วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ประยุทธ มหากิจศิริ’ ร้อง ‘กขค.’ ขยี้ปม ‘เนสท์เล่’ กีดกัน ขัดขวาง QCP ทำธุรกิจ

เปิดแผลใหม่ศึก "เนสกาแฟ" เมื่อ "ประยุทธ มหากิจศิริ" เดินหน้าร้องคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า(กขค.) เหตุ "เนสท์เล่" ยุติคำสั่งซื้อ สั่งปิดโรงงาน ล่ามโช่ปิดประตูโรงงาน ใช้อำนาจเหนือตลาดและอำนาจต่อรอง กีดกัน และขัดขวางการประกอบธุรกิจของ QCP

เป็นเวลาเกือบ 2 ปี กับการสิ้นสุดทางเพื่อนร่วมธุรกิจระหว่าง “ตระกูลมหากิจศิริ” และ “เนสท์เล่” ยักษ์ใหญ่อาหารระดับโลก ในการผลิต “Nescafe”(เนสกาแฟ) ปิดฉากมหามิตรที่ยาวนาน 3 ทศวรรษ

ที่สำคัญยังเกิดข้อพิพาทตามมาระหว่างการ “ยุติ” บริษัทร่วมทุนภายใต้บริษัท ควอลิตี้คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด หรือ QCP ซึ่งแต่ละฝ่ายถือหุ้นสัดส่วน 50% เท่ากัน

ทั้งนี้ ข้อพิพาทต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างตระกูลมหากิจศิริ และ เนสท์เล่ มีหลายประเด็น ซึ่งหลายๆ เรื่องล้วนอยู่ในกระบวนการยุติธรรม การพิจารณาของศาลต่างๆ

ล่าสุด “นายประยุทธ มหากิจศิริ” หัวเรือใหญ่แห่งอาณาจักรธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย อย่าง PM GROUP เดินหน้าพึ่งพาหน่วยงานภาครัฐในศึก “เนสกาแฟ” ด้วยการยื่นหนึ่งสือถึง เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อร้องเรียนกลุ่มบริษัทเนสท์เล่ กรณีกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราช บัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 50 และมาตรา 57

สำหรับรายละเอียดการร้องเรียนครั้งนี้ นายประยุทธ มหากิจศิริ (“ผู้ร้องเรียน”) ผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยและประธานกรรมการของบริษัท ควอลิตี้คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด ( “QCP”) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กาแฟผงสำเร็จรูปภายใต้เครื่องหมายการค้า “NESCAFE” ในประเทศไทยได้รับความเสียหายจากการที่กลุ่มบริษัทเนสท์เล่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาดกาแฟผงสำเร็จรูปในประเทศไทยและเป็นผู้ถือหุ้นอีกกึ่งหนึ่งของ QCP ใช้อำนาจเหนือตลาดและอำนาจต่อรอง ที่เหนือกว่าแทรกแซง กีดกัน และขัดขวางการประกอบธุรกิจของ QCP อย่างไม่เป็นธรรม

โดยคู่ขัดแย้งได้มีการ “ยุติคำสั่งซื้อ สั่งปิดโรงงาน” ทำให้เครื่องจักรใช้การมิได้ โอนย้ายพนักงาน “ล่ามโช่ปิดประตูโรงงาน” และขัดขวางมิให้ QCP กลับมาประกอบธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 50 และมาตรา 57 แห่งพระราช บัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ซึ่งฝ่ายผู้ร้องเรียนมีรายละเอียด ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานปรากฏตามหนังสือร้องเรียนและเอกสารประกอบส่งให้แก่ กขค.

ฝ่ายร้องเรียน ยังต้องการให้ กขค. ดำเนินการพิจารณารับเรื่องร้องเรียนไว้ และดำเนินการ “แต่งดั้งพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนโดยเร่งด่วน" และมีคำสั่งตามมาตรา 60 ให้ “ผู้ถูกร้องเรียนยุติการกระทำอันมิชอบ” ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ และก่อความเสียหายเพิ่มขึ้นทุกวัน

เนื่องด้วย QCP ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนในเรื่องเดียวกัน ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจซึ่งได้รับความเสียหายโดยตรง ฝ่ายผู้ร้องเรียนจึงขอ กขค.ดำเนินการพิจารณาทั้ง 2 เรื่องไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม จากข้อพิพาท เกิดการฟ้องร้องหลายคดี หนึ่งในนั้นคือผลกระทบต่อธุรกิจ ที่มีมูลค่ามหาศาล ที่ผ่านมา นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ จึงได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ โดยฟ้องเนสท์เล่ และบริษัทในเครือ กรรมการผู้จัดการของ QCP ตลอดจนผู้บริหารของ Nestlé S.A. และบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เรียกค่าเสียหายจำนวน 1 แสนล้านบาท เป็นต้น