ในโอกาสการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค. 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และกรุงปักกิ่ง หนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของ “นักท่องเที่ยวจีน” และขยายโอกาสทางการตลาด รวมถึงการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสองประเทศ
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ณ นครเฉิงตู รัฐบาลไทยได้หารือร่วมกับภาคเอกชนถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างไทย-จีน โดยสำหรับ “ซื่อชวน แอร์ไลน์ส” (Sichuan Airlines) หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ เสฉวน แอร์ไลน์ส ได้หารือถึงแนวทางการฟื้นเที่ยวบินจากเมืองสำคัญในภาคตะวันตกของจีนมายังไทย เช่น การฟื้นเส้นทางบินจากเฉิงตูเข้ากระบี่ เชียงราย และเชียงใหม่ รวมถึงการขยายเส้นทางบินตรงเข้าหัวหินและอู่ตะเภา นอกจากนี้ยังต้องการส่งเสริมดีมานด์กลุ่มใหม่ๆ ในฉงชิ่ง ซีอาน และหลานโจวด้วย
“หลายเมืองในภาคตะวันตกของจีนถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมาก ประกอบกับคนไทยชอบมาเที่ยวเฉิงตูกับฉงชิ่งอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสดีในการขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย โดยทางผู้บริหารของซื่อชวน แอร์ไลน์ส ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำโปรโมชันส่งเสริมการขายร่วมกัน (Joint Promotion) หรือจัดสรรงบประมาณสนับสนุนแก่สายการบินโดยตรง เหมือนกับโครงการ Thailand Summer Blast ก่อนหน้านี้ เพื่อส่งเสริมการทำตลาดเที่ยวบินเช่าเหมาลำและเที่ยวบินประจำ”
ททท.จึงได้แจ้งไปว่าล่าสุดในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ด้านการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ซึ่งมี สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุภายหลังการประชุมว่าจะผลักดันมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 โครงการหลัก หนึ่งในนั้นคือโครงการ “Thailand Air Connect: Connecting The World to Amazing Thailand” สนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำและเที่ยวบินประจำเชิงพาณิชย์จากต่างประเทศ โดย ททท.จะเน้นการทำตลาดดึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนเหมือนเดิม ควบคู่กับการเปิดกว้างสนับสนุนเที่ยวบินประจำจากประเทศอื่นๆ เช่น ในยุโรปมากขึ้น
ขณะที่การหารือกับ “เหม่ยถวน” (Meituan) แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ดิจิทัลชั้นนำของจีน จะมุ่งต่อยอดความร่วมมือด้านการตลาดผ่านแพลตฟอร์มของ Meituan เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงขยายฐานนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากเมืองหลักและเมืองรอง ตลอดจนประยุกต์ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดเชิงลึกและยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน
“การหารือกับ Meituan มุ่งยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchange) เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ตลาด การจัดทำ Thailand National Campaign ภายใต้แนวคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวสองทาง (Two-Way Tourism) พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับโลกผ่าน Black Pearl Restaurant Guide และร่วมขับเคลื่อนโครงการ Trusted Thailand เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพ”
ลงนาม LOI ผนึก 5 บริษัทชั้นนำของจีน
ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวเสริมว่า ในวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ กรุงปักกิ่ง ททท.ยังได้ร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) กับผู้บริหารจาก 5 บริษัทพันธมิตรชั้นนำของจีน ได้แก่ China Tourism Group (CTG), Utour Group, China Comfort Group, AMAP และ TCP Red Bull เพื่อมุ่งประชาสัมพันธ์แบรนด์ “Amazing Thailand” ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีน พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพสูง ส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูง
