สถาบันอนาคตไทยศึกษาเผยงานวิจัย 'ตลาดทุนของทุกคน' หวังช่วยยกระดับเศรษฐกิจ

สถาบันอนาคตไทยศึกษาเผยงานวิจัย 'ตลาดทุนของทุกคน' หวังช่วยยกระดับเศรษฐกิจ

"สถาบันอนาคตไทยศึกษา" เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง "ตลาดทุนของทุกคน" 6 เล่ม ทางเว็บไซด์ของสถาบัน หวังช่วยเพิ่มบทบาท และแก้ไขตลาดทุนของไทยให้มีบทบาททั้งผู้ลงทุน ผู้ระดมทุน รวมทั้งส่งเสริมบทบาทในการออม "ณภัทร" ชี้ตลาดทุนไทยอยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องพัฒนาต่อเนื่อง

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่าจุดเริ่มต้นของตลาดทุนไทยในยุคใหม่มีพัฒนาการที่ยาวนานมาพร้อมๆกับการเริ่มต้นใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2504  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการเติบโตและส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตามในระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมาตลาดทุนไทยยังไม่ได้ตอบโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจในหลายๆเรื่องไม่ว่าจะมองจากแง่ของผู้ลงทุน หรือผู้ที่จะเข้าไปใช้ช่องทางตลาดทุนในการระดมทุนก็ยังคงติดขัดกฎระเบียบหลายด้านมีต้นทุนทางด้านตัวเงินและเวลาที่สูง 

สถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future) ได้เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง “ตลาดทุนของทุกคน” ซึ่งเกิดจากการที่เข้าไปศึกษาและวิจัยปัญหา อุปสรรค และโอกาสในการพัฒนาตลาดทุนของไทย เพื่อที่จะสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุงให้ตลาดทุนของไทยสามารถเป็นตลาดทุนของทุกคนได้อย่างแท้จริง 

ปัจจุบันมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเผยแพร่บนเว็บไซด์ของสถาบันกว่า 6 เล่มที่ถือว่าเป็นงานวิจัยที่สะท้อนถึงปัญหาของตลาดทุนไทย และเสนอแนะแนวทางของการแก้ปัญหาของตลาดทุนไทยเพื่อให้เป็นตลาดทุนของทุกคน และช่วยเสนอแนะแนวทางให้ตลาดทุนมีประสิทธิภาพเอื้อให้เกิดการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง 

ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ สถาบันอนาคตไทยศึกษา  บอกว่า  สถาบันอนาคตไทยศึกษาได้มีการทำงานวิจัยเรื่องการพัฒนาตลาดทุนในหลายๆด้าน โดยวิธีการวิจัยเราทำโดยการเก็บตัวอย่างกว่า 10,000 ตัวอย่างทั่วทั้งประเทศ ในหลายกลุ่มอายุ ถือว่ามากที่สุดและครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีการทำวิจัยในเรื่องนี้มาในประเทศไทย 

วิธีที่ 2 คือสถาบันเปิดเป็น Policy Lab เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยสะท้อนปัญหาทั้งเรื่องของปัญหา และความหวัง และสุดท้ายคือการทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำเสนอในรายงาน

ดร.ณภัทรกล่าวว่าปัจจุบันตลาดทุนของไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวแม้ว่าจะมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแต่ก็มีจุดด้อยที่มีความท้าทายว่าตลาดเงินทุนของไทยนั้นจะเติบโตไปได้หรือไม่ จะมีความยั่งยืนหรือไม่ และจำทำให้คนเข้าถึงตลาดทุนเพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่ ในรูปแบบใดบ้าง

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบแล้วตลาดทุนในหลายประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ใช้ตลาดทุนอย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งในเรื่องของการระดมทุนทั้งของผู้ประกอบการ การออมและการลงทุนของประชาชน และหลายๆบริษัทของประเทศไทยที่มีการประกาศวิสัยทัศน์การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งตลาดทุนก็ควรมีบทบาทในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน 

 

สำหรับหัวข้องานวิจัยทั้งหมดที่นำมาสู่งานวิจัยในเรื่องนี้ จะเกี่ยวข้องกับ 3 ประเด็นหลักได้แก่

1.การเข้าถึงตลาดทุน โดยตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้คนและธุรกิจเข้าไปใช้ประโยชน์จากตลาดทุนให้ได้มากขึ้น และทั่วถึง และต้นทุนในการเข้าถึงตลาดทุนได้

2.ประสิทธิภาพของตลาดทุน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของต้นทุนในการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อให้ตลาดทุนสามารถเป็นช่องทางที่ผ่านเงินจากที่ที่เหมาะสมโดยไม่เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ซึ่งในเรื่องนี้รวมไปถึงเรื่องของ Digital Asset ว่าเรามีความพร้อมหรือไม่ที่จะรับมือกับหลายๆอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

และ 3.การสร้างความยั่งยืนให้กับตลาดทุน โดยมุ่งตอบคำถามว่าในอนาคตหากเราต้องการทำให้ประเทศไทยเจริญด้วยตลาดทุน ประเทศอื่นๆเขาทำอย่างไร ความท้าทายคืออะไร และอะไรคือสิ่งที่เราต้องทำต่อไปบ้างเพื่อให้ไปถึงจุดมุ่งหมายดังกล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจรายงานการวิจัยเรื่อง “ตลาดทุนของทุกคน” ทั้ง 6 เล่ม ที่สถาบันอนาคตไทยศึกษาได้วิจัยและเผยแพร่สามารถเข้าไปอ่านได้ที่  Publications | ThailandFuture "ตลาดทุนของทุกคน"