background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

คนทั่วไป ถ้าอยากขาย “อสังหาริมทรัพย์” ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

คนทั่วไป ถ้าอยากขาย “อสังหาริมทรัพย์” ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

ใครกำลังคิดขายบ้าน ขายที่ดิน หรือขายอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ รู้หรือไม่ว่า กรณี “บุคคลธรรมดา” อย่างเราๆ เมื่อ “ขายอสังหาริมทรัพย์” ได้แล้ว ต้องเสียภาษีหลายประเภทด้วยกัน แต่บางกรณีก็อาจเสียภาษีแค่บางประเภท หลักเกณฑ์เป็นอย่างไร อ่านที่นี่

หลังจากที่คนไทยเริ่มปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์โควิดได้บ้างแล้ว ก็จะเห็นว่าผู้คนเริ่มเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อกลับมาทำงาน เด็กนักเรียนทยอยไปโรงเรียน ร้านรวงต่างๆ ก็เปิดให้บริการเกือบเป็นปกติแล้ว

แต่ก็ต้องยอมรับว่าจากสถานการณ์โควิดนี้ ทำให้หลายต่อหลายคนในช่วงที่ออกนอกพื้นที่ไปทำงานไม่ได้ แถมถูกลดเงินเดือน บางรายถูกเลิกจ้างก็มี จึงต้องนำเงินเก็บมาใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้จนเริ่มร่อยหรอ ใครที่มีที่ดินหรือที่อยู่อาศัยอยู่บ้างก็นำออกมาขาย เพื่อต่อลมหายใจของตนเองและครอบครัว

กระทั่งเมื่อเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบจะเรียกว่าเป็นปกติ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มตระเวนหาที่ดินเพื่อจัดสรรเป็นที่อยู่อาศัยจำหน่าย หรือซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรขายต่อ

ส่วนบุคคลธรรมดาอย่างเราๆ เมื่อได้ขายที่ดินหรือที่อยู่อาศัย รู้หรือไม่ว่าจะต้องเสียภาษีหลายประเภทด้วยกัน เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์

แต่บางกรณีอาจเสียภาษีแค่บางประเภท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสามารถตรวจสอบและคำนวณภาษีอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเสียได้ดังนี้

  • อะไรบ้างเรียกอสังหาริมทรัพย์

อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อย่างเช่นบ้าน อาคาร สำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงสิ่งอื่นที่อยู่ติดกับที่ดินไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น ไม้ยืนต้น นอกจากนี้ทรัพย์ตามธรรมชาติที่ประกอบเป็นอันเดียวกับดิน เช่น แม่น้ำ บึง กรวด ทราย แร่ ที่อยู่ในอาณาเขตที่ดินนั้นจัดว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ด้วย รวมถึงสิทธิทั้งหลายที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งสามารถแบ่งอสังหาริมทรัพย์ออกได้ดังนี้

1.ที่ดิน ได้แก่ พื้นดินทั่วไป รวมทั้งภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะและที่ชายทะเล​

2.ทรัพย์ที่ติดกับที่ดิน ได้แก่ ไม้ยืนต้น อาคาร โรงเรือน หรือสิ่งก่อสร้างบนที่ดิน ​​

ดังนั้น ถ้าหากมีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน อาคาร กฎหมายกำหนดให้ต้องทำสัญญาหนังสือ ให้เป็นลายลักษณ์ เช่น โฉนด หรือทะเบียนที่ดินเป็นเอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นๆ เนื่องจากทรัพย์สินเหล่านี้มีมูลค่าสูงจึงต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุม เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ขายอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

​หากบุคคลธรรมดามีการขายอสังหาริมทรัพย์ จะต้องเสียภาษีด้วย ซึ่งตามความหมายในกรณีที่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยมีหรือไม่มีค่าตอบแทน ไม่ว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม
ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาขายอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์ เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน
ซึ่งเป็นราคาที่ใช้อยู่ในวันที่มีการโอนนั้น และต้องเสียภาษีต่างๆ ดังนี้

