ถ้าพูดถึงสีสันของมหานครระดับโลก สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “ย่านสุดชิค” เป็น Vibe รวมความคูล แฟชั่น อาร์ต ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์แบบ Youth Culture ที่บรรดาวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ทั่วโลกอยากจะไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต! ไม่ว่าจะเป็นความล้ำระดับตำนานในญี่ปุ่นอย่าง Harajuku และ Shibuya ย่านสตรีตอาร์ตและแฟชั่นสุดจี๊ด
หรือเดินเสพงานอาร์ตสุดฮิปที่ Seongsu ในกรุงโซล เกาหลีใต้ ในสไตล์ Industrial Vintage ซึ่งได้นำโกดังเก่า โรงสีข้าวเก่าในยุค 1970s มารีโนเวตใหม่เป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร แกลเลอรี ศูนย์รวมแฟชั่นสุดฮิป หรือแวะเช็คอินย่านยอดฮิต Tsim Sha Tsui ที่ฮ่องกง หรือจะไปสัมผัส Vibe เท่ๆ ที่ Shoreditch กลางกรุงลอนดอน
ยังมีย่านดังขึ้นชื่อในยุโรปอย่างกรุงเบอร์ลิน เสมือนเมืองหลวงแห่งสตรีทอาร์ตของโลก จุดประกายมาจากวัฒนธรรมอันเดอร์กราวด์ ให้เสพงานศิลปะกราฟฟิตี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะผลงานระดับโลกบนซากกำแพงประวัติศาสตร์และย่านศิลปะสุดฮิป
หากตัดภาพมาที่กรุงเทพฯ ชื่อแรกที่พุ่งขึ้นมาในใจและยังคงเป็น “ไอคอนิก” ตลอดกาล! จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก “สยามสแควร์” พื้นที่ที่เป็นจุดกำเนิดพลังความคิดสร้างสรรค์ของวัยรุ่นไทยมาทุกยุคทุกสมัย แม้จะผ่านกาลเวลามานานแค่ไหน สยามสแควร์ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คงความเป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้กล้าคิด กล้าแสดงออก ยืนหนึ่งในฐานะแลนด์มาร์กสุดฮอตที่วัยรุ่นตัวจริงต้องมารวมตัวกัน!
วันนี้ย่านสยามสแควร์กำลังฉีกกรอบสร้างความต่าง! และสร้าง “ความชัดเจน” ในความเป็น “Youth Culture” นำสู่การสร้างภาพจำใหม่ของกรุงเทพฯ บนเวทีโลก ผ่านเมกะโปรเจกต์ Next-Gen Mixed-Use "CenTRal cENtrAL" (เซ็นทรัล เซ็นทรัล) มูลค่าลงทุนกว่า 11,000 ล้านบาท โกลบอลแลนด์มาร์กแห่งใหม่หัวมุมถนนย่านการค้าสยามสแควร์ ในฐานะจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเติมเต็มสี่แยกปทุมวัน พร้อมเป็นโชว์เคสแห่งวงการรีเทลเมืองไทย!
ถือเป็นการพลิกแลนด์สเคปครั้งใหญ่ในรอบ 6 ทศวรรษทีเดียว!
การเกิดขึ้นของ “CenTRal cENtrAL” จะมาตอกย้ำ Positioning เดิมของ “สยามสแควร์” ให้แน่นขึ้น! มีความ Global มากขึ้น ดึงดูดสายตาชาวโลกมองมายังกรุงเทพฯ และประเทศไทย ด้วยการออกนอกกรอบ ทะลวงกฎเดิมๆ ก้าวข้ามขีดจำกัด
เริ่มจากชื่อ “CenTRal cENtrAL” ที่โลโก้มาแบบฟรีฟอร์ม ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อนในอุตสาหกรรมค้าปลีก
แล้วทำไมชื่อต้องเป็นคำซ้ำ “CenTRal cENtrAL” (เซ็นทรัล เซ็นทรัล) คำตอบที่ได้มา...นี่คือ เสน่ห์ของการใช้ภาษาไทย ตอกย้ำถึงความสำคัญของ “โลเคชั่น” จุดศูนย์กลาง Youth Culture และศูนย์กลางที่สำคัญของกรุงเทพฯ เป็น Culture ที่เป็นเสน่ห์ของคนไทยที่ชอบพูดคำซ้ำ ยกตัวอย่าง รักนะจุ๊บๆ ไปๆ มาๆ
เรียกได้ว่าเป็น Identity ใหม่ สะท้อนตัวตน อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ หรือ รูปแบบเฉพาะตัวของ “CenTRal cENtrAL” ที่ต่างจากเดิมและโดดเด่นในวงการรีเทล
ภายใต้เป้าหมายสำคัญ นั่นคือการปูทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยพลังคนรุ่นใหม่ หรือ "Youth Economy & Entrepreneurship“ จากทำเลที่ตั้งของ “CenTRal cENtrAL” รายล้อมด้วยสถาบันการศึกษาจำนวนมาก ฉะนั้นอีกบทบาทของ “CenTRal cENtrAL” ในฐานะพี่ใหญ่แห่งวงจร จึงเสมือน ”แพลตฟอร์ม" เปิดกว้างและเอื้อประโยชน์ให้คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาแสดงตัวตนสร้างสรรค์ศิลปะ ดนตรี แฟชั่น ฯลฯ รวมทั้งผู้ประกอบการรุ่นใหม่
“CenTRal cENtrAL” นับเป็นโชว์เคสสำคัญที่จะถูก “ต่อยอด” ไปได้หลากหลายมิติและยาวไกลทั้งในและต่างประเทศ โดยมีความแข็งแกร่งของพันธมิตรยักษ์ใหญ่ "มิตซูบิชิ เอสเตท" ผู้พัฒนาเมือง พัฒนาย่านและโครงการชั้นนำทั่วโลก ร่วมขับเคลื่อนโครงการแห่งอนาคตครั้งนี้
สองกลุ่มทุนยักษ์ผนึกพลังสร้าง Network of Districts
