บสย.ชงคลังออกมาตรการเครดิตการันตี PGS10 เพื่อค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุนแต่ขาดหลักประกัน
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการผู้จัดการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสยฺ)เปิดเผยว่า บสย.จะเสนอกระทรวงการคลัง ทำโครงการ Port Guarantee Scheme 10 (PGS10) ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือ SMEs อีก 1.5 แสนล้านบาท
PGS ถือเป็นโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ SMEs ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น ซึ่งได้ทำมาแล้ว 9 โครงการ รัฐบาลจะอุดหนุนค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้กับลูกค้า SMEs ที่ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยฟรีค่าธรรมเนียมการค้ำประกันใน 2-3 ปีแรก ซึ่งตามปกติค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของ TCG จะอยู่ที่ 1.75% ของวงเงินสินเชื่อที่ค้ำประกัน
สำหรับโครงการ PGS 10 นั้น ทาง บสย.จะเสนอขอกระทรวงการคลัง ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกันกับโครงการที่ 9 เพื่อเป็นการสนับสนุน SMEs ให้สามารถเข้าถึงระบบสินเชื่อในสถาบันการเงินได้อย่างต่อเนื่อง
โครงการ PGS 10 วงเงินค้ำประกัน 1.5 แสนล้านบาทนั้น ตั้งเป้าหมายว่าจะช่วยผู้ประกอบการ SMEs ได้ 3.5 หมื่นราย และสามารถกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อได้ราว 1.8 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ลักษณะโครงการ PGS เป็นการให้การค้ำประกันทั้งพอร์ตสินเชื่อที่เข้าร่วมโครงการของแต่ละสถาบันการเงิน โดยกำหนดให้สถาบันการเงินสามารถเคลม ความเสียหายจากการปล่อยสินเชื่อแล้วกลายเป็น NPL ได้ถึง 30-40% ของสินเชื่อ
ในส่วนของโครงการ PGS 9 ซึ่งมีวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เช่นกันนั้น ซึ่งจะสิ้นสุดโครงการในเดือนพ.ย.นี้นั้น ปัจจุบันยังเหลือวงเงินอีก 1.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในกันยายน นี้ จะสามารถปล่อยออกไปได้หมด โดยโครงการนี้รัฐบาลอุดหนุนค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้ SMEs 3 ปี และมีระยะเวลาการค้ำสูงสุดที่ 10 ปี
สำหรับผลการดำเนินงานของ บสย.ในรอบ 6 เดือนของปีนี้ (มกราคมถึงมิถุนายน นี้) TCG ได้อนุมัติวงเงินค้ำประกันไปแล้วรวม 9.28 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มธุรกิจที่มียอดค้ำประกันสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ ธุรกิจบริการ มีสัดส่วนการให้การค้ำประกัน 28% ของวงเงินค้ำทั้งหมด ,กลุ่มธุรกิจการเกษตร 12% และธุรกิจการผลิตสินค้าและการค้า 11% ,
ช่วยทำให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน 6.87 หมื่นราย ,ช่วยสร้างสินเชื่อในระบบ 1.02 แสนล้านบาท,รักษาการจ้างงาน 6.20 แสนตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 3.83 แสนล้านบาท โดยมี Economic Benefit Multiplier 4.13 เท่า
เขากล่าวเสริมอีกว่า การค้ำประกันกลุ่มธุรกิจการเกษตร มีข้อสังเกตว่า สัดส่วนการค้ำประกันในกลุ่มนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2% คือ จาก 10% ในปีที่แล้ว เป็น 12% ในปีนี้ โดยคิดเป็นยอดค้ำประกันรวม 1.10 หมื่นล้านบาท โดยธุรกิจเกษตรในภาคใต้มีสัดส่วนการได้ค้ำประกันมากสุดถึง 25% ของวงเงินดังกล่าว รองลงมาคือ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เขายังกล่าวถึง มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาในการชำระหนี้ว่า จนถึงเดือนมิถุนายน นี้มีลูกค้า (ที่ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และขอค้ำประกันสินเชื่อจาก TCG) เข้าร่วมโครงการประนอมหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้รวม 6.37 พันราย มีมูลหนี้รวมกันราว 4 พันล้านบาท สามารถช่วยลูกหนี้ผ่านมาตรการประนอมหนี้ และปรับโครงสร้างนี้แล้ว 1.01 พันราย คิดเป็น สัดส่วนของความสำเร็จของการช่วยเหลือ ( Success rate) ที่ 16 % คิดเป็นวงเงินของการประนอมหนี้ 722 ล้านบาท
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์