พร้อมประยุกต์ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีด้าน “Smart Tourism” เพื่อการทำตลาดเชิงลึก ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มคุณภาพและกลุ่มพรีเมียม ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล
โจทย์ใหญ่ปรับลุคใหม่ สลัดภาพ "ท่องเที่ยวไทย" เก่า-แก่
“ต้องยอมรับว่าประเทศไทยอาจจะเก่าหรือดูแก่สำหรับนักท่องเที่ยวจีน หลังจากเข้าไปทำตลาดมานานกว่า 20 ปี จำเป็นต้องปรับสินค้าใหม่ ผนึกความร่วมมือกับภาคเอกชนผลักดันให้เกิดสินค้าเชิงประสบการณ์โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม สอดรับกับการปรับโครงสร้างแยกกระทรวงการท่องเที่ยวไปควบรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้ชื่อใหม่ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”
ดันเป้า "จีนเที่ยวไทย" 5.3 ล้านคนในปี 70
ภัทรอนงค์ เล่าเพิ่มเติมว่า ททท.ตั้งเป้าหมายดึง “นักท่องเที่ยวจีน” เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2570 จำนวน 5.28-5.39 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3-5% เทียบกับปี 2569 สร้างรายได้ 2.97 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%
หลังจากมีการปรับแนวโน้มล่าสุดของปี 2569 เพิ่มเป็นจำนวน 5.13 ล้านคน จากคาดการณ์เดิม 4.79 ล้านคน คิดเป็นการเติบโต 14.8% เทียบกับปี 2568 ซึ่งปิดที่ตัวเลข 4.47 ล้านคน และคาดว่าปีนี้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 2.88 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%
โดยจะส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวจีนปี 2570 ผ่าน “4 กลยุทธ์หลัก” ได้แก่ 1.การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมใหม่ๆ 2.เจาะเซ็กเมนต์นักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังจ่ายดี โดยเฉพาะกลุ่มเจน Z และเจน Y 3.รุกทำตลาดเมืองหลักเชื่อมเมืองรอง ทั้งในมุมดึงนักท่องเที่ยวจากเมืองรองของจีนเดินทางเข้าเมืองหลักของไทย และการดึงนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักของจีนเดินทางเข้าเมืองรองของไทย และ 4.การโปรโมตแคมเปญสื่อสารการตลาดหลักของ ททท. ภายใต้แนวคิด “Healing is The New Luxury” นำเสนอสินค้าที่เน้นฮีลใจ กำจัดความเครียดและความเหนื่อยล้า
“โจทย์สำคัญยังคงเป็นเรื่องเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมีแนวโน้มเฉลี่ยที่ 56,000 บาท/คน/ทริป เพิ่มขึ้น 2.4% ด้วยการทำตลาดเน้นสร้างประสบการณ์ ทำให้รายได้ตลาดจีนเที่ยวไทยปีนี้ไม่น้อยกว่า 2.88 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่านักท่องเที่ยวจีนยังใช้จ่ายสูง ทั้งในมุมชอปปิง ทานอาหาร และทำกิจกรรมอื่นๆ”
สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ กดดันราคาตั๋วบินพุ่ง
สำหรับสถิติตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-11 ก.ค. 2569 พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 2.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จาก “ปัจจัยบวก” เรื่องความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงร่วมกับทางการจีนในการปราบปราม “สแกมเมอร์”
นอกจากนี้ยังมี “การเชื่อมต่อเที่ยวบิน” ระหว่างไทย-จีนตลอดปี 2569 มีปริมาณที่นั่งโดยสาร (Seat Capacity) รวมเกือบ 7.9 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับปีที่แล้ว และคิดเป็นการฟื้นตัวประมาณ 60% เทียบกับปริมาณที่นั่งโดยสารเมื่อปี 2562 ก่อนวิกฤติโควิดซึ่งมีจำนวนกว่า 13.1 ล้านที่นั่ง โดยล่าสุดสายการบินลัคกี้แอร์ (Lucky Air) จะเปิดเส้นทางบินใหม่ คุนหมิง-อุดรธานี เริ่มทำการบินวันที่ 8 ก.ย. 2569
ส่วน “ปัจจัยลบ” ยอมรับว่าพอสถานการณ์ความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” กลับมาไม่แน่นอนและทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบินและกระทบการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนบางส่วน


