วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บรรยากาศซื้อขายคาดทรงตัว ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการวันนี้

ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยเป็นปัจจัยที่ตลาดจะให้ความสำคัญในช่วงนี้ ราคาน้ำมันดิบลดลง 6% จากความกังวลผลของการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะทำให้ความเสี่ยงเกิดเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มสูงขึ้น

นักลงทุนรอติดตามการแถลงของเจอโรม พาวเวล 22 มิ.ย. ซึ่งประธานเฟดมีกำหนดแถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรส เรามอง SET Index ระยะสั้นมีโอกาสทรงตัวถึงฟื้นตัวขึ้นหลังปรับลดลงมาแรง ทั้งนี้กลุ่มที่มีโมเมนตัมเชิงบวกและแข็งแกร่งกว่าตลาดโดยรวม ได้แก่ ขนส่ง, อาหาร, ท่องเที่ยว/เปิดเมือง เป็นต้น ประเมินแนวต้านที่ 1,565-1,580 จุด โดยมีแนวรับที่ 1,540 จุด

 

กลุ่มโรงกลั่นนอกเครือ PTT ดูปลอดภัยกว่า จากการที่ภาครัฐขอให้กลุ่มโรงกลั่นพิจารณาสนับสนุนกำไรส่วนเกินเพื่อช่วยกองทุนน้ำมัน กลุ่มโรงกลั่นได้มีการหารือกันและจะส่งข้อคิดเห็นกลับให้ภาครัฐฯ วันนี้ เรามองโรงกลั่นและธุรกิจภายใต้กลุ่ม PTT (ส่วนใหญ่ถือหุ้นราว 45% โดย PTT) มีแนวโน้มให้ความช่วยเหลือภาครัฐ ขณะที่โรงกลั่นนอกกลุ่มอาทิ SPRC (ถือหุ้น 60.59% โดย Chevron) และ ESSO (ถือหุ้น 65.99% โดย Exxonmobil) มีแนวโน้มไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว ทั้งนี้ในกรณีที่ต้องมีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติการสนับสนุน เรามอง SPRC และ ESSO มีโอกาสสูงที่จะไม่อนุมัติรายการดังกล่าว ขณะที่ราคาหุ้นปรับลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงสัปดาห์ก่อน -13% และ -17% มากกว่า PTTGC (-6%), TOP (-9%), IRPC (-10%) ดังนั้นสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เรามองหุ้นโรงกลั่นนอกกลุ่ม PTT มีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีกว่า หรือฟื้นตัว  
 

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มเครื่องดื่ม อาทิ OSP, CBG, ICHI, SAPPE 2) กลุ่มท่องเที่ยว CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR 3) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO 4) กลุ่มอาหารและเกษตร CPF, GFPT, TFG, TU, KSL, KTIS, KBS, BIS, ASIAN  5) หุ้นประกัน TIPH, BLA, TVI, THREL (แค่เก็งกำไรรับไทยประกันเข้า IPO) 6) หุ้นพลังงาน-ปิโตรที่ไม่กระทบจากการขอความร่วมมือ IVL, OR

ภาพรวมกลยุทธ์: ความผันผวนในภาพรวมของสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้หุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1,540-1,590 จุด การปรับลงยังเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นในช่วงครึ่งหลัง อาทิ กลุ่มธนาคาร หุ้นเปิดเมืองที่ยังขึ้นน้อย กลุ่มอาหาร ขนส่ง และเปิดเมือง/เปิดประเทศ และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน (DR และ ETF อิงหุ้นจีน) //หุ้นแนะนำ:  VRANDA*, MBK*, CHINA*, CPF*

แนวรับ: 1,550-1,540 / แนวต้าน : 1,565-1,590 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

ประเด็นการลงทุน

เฟดส่งสัญญาณ 'ทุ่มสุดตัว' ในความพยายามต่อสู้เงินเฟ้อ – ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) มีความมุ่งมั่น 'อย่างไม่มีเงื่อนไข' ในการรักษาเสถียรภาพของราคา ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการรักษาตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง 

Conference Board เผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจปรับตัวลง 0.4% – ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลง 0.4% ในเดือนพ.ค. สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวลง 0.4% เช่นกันในเดือนเม.ย.

รัสเซียระงับส่งก๊าซผ่านท่อส่งเติร์กสตรีมชั่วคราว –ตั้งแต่วันที่ 21-28 มิ.ย. เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาตามกำหนดประจำปี โดยได้รับอนุมัติจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดล่วงหน้าแล้ว

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ท่อส่งก๊าซเติร์กสตรีมตัดผ่านก้นทะเลดำและประกอบด้วยท่อสองสาย โดยสายหนึ่งจัดส่งก๊าซให้กับผู้บริโภคชาวตุรกี และอีกสายหนึ่งจัดส่งพลังงานไปยังประเทศต่าง ๆ ในยุโรปตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ 

แบงก์ชาติไม่ได้เรียกประชุม กนง.นัดพิเศษ - ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ทั้งนี้ ตารางการประชุม กนง.ที่ถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าที่ 6 ครั้งต่อปี ยังเพียงพอและมีความเหมาะสมสำหรับการได้มาซึ่งข้อมูลใหม่ๆ เพื่อพิจารณานโยบายการเงิน

สกุลเงินดิจิทัล – ยังคงผันผวนต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยรวมตลาดกังวลราคาสินทรัพย์ที่ลดลงจะทำให้เกิดการบังคับขายที่ต่อเนื่องไปยังผู้ให้กู้ยืม และผู้ลงทุนที่มีสถานะกู้ยืม อาจถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์ออกมาซ้ำเติมสถานการณ์

 

ประเด็นติดตาม: 21 มิ.ย. – US Existing Home Sales / 23 มิ.ย. – US&EU Manufacturing PMI, Services PMI, Russia Debt Payment / 24 มิ.ย. – US New Home Sales, Russia Debt Payment / 27 มิ.ย. – US Core Durable Goods Orders, US Pending Home Sales

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)