วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ฮ่องกง' ศูนย์กลางที่มั่นคงและประตูสู่ความมั่งคั่งผ่าน 'Family Office' ส่งต่อมรดกสู่อนาคต

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก "ฮ่องกง" ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางการเงินและการบริหารความมั่งคั่งระดับโลก ผ่านโมเดล Family Office ที่ช่วยบริหารสินทรัพย์ วางแผนสืบทอดธุรกิจ และส่งต่อมรดกสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และตลาดทุนระดับสากล

ในโลกปัจจุบันที่เผชิญกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และสงครามที่อาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ “ความไม่แน่นอน” ได้กลายเป็นสิ่งเดียวที่แน่นอนสถานการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (UHNWIs) ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ไม่ได้มองหาเพียงจุดหมายปลายทางการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด แต่กำลังหาศูนย์กลางที่มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือเพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์และวางแผนส่งต่อมรดกสู่คนรุ่นต่อไป

ในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศชั้นนำและศูนย์กลางการบริหารความมั่งคั่งข้ามพรมแดนอันดับหนึ่งของโลก “ฮ่องกง” จึงเป็นจุดหมายที่ได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งทั่วโลกในการบริหารและปกป้องสินทรัพย์ นอกจากนี้ ฮ่องกงยังมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นและหาได้ยาก โดยเป็นหนึ่งในเขตอำนาจศาลแห่งเดียวที่ครอบครัวสามารถบริหารธุรกิจ จัดการความมั่งคั่ง การวางแผนสืบทอดกิจการและทรัพย์สิน ตลอดจนการเข้าถึงตลาดทุนระดับโลกได้ในที่เดียว

เรื่องราวของ 3 ตระกูลธุรกิจจากทั้งยุโรปและเอเชีย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของฮ่องกงในการบริหารความมั่งคั่ง การส่งต่อธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมสำหรับคนรุ่นต่อไปดังนี้

ธรรมาภิบาลครอบครัวและการพัฒนาศักยภาพของครอบครัว

Dr. Aron Harilela ประธานและซีอีโอของ Harilela Hotels Limited เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จและประวัติศาสตร์เกือบ 100 ปีของครอบครัว Harilela ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในฮ่องกงที่มีพื้นเพเดิมมาจากประเทศอินเดีย

Dr. Aron กล่าวว่า ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของธุรกิจครอบครัวในเอเชียไม่ใช่การเติบโต แต่คือการเปลี่ยนผ่าน “ความท้าทายที่เราและธุรกิจครอบครัวอื่นๆ อีกมากมายในเอเชียต้องเผชิญ ซึ่งก็คือการเปลี่ยนผ่านจากรุ่นที่หนึ่งไปสู่รุ่นที่สอง”

“เมื่อความสัมพันธ์ในคณะกรรมการบริหารเปลี่ยนจากระหว่างพี่น้องมาเป็นลูกพี่ลูกน้อง เราจึงต้องทำงานหนักขึ้นอีกนิดเพื่อสร้างความกลมเกลียว ซึ่งวิธีเดียวที่จะทำได้คือการนำธรรมาภิบาลองค์กรที่เหมาะสมมาใช้”

Aron กล่าวต่อว่า เมื่อมีการจัดตั้งธรรมาภิบาลองค์กรที่เหมาะสม ก็จะสามารถบริหารธุรกิจครอบครัวให้เป็นเหมือนบริษัทที่แท้จริงได้

“ตอนนี้เราต้องเอาปัญหาครอบครัวทั้งหมดออกจากห้องประชุมคณะกรรมการบริษัท ห้องประชุมไม่ใช่สถานที่สำหรับการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องครอบครัว แต่เป็นพื้นที่สำหรับกลยุทธ์และธรรมาภิบาลองค์กรเท่านั้น”

'ฮ่องกง' ศูนย์กลางที่มั่นคงและประตูสู่ความมั่งคั่งผ่าน 'Family Office' ส่งต่อมรดกสู่อนาคต

การสร้างวินัยคือสิ่งที่สภาพแวดล้อมเชิงสถาบันของฮ่องกงเอื้ออำนวยให้เกิดขึ้นได้ ด้วยการสนับสนุนจากหลักนิติธรรม ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ (Common Law System) ระบบนิเวศของทรัสตีมืออาชีพ ตลอดจนความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและที่ปรึกษา ฮ่องกงจึงเปิดโอกาสให้ครอบครัวต่างๆ สามารถสร้างโครงสร้างการกำกับดูแลที่ยั่งยืนได้

สำหรับครอบครัวธุรกิจ สิ่งนี้หมายความว่าไม่จำเป็นต้องแยกการดำเนินธุรกิจ การจัดสรรสินทรัพย์ และสมาชิกครอบครัวออกไปตามภูมิภาคต่างๆ หรือต้องเดินทางไปที่อื่นเพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์

ฮ่องกง จึงกลายเป็นศูนย์รวมที่พวกเขาสามารถจัดการทุกอย่างได้ครบวงจร ตั้งแต่ “การดำเนินธุรกิจ” ไปจนถึง “การบริหารความมั่งคั่ง” และจากการพัฒนาครอบครัวในปัจจุบันไปสู่การวางแผนสืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งถือเป็นรากฐานเชิงสถาบันสำหรับโมเดลบูรณาการระหว่าง “Family Business + Family Office”

