วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

บิวเทรี่ยม ชี้ 'บิวตี้เอเชีย' ผงาด Global Trendsetter ‘เกาหลีใต้-จีน-ญี่ปุ่น-ไทย’ Asia Rising

อติโรจน์ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด  (BEAUTRIUM) จำกัด หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามของไทย ฉายภาพอุตสาหกรรมความงามว่า หลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคทั่วโลกเปิดใจรับแบรนด์ใหม่จากเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ชัดเจน มีโปรดักต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และให้ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ

ส่งผลให้ “Asian-Asia Beauty” ก้าวจากเทรนด์ภูมิภาค สู่หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมความงามโลก และเป็นกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 

"อุตสาหกรรมความงาม (บิวตี้) ในภูมิภาคเอเชีย ไม่ได้รอเทรนด์ใหม่ๆ จากโลกตะวันตกอีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดเทรนด์ สร้างปรากฏการณ์ความงามใหม่ๆ ที่เป็นกระแสไปทั่วโลก เป็นยุคของ ‘Asia Rising’ ที่เทรนด์จากเอเชียเริ่มมีอิทธิพลต่อตลาดโลกมากขึ้นเรื่อยๆ" 

บทบาทที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์เอเชีย คือ พลังสำคัญที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมความงามโลก ด้วยแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ทั้งในกลุ่มสกินแคร์ เมคอัพ กันแดด และบอดี้แคร์ ทั้ง K-Beauty (เกาหลีใต้) J-Beauty (ญี่ปุ่น) C-Beauty (จีน) และ T-Beauty (ไทย) มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น 

ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้จำกัดอยู่ที่ราคา! แต่ขยายสู่คุณภาพสินค้า นวัตกรรม ส่วนผสมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และความสามารถในการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคในระดับสากล

"แต่ละชาติมีจุดเด่น เทรนด์ และนวัตกรรมเฉพาะตัว ทั้ง  K-Beauty, J-Beauty, C-Beauty และ T-Beauty ที่ต่างผลัดกันสร้างมาตรฐานและนิยามความงามใหม่ให้ผู้บริโภคทั่วโลก"

ปัจจุบันขับเคลื่อนตลาดผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่ เทรนด์ความงาม (Trends) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Innovation) ฟังก์ชันการใช้งานใหม่ (New Function) และส่วนผสม (Ingredients) อาทิ เทรนด์แต่งหน้าของผู้บริโภคเวลานี้ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจาก C-Beauty อย่างดอลลี่อายในลุคโต่วอิน ขณะที่ด้านนวัตกรรม “จีน” มีผลิตภัณฑ์ไวรัลอย่างมาสคาร่าแท่งเหล็กและขนตาปลอมจับช่อที่เข้ามาสร้างประสบการณ์ใหม่และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภค

ส่วน K-Beauty ยังคงเป็นผู้นำในการพัฒนาสินค้าด้านฟังก์ชันการใช้งานใหม่ (New Function) ที่พลิกโฉมประสบการณ์การใช้งาน ให้ผู้บริโภคผ่าน Toner Pad, Cleansing Balm, Hair Mist และ Serum Mist ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการดูแลผมและผิว ขณะเดียวกันส่วนผสม (Active Ingredients) มาแรงอย่าง PDRN และ Microbiome จากเกาหลีใต้ที่เติบโตถึง 580% กระตุ้นวงการสกินแคร์และตลาดความงามไทยในปัจจุบันเติบโตอย่างรวดเร็ว

บิวเทรี่ยม ชี้ 'บิวตี้เอเชีย' ผงาด Global Trendsetter  ‘เกาหลีใต้-จีน-ญี่ปุ่น-ไทย’ Asia Rising

ตลาดความงามทะยานแตะ 2 แสนล้าน

สำหรับตลาดความงามไทยยังขยายตัวสูงต่อเนื่อง และไม่ได้พึ่งพิงกำลังซื้อเพียงอย่างเดียว! แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มอง “ความงาม” เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และการแสดงตัวตน 

“ผู้บริโภคไทยทดลองแบรนด์ใหม่เร็วขึ้น เปิดรับผลิตภัณฑ์จากหลายประเทศมากขึ้น ตัดสินใจซื้อจากทั้งคุณภาพสินค้า รีวิวบนโซเชียลมีเดีย ประสบการณ์หน้าร้าน ความคุ้มค่า และความน่าเชื่อถือของช่องทางจำหน่าย”

ข้อมูลจาก Krungthai COMPASS ระบุว่า ตลาดเครื่องสำอางภาพรวมของไทย ทั้งในประเทศและส่งออก ปี 2568 มีมูลค่า 1.8 แสนล้านบาท เติบโต 13.2% คาดทะยานแตะ 2 แสนล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโต 12.3%

บิวเทรี่ยม ชี้ 'บิวตี้เอเชีย' ผงาด Global Trendsetter  ‘เกาหลีใต้-จีน-ญี่ปุ่น-ไทย’ Asia Rising

