วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘โรงแรมไทย’ เฉียด 40% ชี้สงครามตะวันออกกลางฉุดลูกค้าลดลงเกินคาด ค่าครองชีพพุ่งกดดันกำลังซื้อคนไทยอ่อนแอ

ผลสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม” เดือน มิ.ย. 2569 จัดทำโดยสมาคมโรงแรมไทย (THA) และธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 16-30 มิ.ย. มีผู้ตอบแบบสำรวจ 147 แห่ง ระบุว่า อัตราการเข้าพักเดือน มิ.ย. ลดลงจากเดือนก่อนตามการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน ประกอบกับ “ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง” เป็นปัจจัยกดดันให้นักท่องเที่ยวเดินทางลดลง ธุรกิจโรงแรมไทยส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัวด้วยการลดราคาห้องพักและเพิ่มการทำตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย รวมถึงลดรายจ่ายเพื่อรักษาระดับสภาพคล่อง

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า แม้โรงแรมส่วนใหญ่ 50% คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงตามคาดจากผลกระทบเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่มีโรงแรมอีก 38% ที่เผชิญจำนวนลูกค้า “ลดลงมากกว่าคาด” จึงต้องปรับตัวด้วยการลดราคาห้องพักและเพิ่มการทำตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้า ขณะเดียวกันธุรกิจโรงแรมบางส่วนเลือกรักษาระดับสภาพคล่องในมือ โดยลดการลงทุนหรือลดรายจ่ายที่เกี่ยวกับพนักงาน

หากพิจารณาในช่วง “ไตรมาส 3 ปี 2569” ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มองว่าจำนวนลูกค้าต่างชาติโดยรวมมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากต้นทุนการเดินทางที่ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งนักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจถูกกดดันเพิ่มเติมจากมาตรการยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน อาทิ “นักท่องเที่ยวอินเดีย” ที่มักอ่อนไหวต่อราคา อาจชะลอการเดินทางหากถูกปรับไปใช้ Visa on Arrival หรือวีซ่าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง อาจทำให้ต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น

เช่นเดียวกับ “นักท่องเที่ยวไทย” ที่โรงแรมส่วนใหญ่ประเมินว่ามีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ จากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ อีกทั้งถูกกดดันเพิ่มเติมจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นหลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดี ธุรกิจโรงแรมบางส่วนประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 3 ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว โดยเฉพาะ “นักท่องเที่ยวจีน” ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางมาไทยแทนการเดินทางไปภูมิภาคอื่นที่ต้นทุนการเดินทางสูงกว่า

‘โรงแรมไทย’ เฉียด 40% ชี้สงครามตะวันออกกลางฉุดลูกค้าลดลงเกินคาด ค่าครองชีพพุ่งกดดันกำลังซื้อคนไทยอ่อนแอ

สำหรับ “อัตราการเข้าพัก” ในเดือน มิ.ย. 2569 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 52% เมื่อดูเป็นรายภูมิภาคพบว่า “ภาคกลาง” เป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเข้าพักสูงสุด 65% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 64% ของเดือน พ.ค. รองลงมาคือ “ภาคตะวันออก” มี 53% ลดลงจาก 60% ของเดือนก่อน ส่วน “ภาคใต้” มี 42% ลดลงจาก 48% และ “ภาคเหนือ” มี 37% ลดลงจาก 39% ขณะที่คาดการณ์อัตราการเข้าพักในเดือน ก.ค. 69 อยู่ที่ 53% ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

เทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการต้องการจากภาครัฐ โรงแรมส่วนใหญ่ต้องการให้มีดังนี้

1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้ ต้องการให้มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ (Short-haul) การเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบินและบริษัทแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง การส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ เพิ่มการจัดประชุมภาครัฐและอีเวนต์ต่างๆ รวมถึงการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและทบทวนนโยบายเกี่ยวกับฟรีวีซ่า

2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนพลังงานและค่าธรรมเนียมภาครัฐ และออกมาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน

3.มาตรการด้านการเงิน มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืน และการขยายระยะเวลามาตรการพักทรัพย์ พักหนี้

4.มาตรการด้านแรงงาน สนับสนุนการอบรมพัฒนาบุคลากรภาคบริการ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และ AI

5.มาตรการอื่นๆ เช่น การสื่อสารภาวะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงระบบตรวจคนเข้าเมือง การอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตต่างๆ และการเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

‘โรงแรมไทย’ เฉียด 40% ชี้สงครามตะวันออกกลางฉุดลูกค้าลดลงเกินคาด ค่าครองชีพพุ่งกดดันกำลังซื้อคนไทยอ่อนแอ เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

 

ด้านภาพรวมและสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงเดือน มิ.ย. 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) ของหลายประเทศ ทั้งกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) อาทิ จีน ฮ่องกง เป็นต้น แต่ยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องเผชิญคือ “การแข่งขันด้านการท่องเที่ยว” โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

รวมทั้งการเดินทางเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้กระตุ้นการท่องเที่ยว ผ่านนโยบาย “Thailand 365 Days” หรือประเทศไทยที่ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดทั้งปีในทุกภูมิภาค เพื่อกระตุ้นและสร้างการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับแนวโน้มความนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มองหาจุดหมายปลายทางซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และประสบการณ์ท้องถิ่น

“สมาคมโรงแรมไทยเชื่อมั่นว่านโยบายที่ทางรัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนั้นจะสามารถกระจายรายได้สู่ทุกภาคส่วนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างความยั่งยืนบนฐานคุณภาพ ผ่านการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและแหล่งพำนัก โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) เพื่อส่งเสริมการเติบโตด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยได้ในระยะยาว”