เครือสหพัฒน์ โอดเจอเจ้าของช่องทางจำหน่ายโขกขึ้นค่าธรรมเนียมดิสทริวชัน หลังน้ำมันพุ่ง รับยังยื้อกันอยู่ ด้านต้นทุนเพิ่ม กัดฟันแบกภาระ ยังไม่ขึ้นราคาสินค้า
เครือสหพัฒน์ คือยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภค(FMCG) สารพัดแบรนด์จากอาณาจักรหลักร้อยบริษัท ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ เครื่องดื่มอัดลมอาร์ซี โคล่า ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ซิสเทมมา ผงซักฟอกเปา ครีมอาบน้ำโชกุบุสสึโมโนตาการิ ฯ
ห้วงเวลาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา การสู้รบในตะวันออกกลาง สร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงาน และทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าพุ่งขึ้น ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การเกาะติดสถานการณ์ต้นทุน และราคาสินค้า ล่าสุด บริษัทในเครือยังยืนหยัดกัดฟัน “ตรึงราคา” แต่อีกด้านยอมรับเผชิญการโขกค่าธรรมเนียม(GP) จากช่องทางจำหน่ายสินค้า หลังค่าขนส่งขยับ
นางชัยลดา ตันติเวชกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้นทุนทุกอย่างในการผลิตสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่ง การผลิต ช่องทางจำหน่ายห้างค้าปลีกต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมามีการร่อนจดหมายมาขอเก็บค่าธรรมเนียมการขนส่งหรือดิสทริบิวชันเพิ่ม เนื่องจากต้นทุนการขนส่งของบริษัทก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ทว่า ภาพรวมของการจำหน่ายสินค้า บริษัทยังแบกรับภาระต้นทุนได้ ไม่ถึงขั้นผลักภาระให้ผู้บริโภคหรือยังไม่มีการขึ้นราคาสินค้า ส่วนการลดราคาอาจจะยังไม่ได้ แต่อาจมีการทำโปรโมชันเล็กน้อย ด้านการดำเนินธุรกิจปี 2569 ช่วง 5 เดือนแรกยังไม่เติบโตเท่าที่ควร แต่คาดการณ์หากสถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น จะกลับมาเติบโตได้
“ต้นทุนเพิ่มทุกอย่าง ช่องทางจำหน่ายต่างๆยังส่งจดหมายมาขอเก็บค่าดิสทริบิวชันเพิ่มขึ้น แต่เรายังยื้อกันอยู่”
นายอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ตอนราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกกลาง ฟาร์มเฮ้าส์กระทบทันทีที่มีการประกาศขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ เนื่องจากบริษัทขนส่งสินค้าเอง โดยเดือนมีนาคม 2560 ราคาน้ำมันขยับจาก 30 บาทต่อลิตร เป็น 50 บาทต่อลิตร ในเดือนเมษายน บริษัทจึงเปลี่ยนนโยบาย ดำเนินการทุกอย่างเพื่อช่วยประหยัดต้นทุน ไม่ให้กระทบการขึ้นราคาสินค้า
นอกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ราคาบรรจุภัณฑ์ วัตุดิบบางรายการยังปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ 30% 50% ไปจนถึง 100% จนเกิดความสงสัยว่าเป็นสต๊อกจากไหน เนื่องจากราคามาเร็วมาก ขณะที่ราคาน้ำมันในประเทศอิงราคาน้ำมันที่ซื้อขายในตลาดโลก 3 วันเฉลี่ย การเติมน้ำมันจำกัด 500 บาท หรือ 700 บาทต่อคัน ล้วนกระทบธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม การเกิดวิกฤติต้นทุนดังกล่าว บริษัทแปรให้เป็นโอกาส กลับมาโฟกัสการทำงานภายใน บริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น งบประมาณที่เคยใช้จ่ายจากคิดน้อย ต้องคิดมาก ละเอียดถี่ถ้วน ปรับกลยุทธ์ และค้นพบทีมงานปรับตัวเร็ว ใส่ใจการแก้ไขวิกฤติครั้งนี้อย่างมาก คณะทำงานรวดเร็ว เพื่อให้ผ่านสถานการณ์ท้าทายไปได้ด้วยดี อีกด้านยังหวังกลยุทธ์ใหม่จะทำให้ยอดขายเติบโต
“ด้านราคาสินค้า เป็นความตั้งของบริษัทเราที่จะไม่ขึ้นราคา แต่ราคาน้ำมันเราไม่สามารถบังคับควบคุมได้ ส่วนการลดราคาสินค้า ปีที่แล้วเรามีการปรับลด 5-10% ทั้งพอร์ตโฟลิโอ”
ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัก(มหาชน) กล่าวว่า ยอดขายสินค้าแฟชั่นของบริษัทอยู่ในภาวะทรงตัว แม้จะมีการปรับพอร์ตโฟลิโอ ยกเลิกบางแบรนด์ที่ทำผลงานไม่ดี รวมถึงมีการปรับหรือบริหารจัดการสต๊อกให้มีประสิทธิภาพขึ้นตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา จนทำให้ภาพรวมองค์กรอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น บริษัทยังมีการขยายไลน์สินค้าออกนอกกลุ่มแฟชั่น เครื่องสำอางมากขึ้น มีการขยายการลงทุนกับกลุ่มธุรกิจญี่ปุ่น เจาะตลาดแบรนด์เนมมือ 2 มุ่งสู่สินค้าสตรีทแฟชันมากขึ้น เพื่อประคองตัวเอง
“ปีนี้เราเน้นประคองบรรทัดสุดท้ายหรือกำไร ยอดขายอาจไม่เพิ่มขึ้น แต่มุ่งเน้นลดค่าใช้จ่าย เน้นอยู่รอด”
นายพิศณุ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บริษัทพยายามคุมราขายสินค้าหน้าตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติหรือเวนดิ้ง แมทชีน แต่จากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น บริษัทกระทบทันที เนื่องจากมีรถขนส่งสินค้าราว 400 คัน เพื่อดูแลบริหารจัดการตู้เวนดิ้งแมทชีน 2 หมื่นตู้ทั่วประเทศ
“พอน้ำมันขึ้น ต้นทุนเราขยับ 30% ตามราคาน้ำมัน แต่เราพยายามใช้เทคโนโลยี เพื่อทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ลดลง 15% ผลักดันยอดขายและกำไรทั้งปีให้เติบโตต่อเนื่อง”





