วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ตะวันออกกลาง’ ฟื้นเที่ยวบินรับดีมานด์หนีร้อน ‘ททท.’ คาดปี 69 ยอดทัวริสต์แตะ 6 แสนคน

ช่วงหน้าร้อนเดือน ก.ค.-ส.ค. ของทุกปีถือเป็นไฮซีซันของตลาดนักท่องเที่ยวจาก “ตะวันออกกลาง” ที่ต้องการเดินทางหนีร้อนมาสัมผัสบรรยากาศชุ่มฉ่ำของหน้าฝนเมืองไทย แม้ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางจะฉุดยอดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้ในครึ่งปีแรกลดลงราว 30% แต่ธุรกิจ “สายการบิน” ส่งสัญญาณบวกในครึ่งปีหลัง เดินหน้าฟื้นเที่ยวบินและเปิดเส้นทางใหม่ ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” สงบ ไม่มีความรุนแรง คาดการณ์ว่าในปี 2569 ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางฟื้นตัวกลับมาได้ประมาณ “600,000 คน” ลดลงราว 25% จากปี 2568 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง 806,000 คน โดยในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-23 มิ.ย. 2569 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าไทยจำนวนสะสม 193,800 คน ลดลง 31% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

“นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และมีศักยภาพด้านการใช้จ่ายสูง โดยช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. เป็นไฮซีซันของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่ง ททท. มีแผนอัดแคมเปญทางการตลาด และจัดกิจกรรม B2B ต่อเนื่องเพื่อเร่งและกระตุ้นตลาดให้เดินทางหนีร้อนมาเจอบรรยากาศร่มรื่นและเขียวสดใสของประเทศไทย”

ทั้งนี้ ททท. เดินหน้าขยายฐานตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมมือกับสายการบิน “ฟลายดูไบ” (flydubai) ในการส่งเสริมตลาด จากการเปิดเส้นทางบินใหม่ ดูไบ-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพจำนวนที่นั่งเครื่องบิน (Seat Capacity) เข้าสู่ประเทศไทย เริ่มให้บริการเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 ด้วยความถี่วันละ 1 เที่ยวบิน และมีแผนเพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป โดยใช้เครื่องบินรุ่น Boeing 737 MAX ให้บริการในเส้นทางดังกล่าว

การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยเพิ่มจำนวนที่นั่งใหม่เข้าสู่ประเทศไทยในช่วงฤดูร้อน (ก.ค.-ส.ค. 2569) ได้มากถึง 10,292 ที่นั่ง ช่วยกระตุ้นการเดินทางและรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเปิดเส้นทางบินไปจนถึงก่อนเข้าสู่ไฮซีซันปลายปี ช่วยตอกย้ำบทบาทของ “ประเทศไทย” ในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

หลังการต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ ททท.เตรียมนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 40 รายเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้โครงการ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” ในวันที่ 7 ก.ค. 2569 ณ เมืองดูไบ และวันที่ 8 ก.ค. 2569 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพและสร้างการเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจจากทั้ง 2 เมืองรวมไม่น้อยกว่า 900 นัดหมาย

ฐาปนีย์ เล่าเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางโดยเฉพาะ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” (UAE) ถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่มีกำลังซื้อและนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศหลายครั้งต่อปี โดยประเทศไทยยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาว UAE จากความพร้อมของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานระดับสากล ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพได้อย่างครบถ้วน

โดยนักท่องเที่ยวจาก UAE มีการใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 100,000 บาทต่อคนต่อทริป พำนักในประเทศไทยเฉลี่ย 10-12 คืน นิยมเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ตหรู รวมถึงมักเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (Re-visit) สูงถึง 65% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวและบริการของไทย อีกทั้งยังเป็นตลาดที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี

 

ด้านรายงานข่าวจากสายการบินเอมิเรตส์ระบุว่า “เอมิเรตส์” เปิดตัวเที่ยวบินรายวันเที่ยวที่ 3 ของเส้นทางดูไบ-ภูเก็ต ให้บริการด้วยเครื่องบิน Airbus A350 รุ่นใหม่ล่าสุด เพิ่มตัวเลือกให้แก่ผู้เดินทางด้วยการขยายบริการสำหรับห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) ระดับรางวัลในประเทศไทย

การเพิ่มบริการเที่ยวบินสำหรับภูเก็ตของเอมิเรตส์เป็น 3 เที่ยวต่อวันในครั้งนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันสายการบินเอมิเรตส์ให้บริการเที่ยวบินภูเก็ตรวมทั้งสิ้น 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินรุ่น Boeing 777 และ Airbus A350 โดยช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร เพื่อตอบสนองต่อกระแสการท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง หรือกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ (GCC) ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน