกิดกระแสข่าว “ไทยเบฟ” จะขายกิจการร้าน “เคเอฟซี” ด้วยการให้ Bank of America สำรวจความเป็นไปได้ ต่อประเด็นร้อนดังกล่าว กรุงเทพธุรกิจ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และยังเป็นคณะกรรมการบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น หรือทีซีซี กรุ๊ป (TCC Group)

9 ปี“ไทยเบฟ”สร้างมูลค่าให้ “เคเอฟซี”

ทั้งนี้ ถือเป็นการเปิดใจครั้งแรก “เคเอฟซี” ในมือไทยเบฟจะอยู่หรือไปในฐานะแฟรนไชส์

“ข่าวที่เกิดขึ้นอาจมีการคาดการณ์กันไปมาก แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ต้องการเห็นคือมูลค่าที่ได้สร้างให้กับเคเอฟซี" นายปณต ให้ความเห็น และขยายความถึงการขายกิจการเคเอฟซีในไทยว่า โดยปกติฝ่ายธนาคารมักจะนำเสนอโอกาสในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งตามหลักการทุกอย่างสามารถขายได้ในราคาที่เหมาะสม แต่สิ่งสำคัญคือการมองว่าบริษัทได้สร้างมูลค่าอะไรขึ้นมา และจะประเมินมูลค่านั้นอย่างไร

‘ไทยเบฟ’ แจงเบรกขาย ‘เคเอฟซี’   แค่วัดมูลค่าพอร์ตไก่ทอดเบอร์ 1

ปี 2560 บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย(QSA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไทยเบฟ ได้ทุ่มเงิน 1.14 หมื่นล้านบาท เพื่อเข้าซื้อร้านเคเอฟซีจำนวน 240 สาขา ระยะเวลา 9 ปี สามารถสร้างการเติบโตจนปัจจุบันมีร้าน 561 สาขาแล้ว (ณ 31 มี.ค.69)

มุ่งวินัยการลงทุนไม่ได้ตั้งโต๊ะประกาศขาย

9 ปีกับการนำพาเคเอฟซีเติบโต ทางฝ่ายบริหารจึงได้ขออนุมัติจากคณะกรรมการเพื่อให้ธนาคารเข้ามาศึกษาแบบเฉพาะเจาะจงเท่านั้น โดยไม่ได้มีการตั้งโต๊ะประกาศขายแต่อย่างใด

“ถือเป็นวินัยในการลงทุน ที่เมื่อถึงระยะหนึ่งต้องกลับมาตรวจสอบความคุ้มค่า และเตรียมพร้อมตอบคำถามผู้ถือหุ้น โดยสิ่งที่ต้องการทราบคือการประเมินมูลค่าในขณะนี้เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับตอนที่เข้าซื้อกิจการมา”

นายปณต กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมบริหารรุ่นใหม่ ซึ่งมีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ เข้ามาร่วมรับฟังเหตุผลและช่วยตัดสินใจในเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องดี พร้อมกันนี้ ได้กล่าวถึงมุมมองของธนาคารที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อธุรกิจอาหารบริการในประเทศไทยด้วย

‘ไทยเบฟ’ แจงเบรกขาย ‘เคเอฟซี’   แค่วัดมูลค่าพอร์ตไก่ทอดเบอร์ 1

“ธนาคารระบุว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายที่นักลงทุนสนใจ โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างรายได้ และแพลตฟอร์มที่มีระบบการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนในอนาคต”

พาเคเอฟซี ขยายครบ 77 จังหวัด

คิวเอสเอ ภายใต้เงาไทยเบฟ ถือเป็น 1 ใน 3 แฟรนไชส์ที่บริหารร้านไก่ทอดเคเอฟซี และเดือน มี.ค.2569 “KFCประเทศไทย” ได้ประกาศมีร้านครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ หลังเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเป็นเวลา 41 ปี โดยขณะนั้นมีจำนวนร้านทั้งสิ้น 1,226 สาขา