นวัตกรรมและโอกาสที่หลากหลาย 

ฮ่องกงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนเท่านั้น แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับนานาชาติอย่างรวดเร็ว เมืองแห่งนี้ช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีสามารถขยายตัวสู่ตลาดโลก และสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ทอัพผ่านระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและเงินทุนที่แข็งแกร่ง

ชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ตัวแทนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ฮ่องกงเปรียบเสมือนประตูสู่จีน และเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้บริษัทเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงขยายโอกาสการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แนวโน้มดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญ เมื่อครอบครัวธุรกิจจำนวนมากขึ้นเริ่มจัดสรรเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตขั้นสูง ซึ่งนวัตกรรมในด้านเหล่านี้กระจุกตัวมากขึ้น โดยเฉพาะที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งมีบริษัทระดับโลกอย่าง DJI และ UBTECH Robotics ตั้งอยู่ เพื่อใช้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานและวิศวกรทักษะสูง

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีโดยตรงไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เนื่องจากข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและการควบคุมเงินทุน อาจทำให้การลงทุนและการบริหารเงินทุนข้ามพรมแดนของนักลงทุนต่างชาติมีความซับซ้อนมากขึ้น

ฮ่องกง จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงองค์กรและ Family Office เข้ากับโอกาสในจีนแผ่นดินใหญ่และภูมิภาคอื่นๆ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พวกเขายังคงสามารถควบคุมการดำเนินงานและอัตลักษณ์ของตนเองไว้ได้

ชัชวาลย์ชี้ให้เห็นถึงหนึ่งในข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของฮ่องกงว่า ฮ่องกงได้รับการยกย่องให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินเสมอ ไม่ใช่แค่สำหรับภูมิภาคนี้ แต่ในระดับโลก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายกว่ามากที่จะเข้าถึงตลาดทุน

ในฐานะตลาด IPO ชั้นนำของโลกและตลาดทุนที่เปี่ยมด้วยพลวัต ฮ่องกงมอบโอกาสการลงทุนที่คึกคักและหลากหลายสำหรับทั้งองค์กรและกลุ่มครอบครัวนักลงทุน ในทางกลับกันเงินทุนของครอบครัวก็สามารถกลายเป็นแหล่งสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของเทคโนโลยีใหม่ๆ และสตาร์ทอัพที่มีวิสัยทัศน์ได้เช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น ฮ่องกงกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำอย่างเต็มรูปแบบในด้าน Web3 และสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการริเริ่มกฎระเบียบใหม่ที่ควบคุมสเตเบิลคอยน์ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ดึงดูดความสนใจจากตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“สเตเบิลคอยน์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการค้าระหว่างประเทศ เพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่าและรวดเร็วกว่า” ชัชวาลย์กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าสเตเบิลคอยน์ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้เล่นรายใหญ่ในการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ SME อีกด้วย

เตรียมความพร้อมสู่การส่งต่อทายาท

สิ่งที่ส่งต่อได้ยากที่สุด ไม่ใช่ความมั่งคั่ง แต่คือเป้าหมายและคุณค่าที่ครอบครัวยึดถือ การทำให้ธุรกิจครอบครัวยังคงมีความหมายและสามารถสืบทอดเจตนารมณ์เดิมจากรุ่นสู่รุ่น ต้องอาศัยมากกว่าเพียงการโอนย้ายสินทรัพย์ แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมให้ผู้สืบทอดสามารถบริหารความมั่งคั่งที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง และสืบสานค่านิยมที่เป็นตัวตนของครอบครัวต่อไป

'ฮ่องกง' ศูนย์กลางที่มั่นคงและประตูสู่ความมั่งคั่งผ่าน 'Family Office' ส่งต่อมรดกสู่อนาคต

Maximilian Kaufmann กล่าวว่า การเติบโตขึ้นท่ามกลางธุรกิจ Leica และการเรียนรู้จากพ่อที่แบกรับความรับผิดชอบมาโดยตลอด ทำให้เขามองเห็นฮ่องกงเป็นสถานที่ที่ประเพณีดั้งเดิมและความเป็นผู้ประกอบการสามารถเติบโตควบคู่กันได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฮ่องกงได้มอบสภาพแวดล้อมที่สมาชิกครอบครัวรุ่นเยาว์สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ด้วยโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ควบคู่ไปกับการเข้าถึงการฝึกงานและเครือข่ายมืออาชีพ

เมืองแห่งนี้จึงมอบโอกาสในการเรียนรู้ในบริบทของโลกความเป็นจริง ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ คนรุ่นต่อไปจะสามารถสร้างประสบการณ์และมีส่วนร่วมกับภูมิทัศน์ทางธุรกิจของภูมิภาค ขณะเดียวกันยังคงอยู่ใกล้กับฐานธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสืบทอดความมั่งคั่งและบริหารจัดการมรดกได้อย่างมีความรับผิดชอบ