​- ค่าธรรมเนียมการโอน 2% จากราคาประเมินที่ดินหรือราคาขาย ขึ้นอยู่กับว่าราคาไหนมีมูลค่ามากกว่ากัน ซึ่งแบ่งได้คือ

1) ราคาประเมิน เป็นราคากลางของอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลกำหนด เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคิดค่าธรรมเนียมและภาษีจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ โดยราคาประเมินที่ดินจะมีการปรับประเมินทุกๆ 4 ปี โดยกรมธนารักษ์  

2) ราคาขายหรือราคาตลาด เป็นราคาที่ซื้อขายกันจริง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของตลาดในแต่ละช่วง มีการปรับขึ้นลงตามภาวะค่าครองชีพ โดยส่วนใหญ่ราคาตลาดจะสูงกว่าราคาประเมิน

- อากรแสตมป์ คือค่าอากรแสตมป์ที่ผู้ขายต้องเสียตอนจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ 0.5% ของราคาซื้อขาย ขึ้นอยู่กับว่าราคาไหนมีมูลค่ามากกว่ากัน แต่ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์

- ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือภาษีสำหรับที่ดินเพื่อการค้าหรือหากำไร โดยจะเสียในอัตรา 3.3% ของราคาประเมินหรือราคาขาย ขึ้นอยู่กับว่าราคาไหนสูงกว่ากัน เช่น กรณีผู้ขายถือครองอสังหาริมทรัพย์เป็นเวลาน้อยกว่า 5 ปี (แบบนับวันชนวัน) จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์

แต่ถ้าถือครองอสังหาริมทรัพย์นานเกินกว่า 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนานกว่า 1 ปี จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแต่ต้องเสียอากรแสตมป์แทน

- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เนื่องจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยแบ่งตามกรณีดังนี้  

1) ขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินที่เป็นมรดก หรือมีคนให้มาโดยเสน่หา ทั้งอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตัวเมืองและนอกตัวเมือง สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของเงินได้

2) ขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน ที่ไม่ใช่มรดก หรือมีคนให้มาโดยเสน่ห์หา สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง โดยต้องมีหลักฐาน หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายตามระยะเวลาถือครองที่ดินสูงสุด 10 ปี
โดยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร เทศบาล สุขาภิบาล หรือเมืองพัทยา จะได้รับยกเว้น 200,000 บาทก่อน แล้วค่อยคำนวณหักค่าใช้จ่าย จากนั้นจึงนำเงินได้สุทธิหลังจากหักค่าใช่จ่ายแล้ว มาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย

กรณีการขายโดยไม่ได้มุ่งค้ากำไร อัตราภาษีสูงสุดไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาขาย แต่หากเป็นกรณีขายโดยมุ่งค้ากำไร จะไม่มีการจำกัดเพดานภาษี  
 

  • เสียภาษีขายที่ดินแล้ว ยังต้องนำเงินที่ได้รับยื่นภาษีประจำปีอีกหรือไม่

กฎหมายกำหนดว่า หากที่ดินที่ขายนั้นไม่ใช่ที่ดินที่ได้รับมาจากการค้าหรือหากำไร และได้มีการเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้ว เงินที่ได้รับมาในส่วนนี้ไม่ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 อีก แต่ถ้าอยากใช้สิทธิยื่นภาษีประจำปีด้วยก็สามารถทำได้ หากต้องการขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืน หรือใช้เครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้

ส่วนกรณีที่ดินที่ได้รับมาเป็นที่ดินเพื่อค้าหรือหากำไร เมื่อเวลาที่ขายไปแล้วจะไม่สามารถใช้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่กรมที่ดินเป็นภาษีสุดท้ายได้ โดยจะต้องนำเงินส่วนนี้มายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีในรอบถัดไปด้วย  

-----------------------------------
Source : Inflow Accounting
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษีเพิ่มเติม คลิกที่นี่