“อสมท” เป็นองค์กรสื่อที่มีบทบาทสำคัญในฐานะ “สื่อรัฐ” แต่อีกภารกิจคือ “สื่อของประชาชน” แต่เมื่อคนดูทีวีน้อยลง สื่อออนไลน์ทรงพลัง จึงส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้ 9 ปีที่ผ่านมาต้อง “แบกขาดทุน” มาโดยตลอด
หลายปีที่ผ่านมา “อสมท” มุ่งหาน่านน้ำใหม่ที่ไม่ใช่ธุรกิจสื่อเพื่อสร้างรายได้ โดยเฉพาะนำสินทรัพย์ คือที่ดิน 3 แปลงสำคัญ มาเปิดประมูลให้เอกชนเช่า โดยเฉพาะที่ดิน 50 ไร่ ห้วยขวาง หรือย่านรัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นย่านใจกลางธุรกิจใหม่(New CBD) ล่าสุด มีผู้ให้ความสนใจทำเลทองดังกล่าว
หวังเป็นศูนย์กลางครอบครัว
ดร. ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการ รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจสื่อในปัจจุบันมีความบอบบางมาก และไม่ใช่ธุรกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้ รวมถึงผู้บริโภคหรือคนดูทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง อีกด้านคนดูทีวีน้อยลง และหากคนจะดูทีวี เนื้อหา รายการจะต้องมีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย แต่การจะสร้างสรรค์คอนเทนต์ดังกล่าวได้ จะต้องใช้เงินทุนค่อนข้างมาก สวนทางกับสถานการณ์ของ อสมท ที่ผลการดำเนินงานยังเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่อง 9 ปีแล้ว
สำหรับการดำเนินธุรกิจสื่อ อสมท จะสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อป้อนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ผ่านแอปพลิเคชัน MCOT Connect โดยเฉพาะคอนเทนต์บันเทิง เพื่อตอบสนองคนดู ขณะเดียวกันจะนำคอนเทนต์ที่อยู่บนออนไลน์ไปออกอากาศทางทีวี เพื่อเข้าถึงคนดูทุกวัย เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวใช้เวลาร่วมกัน
“เราต้องการให้ทีวีเป็นศูนย์กลางของครอบครัว คนดูได้ทุกช่วงวัย”
ผนึกพันธมิตรจีนลุย “ซีรีส์แนวตั้งธีมเอไอ”
ในการเสริมทัพคอนเทนต์บันเทิง อสมท อยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรจีน ในการนำ “ซีรีส์แนวตั้งธีมเอไอ” หลากแนว เช่น ซีรีส์จีนกำลังภายใน แฟนตาซี ดรามา ฯ แต่ละกลุ่มจำนวน 20 เรื่องขึ้นไป และสร้างสรรค์แนวตั้งและแนวนอนเพื่อออกอากาศ 2 แพลตฟอร์มทั้งทีวี และออนไลน์ โดยคาดว่าจะเปิดตัวให้คนไทยได้ดูปลายปี 2569 ส่วนโมเดลรายได้ มีทั้งแบ่งปันจากค่าลิขสิทธิ์(ไลเซนส์) และแบ่งรายได้(revenue sharing)
ทั้งนี้ ซีรีส์แนวตั้งธีมเอไอ มีต้นทุนราว 2-3 ล้านบาท สำหรับความยาว 1.30 ชั่วโมง(ชม.) เทียบกับการผลิตละครใช้เงินทุนราว 10-20 ล้านต่อเรื่อง ซึ่งนอกจากพันธมิตรจีน บริษัทยังหารือกับผู้ผลิตซีรีส์แนวตั้งในประเทศไทยด้วย แต่ต้นทุนการผลิตต่างกันราว 50%
อสมท ไม่มีงบฯ ประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่
ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากทีวีอนาล็อกสู่ทีวีดิจิทัลกว่า 10 ปี นับถอยหลังอีกเพียง 2 ปีเศษ จะสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล(ไลเซนส์) แต่ปัจจุบันแผนแม่บท โรดแมป ยังไม่มีความชัดเจนออกมาจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ส่งผลกระทบต่อการวางแผนระยะยาวพอสมควร
