"นันยาง" ลุยรองเท้ารุ่น "ลิมิเต็ด เอดิชัน" ผ่านมาแล้ว 10 กว่ารุ่น ล่าสุดคอลแลบส์ "โจอี้-ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ" ออกรองเท้า "Nanyang x Phuwasit 2026 Edition" พร้อมสร้างแบรนด์เพื่อครองใจกลุ่มเป้าหมาย
เกินครึ่งทางปี 2569 ภาคธุรกิจยังบ่นอุบถึงโจทย์หินที่เผชิญ เมื่อเศรษฐกิจไทย-เทศชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแอลงต่อเนื่อง ซ้ำร้ายมีเหตุการณ์โลกที่เขย่าซัพพลายเชน ต้นทุนให้สั่นสะเทือน
“นันยาง” แบรนด์รองเท้าชั้นนำของเมืองไทย ปรับตัวทำตลาด หมั่นสร้างบรรยากาศ เติมคุณค่าให้แบรนด์ เมื่อผู้บริโภคต้องการใช้หรือซื้อสินค้าจะได้เลือกยี่ห้อที่เห็น นึกถึงอยู่เสมอ
ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ฉายภาพใหญ่ด้านเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ความไม่แน่นอน สถานการณ์โลกในปี 2569 กลายเป็นตัวแปรสำคัญทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจไม่ง่าย อีกทั้งสินค้ารองเท้า โดยเฉพาะรองเท้านักเรียน ยังมีปัจจัยท้าทายจากอัตราการเกิดของเด็กที่น้อยลงด้วย
ปี 2569 นันยาง ตั้งเป้าการเติบโต 3-5% ผ่านครึ่งทางยังพอไหว แต่ยอมรับว่าการทำตลาด กระตุ้นยอดขาย “ยาก” อีกทั้งการสื่อสารการตลาดแบบหว่านหรือ Mass ลำบากขึ้น เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคมีความเจาะจง และหลากกลุ่ม กระบวนการคิด ไลฟ์ไตล์หลากหลาย บางคนเสพสื่อออนไลน์ หากอยู่ “ต่างแพลตฟอร์ม” จะมีคาแร็กเตอร์อีกแบบ ทำให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต้อง “เข้าใจ 1 คน” มากขึ้น
“ตลาดรองเท้าท้าทาย เพราะเศรษฐกิจ กำลังซื้อผู้บริโภคไม่แข็งแรง อีกทั้งรองเท้านักเรียนผ่านหน้าขายเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคมมาแล้ว แนวทางการตลาดจากนี้จึงต้องมุ่งสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภค แบรนด์ต้องสร้างบรรยากาศที่ดีอย่างต่อเนื่อง หากวันไหนลูกค้าต้องการสินค้าจะได้นึกถึงนันยาง”
“นันยาง” มีอาวุธการตลาดหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการร่วมมือพันธมิตรหรือ Collabs เพื่อทำให้ 1+1 มากกว่า 2 ทั้งทำให้ผู้บริโภคเข้าใจสินค้า ให้มีคุณค่ามากขึ้น รวมถึงการคอลแลบส์ “ข้ามสายพันธุ์” หรือพันธมิตรต่างอุตสาหกรรม ล่าสุด ลุยคอลแลบส์กับศิลปิน “โจอี้-ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ” หรือ Nanyang x Phuwasit 2026 Edition ออกรองเท้าผ้าใบรุ่น “โฮม” ราคา 899 บาทต่อคู่ จำหน่ายบนแพลตฟอร์ลาซาด้าที่ “นันยาง LazMall Flagship Store” ในรูปแบบจำหน่ายแบบสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น (Pre – order) ตั้งแต่วันที่ 10-20 สิงหาคม 2569 โดยจะไม่มีการผลิตเพิ่มและไม่ผลิตซ้ำ
ตลอดระยะกว่า 70 ปีของ “นันยาง“ แบรนด์ไม่เคยใช้พรีเซ็นเตอร์ ส่วนการคอลแลบส์กับ “โจอี้” เนื่องจากได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางของเด็กธรรมดาสู่การเติบโตที่ยิ่งใหญ่ ผู้ไม่เคยลืมจุดกำเนิดและตัวตน ที่สำคัญยังเป็น “ผู้ใช้ตัวจริง” ตั้งแต่เด็ก จนถึงสวมใส่ขึ้นแสดงคอนเสิร์ต
“นันยางมีการออกรองเท้าลิมิเต็ด เอดิชันทุกปี จนถึงปัจจุบันมีราว 10 รุ่นแล้ว โดยรุ่นที่สร้างสถิติคือรองเท้าแตะช้างดาว รุ่นพริ้ง สีชมพู-ดำ กวาดยอดขายกว่าแสนคู่ใน 21 ชั่วโมง ส่วน KFC x นันยาง เป็นสิ่งที่แบรนด์เชื่อมโยงอยู่กับผู้คน เพราะสงกรานต์มีคนเป็นล้าน เล่นสาดน้ำใส่รองเท้าไม่สบาย รองเท้าลื่น กินขาบ้าง เป็นการทำให้แบรนด์ระดับโลกโคจรมาเจอโลคัล คัลเจอร์”
การทำตลาดของ “นันยาง” ไม่เพียงโดดเด่นในประเทศไทย ล่าสุด คว้ารางวัล AMEA - Marketing 3.0 ยกย่องการตลาดระดับเอเชีย “AMF Asia Marketing Excellence Awards” (AMEA) 2026 ภายใต้ สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย หรือ Asia Marketing Federation (AMF) “ดร.จักรพล” ย้ำว่า องค์กรยึดปรัชญา “Stand in their shoes” หรือการเข้าใจผู้บริโภคเชิงลึก(customer insight)เพื่อตอบสนองความต้องการได้โดนใจ
ทั้งนี้ การทำตลาดระดับองค์กร ยังมุ่ง 3Ps ได้แก่ 1.Personal well-being นอกจากรองเท้าดีต่อการสวมใส่ ยังมีแคมเปญดูแลสภาพจิตใจด้วย เช่น แคมเปญต่อต้านการบูลลี่ในโรงเรียน การไม่บูลลี่ตัวเองหรือใจดีกับตัวเอง ออกหมอนนอนยาง ให้เด็กๆได้พักผ่อนช่วงปิดเทอมไม่ต้องเรียนพิเศษมากเกินไป เป็นต้น 2.Planet การนำขยะมาทำรองเท้า นำเศษรองเท้ามาทำรองเท้าใหม่ รวมถึงป้ายไวนิลมาทำกระเป๋า เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลก และ 3.People หรือคนมีส่วนสำคัญในการคิดกลยุทธ์การตลาด แบรนด์ต้องเชื่อมโยงกับผู้คน อย่างรองเท้า KFCxนันยาง นันยางรุ่น Netflix ‘All of Us Are Dead’ Exclusive Edition เพื่อโปรโมทซีรีส์ เป็นต้น
“นันยางต้องการสร้างมูฟเมนต์ทางการตลาด ให้ผู้บริโภคเห็นสินค้า เมื่อต้องการใช้รองเท้าจริงๆ จะนึกถึงแบรนด์เราเป็นอันดับแรก เพราะเคยเห็นกิจกรรมมาก่อน”