“CenTRal cENtrAL" บนที่ดิน 7 ไร่ พื้นที่ 141,000 ตร.ม. (เซ็นทรัลพัฒนา ได้สิทธิเช่าที่ดินแปลง Block A สยามสแควร์ พื้นที่โรงหนังสกาลาเดิมและตึกแถวบริเวณสี่แยกปทุมวัน จากสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นระยะเวลา 30 ปี) เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างยักษ์อสังหาริมทรัพย์ไทย “เซ็นทรัลพัฒนา” และบลูชิปคอมปะนี “มิตซูบิชิ เอสเตท” หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาเมืองของญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ มีโครงการชั้นนำกระจายอยู่ทั่วโลก นับเป็นการผนึกพลังครั้งสำคัญสร้างปรากฎการณ์ใหม่! ผลักดันย่านสยามสแควร์สู่ “Global Youth Culture Destination” จุดหมายปลายทางแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มีความ Young. Bold. Global. พร้อมเชื่อมต่อย่านราชประสงค์ และเซ็นทรัลเวิลด์ Global Flagship Destination เพื่อสร้าง Network of Districts ที่แข็งแกร่ง ดึงดูด New Talent, Creative Entrepreneurs และนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงจากทั่วโลกจากปกติย่านนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 50 ล้านคนต่อปี
ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนา ในฐานะบริษัทขนาดใหญ่ที่ผลักดันการลงทุนได้ดี ภายใต้ความเชื่อมั่นในศักยภาพประเทศไทย มุ่งขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับพันธมิตรร่วมทุน “มิตซูบิชิ เอสเตท” บลูชิปใหญ่แห่งญี่ปุ่นที่มีการลงทุนต่อเนื่องในเมืองไทยสวนกระแสบรรดานักลงทุนที่ก่อนหน้านี้เริ่มใส่เกียร์ถอย!
ทั้ง เซ็นทรัลพัฒนา และ มิตซูบิชิ เอสเตท ต่างมองศักยภาพและ “โอกาส” ประเทศไทยในระยะยาวไม่ต่างกัน ด้วยเป้าหมายเดียวกันนั่นคือสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และ คุณค่าให้กับเมือง ด้วยความพร้อมของพลังทุน ความเชี่ยวชาญ และโนว์ฮาวในการพัฒนาเมือง ซึ่งที่ผ่านมา “มิตซูบิชิ เอสเตท” ได้ร่วมทุนในโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต” เป็นพาร์ตเนอร์ที่เปรียบเสมือนคู่แต่งงานของเซ็นทรัลพัฒนา
สำหรับ “สยามสแควร์” เป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว การลงทุน “เซ็นทรัล เซ็นทรัล” ไม่ใช่เพียงแค่การแจ้งเกิดโครงการ แต่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของการพัฒนาโครงการจากพื้นที่รีเทล สู่พื้นที่แห่งการใช้ชีวิต แรงบันดาลใจ และการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของเมือง ผ่านแนวคิด Young. Bold. Global. ยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครระดับโลก
“CenTRal cENtrAL" มีความคล้ายคลึงโครงการในญี่ปุ่นหลายอย่าง และเป็นความได้เปรียบ! ที่มี “มิตซูบิชิ เอสเตท” เข้ามาช่วยบริหารโครงการในคอนเซปต์โดยรวม มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาพัฒนาโครงการให้มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ชัดเจนในความเป็นศูนย์กลาง Youth Culture ของโลก! เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และผู้คนจากทั่วโลกเลือกมาใช้ชีวิต ทำงาน ท่องเที่ยว และเติบโตไปด้วยกัน สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งพัฒนาสยามสแควร์ให้เป็นพื้นที่ที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคมมาโดยตลอด
โดยทุกองค์ประกอบใน “CenTRal cENtrAL" ถูกออกแบบให้มีความโดดเด่นหนึ่งเดียวในไทย พร้อมเปิดให้บริการเฟสแรกส่วนศูนย์การค้าในไตรมาส 2 ปี 2570 ประกอบด้วย Cutting-Edge Retail พื้นที่ที่สร้างเทรนด์ใหม่และเปิดโอกาสในการร่วมมือกับแบรนด์รวมถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ คาดว่าจะมีทราฟิกหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 50,000-60,000 คนต่อวัน
ตามด้วย Future-Ready Workplace พื้นที่ทำงานแห่งอนาคตที่ดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วโลก เปิดไตรมาส 4 ปี 2570 และ "25hours Hotel" แบรนด์โรงแรม Playful Luxury ระดับโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละเมือง ซึ่งเลือกกรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในเพียง 13 เมืองทั่วโลก เปิดไตรมาสแรกปี 2572