สำหรับแม่ฮ่องสอนคือจังหวัดที่ 77 หรือลำดับสุดท้ายที่เคเอฟซี สามารถเข้าไปเปิดร้านได้ เนื่องจากคิวเอสเอ มีศักยภาพด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ การจัดการด้านซัปพลายเชนสินค้าเพื่อส่งไปยังสาขา ซึ่งต้องมีการปรับขนาดและวิธีการรักษาอาหาร เพื่อฝ่า 1,864 โค้งไปเสิร์ฟไก่ทอดระดับโลกให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ท้องถิ่นหรือโลคัล โดยก่อนเปิดร้าน ใช้เวลา 1-2 ปีเพื่อทำการศึกษาความเป็นไปได้

‘ไทยเบฟ’ แจงเบรกขาย ‘เคเอฟซี’   แค่วัดมูลค่าพอร์ตไก่ทอดเบอร์ 1

ทั้งนี้ 3 แฟรนไชส์ ที่บริหารร้านเคเอฟซี ประกอบด้วย 1.บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก และนำเคเอฟซีเข้ามาเสิร์ฟผู้บริโภคชาวไทย มีสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว และเคเอฟซี ถือเป็นแบรนด์สำคัญที่สร้างรายได้และกำไรให้ 2.บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) ที่ครองพื้นที่ภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ แต่ยังเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561-2568 และ 3.บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด บริหารเคเอฟซีกว่า 9 ปี สร้างการเติบโตทั้งรายได้และกำไร

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านอาหารมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จำนวนสาขาล่าสุดจึงมีการเปลี่ยนแปลงของแต่ละราย เช่น ซีอาร์จี (ณ 30 มิ.ย.69) มีร้านเคเอฟซี 350 สาขา คิวเอสเอ 561 สาขา (ณ 31 มี.ค.69) เป็นต้น ด้านตลาดร้านอาหารประเภทไก่ทอด มีการประเมินมูลค่าราว 3 หมื่นล้านบาท และเคเอฟซี ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด เป็นเบอร์ 1 อย่างแข็งแกร่ง 

QSR เคลื่อนธุรกิจอาหารโกยกำไร

ทั้งนี้ ไทยเบฟเวอเรจ ได้รายงานผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2569(ปีงบประมาณ ต.ค.68-ก.ย.69) มีรายได้จากการขาย 254,040 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และกำไรก่อนหักภาษี(EBITDA) 48,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

เจาะธุรกิจอาหาร สร้างรายได้จากการขาย 17,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยบริษัทให้เหตุผลว่าธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนหรือ QSR เป็นแรงส่งสำคัญ หรือคือแบรนด์เคเอฟซีนั่นเอง ท่ามกลางสถานการณ์ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย การเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และ EBITDA อยู่ที่ 1,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลักๆ มาจากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากบริษัทร่วม

‘ไทยเบฟ’ แจงเบรกขาย ‘เคเอฟซี’   แค่วัดมูลค่าพอร์ตไก่ทอดเบอร์ 1

กว่า 9 ปีที่ ไทยเบฟขยายร้านเคเอฟซี จำนวนสาขาอย่างโดดเด่นเติบโตกว่าเท่าตัว และกลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สร้างรายได้และกำไรให้กับกลุ่มธุรกิจอาหาร โดยปี 2568 คิวเอสเอ หรือเคเอฟซี สร้างรายได้กว่า 1.12 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.26% และมีกำไรสุทธิกว่า 441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.66%

เมื่อดูผลงาน 9 เดือนของไทยเบฟ จะเห็นว่าเคเอฟซีคือพอร์ตโฟลิโอใหญ่สร้างรายได้เกินกว่า 50% ให้กับธุรกิจอาหาร จากที่เครือมีร้านอาหารราว 30 แบรนด์ และยังสร้างกำไรจากที่ธุรกิจอาหารเผชิญความผันผวนกำไร-ขาดทุน

อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวการขายกิจการเคเอฟซีของไทยเบฟ เกิดขึ้นในห้วงเวลาของการขยายหรือต่อสัญญาในฐานะแฟรนไชส์หลังบริหารมาเกือบครบสัญญา 10 ปี อีกด้านยังมีประเด็นการขึ้นค่าธรรมเนียมที่แฟรนไชส์จะต้องจ่ายให้กับผู้ขายแฟรนไชส์ (Franchisor) ด้วย