ทั้งนี้ หากสิ้นสุดไลเซนส์ แล้ว กสทช.จะเปิดประมูลทีวีดิจิทัลใหม่ด้วยมูลค่าหลักพันล้านบาท อสมท ยืนยันว่าไม่มีเงินทุนไปแข่งขัน เนื่องจากการประมูลที่ผ่านมา บริษัทลงทุนเต็มที่ และเป็นตัวแปรที่ทำให้มาถึงจุดที่ย่ำแย่ในวันนี้
“มองความเป็นสื่อ ประเทศไหนไม่มีทีวีคงไม่ได้ ความเป็นรัฐฐะ จะใช้สื่อใดสื่อสารกับประชาชนทั่วประเทศ เพราะออนไลน์ไม่ได้มีทุกแห่ง หรือการเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตจะมีความน่าเชื่อถือเพียงใด หลังสิ้นสุดไลเซนส์ทีวีดิจิทัลปี 2572 จึงคาดว่าทีวีไม่หมดไป แต่จะมีช่องจำกัดขึ้น แต่หาก กสทช.เปิดประมูลใบอนุญาตฯ อีกครั้งในมูลค่าพันล้านบาท อสมท เราไม่มีงบในการประมูลทีวีดิจิทัลเลย เราจ่ายไปหมดตัวแล้ว”
แปลงที่ดิน 50 ไร่ สู่เงินทุน
ดร. ญาดา กล่าวอีกว่า แนวทางต่อไป อสมท ต้องการพลิกธุรกิจสื่อ สร้างการเติบโตด้วยสินทรัพย์ยุคใหม่ หรือ MCOT Next นำสินทรัพย์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะที่ดิน 3 แปลง ประกอบด้วย ที่ดินห้วยขวาง 50 ไร่ หนองแขม 40 ไร่ บางไผ่ 59 ไร่ เพื่อให้เอกชนมาเช่าที่ดินไปพัฒนาโครงการต่างๆ นำร่องที่ดิน 50 ไร่ บนทำเลห้วยขวาง หรือย่านรัชดา-พระราม 9 ได้ประกาศขายซองประมูลสิทธิการเช่าที่ดินจนถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ล่าสุด มีเอกชนผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สนใจซื้อซองพอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยจำนวนที่ชัดเจนได้
สำหรับที่ดินดังกล่าวมีการประเมินมูลค่าราว 9,000 ล้านบาท ภายใต้ผังเมืองสีแดงที่จะปรับเปลี่ยนในปี 2570 พร้อมปลดล็อกข้อกังวลทางเข้าออกไว้ 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.อสมท ได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขออนุญาตใช้ที่ดินของ รฟม. เป็นทางเข้า – ออก สู่ทางสาธารณะ จำนวน 2 ช่องทาง ช่องทางละ 20 เมตร) และ2.มีทางเข้า – ออก ภาระจำยอมด้านกระทรวงวัฒนธรรม
“ผู้ซื้อซองฯ มีการสอบถามเกี่ยวกับทางเข้าออกของที่ดิน อสมท ยืนยันมีทางเข้า-ออกแน่นอน”
หลังจากนี้ อสมท จะร่างทีโออาร์ สำหรับที่ดินอีก 2 แปลงที่เหลือเพื่อให้เอกชนมาเช่าอีกด้วย
ลุยลดค่าใช้จ่าย หาเงินทุนหมุนเวียน
การสานภารกิจ MCOT Next ล้วนต้องใช้เงินทุน และการปล่อยเช่าที่ดิน 50 ไร่ ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการปลดล็อกแหล่งเงินทุนให้กับ อสมท หากไม่มีผู้สนใจเช่าที่ดินแปลงดังกล่าว บริษัทจะเดินหน้าลดไซซ์องค์กรเป็นลำดับแรก ล่าสุด มีโครงการร่วมใจจากองค์กร ทำให้มีพนักงานเหลืออยู่ราว 700 คน จากเคยมีพนักงานสูงสุดราว 1,400 คน ในปี 2563
นอกจากนี้ จะปล่อยเช่าที่ดินในระยะสั้น เช่น ที่ผ่านมา ให้เอกชนจัดงานเอสทูโอ จัดอีเวนต์ต่างๆ สร้างรายได้เกือบ 10 ล้านบาทต่อปี
“ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เราต้องการใช้เงินทุนทั้งหมด ซึ่งต่อปีคาดการณ์ระดับร้อยล้านบาท หากที่ดิน 50 ไร่ไม่มีคนสนใจเช่า เราจะเดินหน้าลดภาระค่าใช้จ่ายภายในองค์กรหรือลีน โดยพิจารณาตัดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นที่น้อยสุดออกไป”
การพลิกขาดทุนไปสู่กำไร เป็นเป้าหมายของ อสมท แต่สิ่งสำคัญสุดในเวลานี้ ยังเป็นการหาเงินทุนหมุนเวียนราว 1,200 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องในระยะเวลา 3 เดือนด้วย
“เวลานี้การดูผลกำไรไม่สำคัญเท่ากับกระแสเงินสด เพื่อหมุนเวียนค่าใช้จ่ายในองค์กร”