มิซาโนริ อิวาเซ Senior Executive Officer บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวย้ำด้วยว่า กรุงเทพฯ คือหนึ่งในเมืองที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย! ขณะที่ “สยามสแควร์” เป็นพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางของพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเมือง ซึ่งความร่วมมือในการพัฒนาโครงการครั้งนี้ จะมีการนำความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านการพัฒนาเมืองของ มิตซูบิชิ เอสเตท มาร่วมขับเคลื่อนอนาคตของย่านแห่งนี้ พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับกรุงเทพมหานครและคนรุ่นต่อไป
สอดคล้องกับธุรกิจกว่า 100 ปี ของ มิตซูบิชิ เอสเตท มุ่งพัฒนาเมืองด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว แนวคิดการพัฒนาเมืองแบบบูรณาการ และความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โดยเชื่อว่า “เมืองที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นจากพื้นที่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน”
“Youth Economy" เทียบชั้นฮาราจูกุ-ซองซู
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer ขยายความต่อว่า สยามสแควร์ จะถูกปั้นให้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับย่าน Youth Culture ระดับโลกอย่าง Harajuku ในญี่ปุ่น Seongsu ในเกาหลีใต้ Tsim Sha Tsui ฮ่องกง และ Shoreditch กรุงลอนดอน
กลุ่มเป้าหมายของ “CenTRal cENtrAL" ไม่ได้จำกัดแค่ช่วงอายุ แต่หมายถึงคนที่มีจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ โดยสร้าง “CEntRal Future Makers” ขับเคลื่อน New Talent และ Creative Entrepreneurs ให้มาร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มีพื้นที่ Social Public Space กว่า 3,400 ตร.ม. สนับสนุนคนรุ่นใหม่ในทุกสาขา ตั้งแต่ Art ไปจนถึง Emerging Cultures ใหม่ๆ
“เราสร้าง CenTRal cENtrAL เป็น Global Magnet for Young Mindsets ดึงดูดทั้ง Global Young Mindsets, Global Talent และ Global Affluent Travelers”
“First Ever” และสถาปัตยกรรม “Fabric of the Future”
ในด้านของประสบการณ์รีเทล อิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing กล่าวว่า “CenTRal cENtrAL" จะเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า Cutting-Edge Retail
“ที่นี่จะสร้างปรากฏการณ์ First Ever ทั้งแบรนด์แรกในไทยและคอนเซปต์แรกในเอเชีย เพื่อเป็น Emerging Brands Platform ให้กับแบรนด์ไทยและแบรนด์จากทั่วเอเชีย”
นอกจากนี้ แผนการดึงดูดแบรนด์ Sport & Active Lifestyle และ Food Culture ใหม่ๆ จากทั่วโลกมารวมไว้ในที่เดียว
ขณะที่ จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development เล่าถึงที่มาของการออกแบบตึกที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก DNA ของสยามสแควร์ นั่นคือ “แฟชั่น” จนนำมาสู่แนวคิด “Fabric of the Future” ที่นำเส้นสายของผ้ามาถ่ายทอดลงบน Facade ของตัวตึก
"เรามองกลับไปที่ DNA ของสยามสแควร์ ซึ่งก็คือแฟชั่น และแฟชั่นเริ่มต้นที่ผ้าเสมอ จึงเป็นแรงบันดาลใจสู่คอนเซปต์ ‘Fabric of the Future’ มาตีความให้ร่วมสมัย และมีความแตกต่าง ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยนำ Fashion Forms ของผ้ามาเป็นภาษาของตึกบน Façade"
นอกจากนี้ยังผสานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเข้ากับความทรงจำของพื้นที่อีกด้วย และอีกหนึ่งหัวใจของโครงการคือพื้นที่ “Social Theatre” เป็นเหมือน Public Gathering House ที่ทุกคนมาโชว์พลังสร้างสรรค์และทำกิจกรรมได้หลากหลาย
“CenTRal cENtrAL" จะสร้างภาพจำใหม่ (New Bangkok’s Urban Scene) ด้วยแลนด์มาร์กที่มีความหมาย พร้อมพื้นที่ Social Theatre และ Skyline Theatre ที่เป็นจุดชมวิวเมืองระดับโลก รวมถึง Rooftop Garden และจุดเช็กอินที่เชื่อมต่อผู้คนเข้ากับเมือง"
“CenTRal cENtrAL" จึงไม่ใช่เพียงแค่ตึกใหม่ที่หัวมุมถนน แต่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้า “สยามสแควร์” ให้เป็นจุดหมายปลายทางของคนรุ่นใหม่ในระดับโลกอย่างแท้จริง


