วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ALL “ถือ” ราคาเหมาะสม 1.29 บาท (14 มิ.ย. 65)

ธุรกิจเดิมเริ่มปรับตัวดีขึ้น ส่วนธุรกิจใหม่จะเห็นความชัดเจนครึ่งหลังปีนี้ และเริ่มสร้างรายได้ในปีหน้า

•    งวด 1Q65 บริษัทรายงานขาดทุนลดลงสู่ 77 ลบ. จากมาร์จิ้นที่ดีขึ้นบริษัทรายงานรายได้งวด 1Q65 เท่ากับ 220 ลบ. -14%YoY -5%QoQ หดตัวต่อเนื่องโดยมีปัจจัยจากสินค้าพร้อมขายที่น้อยลงเหลือเพียง 1.1 พันลบ. จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 3.8 พันลบ. และไตรมาสก่อนที่ 1.9 พันลบ. ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กำลังซื้อชะลอ และสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น อย่างไรก็ดี %GPM ปรับดีขึ้นมาที่ระดับ 30.7% (1Q64 = 22.0%, 4Q64 = 17.4%) เนื่องจากโครงการการส่วนใหญ่ที่โอนเป็นโครงการใหม่ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง อาทิ The Excel Ratchada 18 และ The Excel Ladprao-Sutthisan ประกอบกับภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมเริ่มเบาบางลง ทำให้ไม่เกิดสงครามราคา อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการ JV อีก 16.8 ลบ. ส่งผลให้งวด 1Q65 มีผลขาดทุน 77.4 ลบ. ขาดทุนมากขึ้นจาก 1Q64 ที่ 71.8 ลบ. แต่ขาดทุนน้อยลงจาก 4Q64 ที่ 205 ลบ.
 

•    ปรับประมาณการกำไรปี 65 ลดลง 9% สู่ 193 ลบ. จากโครงการเสร็จล่าช้า เราปรับประมาณการรายได้ปี 65 ลดลง 11% สู่ 2.37 พันลบ.  +112%YoY และปรับประมาณกำไรลดลง 9% สู่ 193 ลบ. (จากประมาณการเดิมที่ 213 ลบ.) พลิกจากขาดทุนในปี 64 ที่ 347.2 ลบ.  โดยรายได้จะเติบ YoY จากฐานต่ำในปี 64 อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการรายได้ปี 65 ลดลง เนื่องจากคอนโดมิเนียม The Excel Lassalle 17 ซึ่งเป็นโครงการหลักในการรับรู้รายได้ในปีนี้ คาดว่าจะสร้างเสร็จล่าช้าเป็นช่วง 3Q65 จากเดิมที่คาดจะสร้างเสร็จในช่วง 2Q65

 

 

 โดยโครงการดังกล่าวมี Backlog ราว 1.2 พันลบ. (Figure 3) ทั้งนี้ ณ ปลายไตรมาส 1 ปี 65 บริษัทมี Backlog (รวมโครงการ JV) พร้อมโอนในปี 65 ราว 1.7 พันลบ. (Figure 2) และ Unsold Inventory อีก 2.5 พันลบ. รวมเป็น 4.3 พันลบ. (Figure 1) ซึ่งคาดจะเพียงพอต่อสมมติฐานการรับรู้รายได้ภายในปีนี้  ทั้งนี้ บริษัทยังคงแผนเปิด 3 โครงการแนวราบ ซึ่งคาดจะทยอยเปิดตัวตั้งแต่ 2H65 เป็นต้นไปเพื่อรุกตลาด Real Demand ที่ยังคงมีความต้องการในระดับสูง
 

ALL “ถือ” ราคาเหมาะสม 1.29 บาท (14 มิ.ย. 65)

ALL “ถือ” ราคาเหมาะสม 1.29 บาท (14 มิ.ย. 65)

 

 

 

•    แผนการเพิ่มทุนถูกยกเลิก แต่คาดจะมีแหล่งเงินทุนใหม่เข้ามาแทน 

1)    7 เม.ย.65 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 1,343.3 ล้านหุ้น (Par = 0.50 บาท)

2)    12 เม.ย.65 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2565 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่จำนวน 1,343.3 ล้านหุ้น (Par = 0.50 บาท) แต่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 65 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,703.7 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้(TSR)

3)    27 พ.ค.65 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอขออนุมัติการยกเลิกมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2565 วาระที่ 2 และวาระที่ 4 เรื่องการให้ออกและการจัดสรร TSR

แม้แผนการเพิ่มทุนดังกล่าวจะถูกยกเลิก  แต่คาดบริษัทมีแผนหาแหล่งเงินทุนใหม่ที่กระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิมน้อยลงเข้ามาแทน เพื่อเสริมสภาพคล่องแก่ธุรกิจเดิมและต่อยอดธุรกิจใหม่ ได้แก่ 1) ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) 2) ธุรกิจบริหารหนี้สิน และ 3) ธุรกิจคาร์บอนเครดิต คาดจะเห็นความชัดเจนในช่วง 2H65 และสร้างรายได้ในปี 66 ซึ่งธุรกิจดังกล่าวยังไม่ถูกรวมในประมาณการปี 66

 

•    คงคำแนะนำ “ถือ” และปรับราคาเหมาะสมลงสู่ 1.29 บาท (หลังปรับพาร์เป็น 0.50 บาท/หุ้น จาก 1.0 บาท/หุ้น) เราปรับราคาเหมาะสมของหุ้น ALL ลงสู่ 1.29 บาท จากเดิม 1.42 บาท (Par = 0.5) จากการปรับลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 65 ลงสู่ 0.14 บาท จากเดิม 0.16 บาท โดยอิง Prospective PE ณ ระดับ 9x เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มย้อนหลัง 3 ปี (3Yr-Avg.Sector PE) โดยราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside ไม่ถึง 10% เราจึงคงคำแนะนำ “ถือ”