“สมาคมโรงแรมไทย” คาดสถานการณ์น้ำท่วมฉุดอัตราเข้าพักโรงแรมใน “กรุงเทพฯ” ช่วง ก.ย.-ต.ค. ติดลบไม่เกิน 10% เผยผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมยังอยู่ในวงจำกัด ต่างจากน้ำท่วมใหญ่ปี 54 พร้อมแนะ กทม. และ ททท. เร่งสื่อสารข้อมูลเส้นทางอย่างแม่นยำ หวังพยุงตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” ในช่วงโกลเด้นวีควันชาติจีน 1 ต.ค. ด้าน “แอตต้า” จี้รัฐบาลเร่งเตรียมแผนระยะยาว แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
KEY POINTS
- สมาคมโรงแรมไทยคาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรงแรมในกรุงเทพฯ ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ลดลงไม่เกิน 10%
- มีความกังวลว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดยาวโกลเด้นวีค ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคม
- แนะให้ กทม. และ ททท. เร่งสื่อสารข้อมูลเส้นทางและสถานการณ์น้ำอย่างแม่นยำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
- สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า ขณะนี้สมาคมฯ อยู่ระหว่างสำรวจว่าสมาชิกผู้ประกอบการโรงแรมได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจ มีการยกเลิกหรือเลื่อนจองห้องพักมากน้อยแค่ไหน แต่จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าโรงแรมส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก จึงแทบไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ประกอบกับสถานที่ท่องเที่ยวและบริการในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) รวมถึงฝั่งธนบุรี และเขตพระนคร ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนโซนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่รับน้ำทางตะวันออก เช่น ศรีนครินทร์ อ่อนนุช บางกะปิ รามคำแหง และบางส่วนของ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีกลุ่มโรงแรมตั้งอยู่ไม่มากนัก
“สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ในปี 2569 มีความแตกต่างจากวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เนื่องจากขอบเขตพื้นที่ท่วมมีประมาณ 30-40% ของพื้นที่กรุงเทพฯ โดยสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองยังคงเปิดทำการและบินขึ้น-ลงตามปกติ เช่นเดียวกับถนนสายหลักอย่างวิภาวดีรังสิต มอเตอร์เวย์ และทางด่วน ที่ยังคงใช้สัญจรเข้าสู่ใจกลางเมืองได้”
ประเมินยอดเข้าพักโรงแรมติดลบไม่เกิน 10%
ทั้งนี้ ประเมินว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมในกรุงเทพฯ ช่วงคาบเกี่ยวเดือน ก.ย. ถึง ต.ค. 2569 น่าจะติดลบไม่ถึง 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากโรงแรมส่วนใหญ่ในพื้นที่เศรษฐกิจไม่ได้รับความเสียหาย และลักษณะของน้ำท่วมเป็นแบบไร้โคลนตม ทำให้การฟื้นฟูไม่ยุ่งยากเหมือนกรณีน้ำท่วมในต่างจังหวัดอย่างเชียงใหม่หรือสงขลา หากฝนหยุดตกคาดว่าจะสามารถระบายน้ำและเคลียร์พื้นที่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติได้ภายในเวลาไม่เกิน 7 วัน
“ช่วงเทศกาลหยุดยาว (Golden Week) วันชาติจีน 1 ต.ค.นี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การจองห้องพักและผลกระทบอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพฤติกรรมการจองห้องพักผ่านระบบแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agent: OTA) ในปัจจุบัน ยืดหยุ่นให้ผู้เดินทางสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการเดินทางได้ล่วงหน้าเพียง 2-3 วัน หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบต่ออารมณ์การเดินทางและทำให้เกิดการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางได้”
แนะ กทม. - ททท. อัปเดตข้อมูลสร้างความมั่นใจแก่ทัวริสต์
สมาคมฯ จึงมีข้อเสนอแนะถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เร่งดำเนินการสื่อสารเชิงรุก โดยจัดทำข้อมูลการจราจรและแผนที่น้ำท่วมขัง แจ้งเตือนสถานะของถนนสายหลัก เส้นทางที่รถเล็กผ่านได้หรือห้ามผ่าน โดยอัปเดตข้อมูลวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
“ภาพรวมฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ในช่วงปลายปี 2569 คาดว่าจะรักษาทรงตัวใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรืออาจลดลงเล็กน้อยขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมันและบรรยากาศการท่องเที่ยว”
"แอตต้า" จี้รัฐบาลเตรียมแผนระยะยาว แก้น้ำท่วมซ้ำซาก
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ประธานที่ปรึกษาและนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า พอเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ จ.พระนครศรีอยุธยา ย่อมกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทางแน่นอน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนในช่วงโกลเด้นวีควันชาติจีน 1 ต.ค. ขณะเดียวกันบริษัททัวร์เองก็ต้องปรับเส้นทางท่องเที่ยวไปยังจุดที่น้ำไม่ท่วมแทน โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าทัวร์เป็นหลัก พร้อมอธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าไม่ใช่น้ำท่วมจากทางเหนือ แต่เกิดจากฝนตกแช่สะสม ท่วมขังไม่นาน โดยคาดว่าน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งนี้จะกระทบต่อภาคท่องเที่ยวราว 10 วัน ระหว่างนั้นนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะปรับแผนการเดินทางไปเที่ยวประเทศอื่นแทน
“พอเกิดน้ำท่วมแบบนี้อีก อยากให้รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากซึ่งสร้างความเสียหายและกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก จึงควรมีแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว เร่งมือแก้ไขอย่างจริงจัง แม้ว่าฝนจะถล่มหนักเท่าไร ก็ระบายน้ำได้เร็ว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่เมืองและภาคการท่องเที่ยว ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ ไม่เช่นนั้นก็ต้องมานั่งแก้ปัญหากันแบบนี้ทุกปี”