เดสติเนชันความงามรวมเทรนด์แห่งเอเชีย

อติโรจน์ กล่าวต่อว่า บิวเทรี่ยม วางบทบาทเป็นจุดหมายปลายทางด้านความงามที่นำอิทธิพลของทุกชาติมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้ผู้บริโภคไทยเข้าถึงเทรนด์ความงามที่ดีที่สุดของเอเชียครบทุกมิติ

"ร้านค้าปลีกความงามต้องทำหน้าที่มากกว่าการเป็นจุดขาย แต่ต้องเป็นผู้คัดสรรเทรนด์ เป็นพื้นที่ให้ทดลองสินค้า และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค"

ปัจจุบัน บิวเทรี่ยม มีสาขารวม 106 แห่งทั่วประเทศ  สัดส่วนแบรนด์ภายในร้านสะท้อนการเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจด้านความงามแบบเอเชียชัดเจน ด้วยแบรนด์ไทย 45% แบรนด์ ต่างประเทศ 55% นำทัพโดยแบรนด์เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน ขณะที่แบรนด์ไทย ครอบคลุมทั้งสกินแคร์ บอดี้แคร์ เมคอัพ ซันแคร์ สะท้อนศักยภาพ “T-Beauty” ที่ยังมีพื้นที่เติบโตควบคู่ไปกับแบรนด์นำเข้า

“จุดแข็งของบิวเทรี่ยม มีศักยภาพในการคัดสรรแบรนด์และนำเข้าสินค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็วก่อนใคร พร้อมนำเสนอความหลากหลายของเทรนด์ความงามจากทั่วเอเชียให้แก่ผู้บริโภคไทยครบวงจร"

ปี 2569 บิวเทรี่ยม เดินหน้าขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินค้าใน 106 สาขาทั่วไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีฐานลูกค้ากว้างและต้องการตัวเลือกเครื่องสำอางที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันฐานสมาชิกบิวเทรี่ยมในปีที่ผ่านมาเติบโตสูง 18% สะท้อนการเติบโตของฐานลูกค้าประจำ และพลังของระบบสมาชิกในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค จากกลยุทธ์สำคัญ  “First at BEAUTRIUM” คัดสรรแบรนด์และสินค้าใหม่ให้ลูกค้าได้ทันกระแสก่อนใคร อย่าง ABIB, AMUSE, BITCHWITHBRAIN, FAN BEAUTY DIARY, FLOWER KNOWS, JANE BEAUTY, JOOCYEE, JUDYDOLL, LIMBOSS, MEDICUBE, NAMBUZIN, PLAY 101, RED CHAMBER, STUDIO17, UNLEASHIA, WINONA รวมทั้งสร้างความแตกต่างผ่านกลยุทธ์ “Exclusive at BEAUTRIUM” จำหน่ายเฉพาะที่บิวเทรี่ยม อาทิ AFTER BLOW, BEWANTS, BISSIQ, DERMART, ESHUMI, SKYBOTTLE, TIPTOE, TREECELL, V&A BEAUTY, YUKAZAN

บิวเทรี่ยม ชี้ 'บิวตี้เอเชีย' ผงาด Global Trendsetter  ‘เกาหลีใต้-จีน-ญี่ปุ่น-ไทย’ Asia Rising

ดึงกว่า 30 แบรนด์เอเชียรุกตลาดไทย

ในจังหวะที่ตลาด Beauty & Personal Care ของไทยยังเติบโตต่อเนื่อง และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของวงการ Asian Beauty บิวเทรี่ยม พร้อมนำเสนอแบรนด์เอเชียชั้นนำ ทั้งแบรนด์ยอดนิยม แบรนด์ที่กำลังเป็นกระแส และแบรนด์น้องใหม่ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เลือกซื้อก่อนใคร พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการบิวตี้เมืองไทย ผ่านบิ๊กอีเวนต์ “BEAUTRIUM Asian Beauty Fest 2026” รวบรวมกว่า 30 แบรนด์ความงามชั้นนำและแบรนด์ดาวรุ่งจากเอเชีย ทั้งไทย เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น นับเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของตลาด Asian Beauty ในประเทศไทย เข้าร่วมกว่า 30 แบรนด์ อาทิ ANUA, ARIUL, BITCHWITHBRAIN, CANMAKE, CATHYDOLL, CELIMAX, CEZANNE, DERMART, FAN BEAUTY DIARY, FWEE, GLAD2GLOW, HERA, JOOCYEE, JUDYDOLL, LA GLACE, SNP, TOCOBO และ WITHAT

หนึ่งในไฮไลต์คือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ FAN BEAUTY จากเซเลบริตี้ตัวแม่ในตำนานจากจีน “ฟ่านปิงปิง” เปิดตัวครั้งแรกในไทยกับ บิวเทรี่ยม รวมถึงแบรนด์สัญชาติไทยขวัญใจคนยุคใหม่ BITCHWITHBRAIN (BWB) ยังมีแบรนด์ดังจากเกาหลี Bioheal BOH ที่ได้รับความนิยมสูงในร้าน Olive Young  

สมรภูมิแข่งเดือด ไม่เพียงแค่ความครบ แต่พิสูจน์ฝีมือกันด้วยความเร็วที่เหนือคู่แข่ง! เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการให้เสิร์ฟเร็วที่สุด!