background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ททท.ชงยุทธศาสตร์ "ซอฟต์พาวเวอร์" ปั้นขุมทรัพย์ใหม่ต่อยอดท่องเที่ยวไทย!

ททท.ชงยุทธศาสตร์ "ซอฟต์พาวเวอร์" ปั้นขุมทรัพย์ใหม่ต่อยอดท่องเที่ยวไทย!

พลังแห่ง ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) หนึ่งในเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจของหลายประเทศ ต้นแบบความสำเร็จชัดแจ้ง คือ เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ถูกนำมาต่อยอดอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ดึง “ต่างชาติ” เข้ามาจับจ่าย สร้างการเติบโตด้านรายได้แก่ประเทศ

ฟากประเทศไทยมีซอฟต์พาวเวอร์เปี่ยมศักยภาพมากมาย โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำมาวางยุทธศาสตร์ต่อยอดการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจับจ่ายในไทยหลังโควิด-19 สานเป้าหมายสร้างรายได้ปี 2565 แตะ 1.5 ล้านล้านบาท ฟื้นตัว 50% เทียบปี 2562 ก่อนวิกฤติ และขยับรายได้ปี 2566 ทะลุ 2.4 ล้านล้านบาท ฟื้นตัว 80%

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ททท.วางยุทธศาสตร์ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ต่อยอดการท่องเที่ยวผ่านแนวคิด “From SPOT (Soft Power Of Thailand) to TRIP” จากจุดสนใจสู่จุดมุ่งหมายของการเดินทาง ประกอบด้วย “5F” ได้แก่ Food อาหาร, Film ภาพยนตร์, Fashion แฟชั่น, Fighting ศิลปะการต่อสู้ และ Festival งานเทศกาล

นิยามของคำว่า TRIP ขยายความเชิงกลยุทธ์ได้ว่า T : Terms of References กำหนดให้ 5F เป็น TOR ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายหลังวิกฤติโควิด เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าและประทับใจ R: Regeneration พัฒนาและต่อยอดจาก 5F ที่มีอยู่ สร้างให้เกิดรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทั้งด้านเทคโนโลยีและความต้องการของนักท่องเที่ยว

I: Inclusive Tourism ให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทาน 5F เช่น เครือข่าย คู่ค้า คู่ความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน แหล่งท่องเที่ยวและชุมชน มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่า ตลอดจนมาตรฐานท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ P: Positive Travel Experiences สร้างประสบการณ์เชิงบวกให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย บนพื้นฐานความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละกลุ่ม โดยมุ่งเน้นออกแบบเมนูประสบการณ์ที่ครอบครอบทั้ง 5F ให้ได้มากที่สุด

สอดคล้องกับแนวทางการกำหนดสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ ททท.จะเสนอขายภายใต้แนวคิด “NFT” ให้กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อกระตุ้นให้เดินทางมาประเทศไทยหลังโควิด  ประกอบด้วย N : Nature to Keep ให้นักท่องเที่ยวมาช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติในประเทศไทยให้สวยงามและยั่งยืน F: Food to Explore ให้มาสำรวจความหลากหลายของวัฒนธรรมการกินของคนไทย และ T: Thainess to Discover ให้มาค้นพบความเป็นไทยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแต่ละคน

ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเสริมว่า ตามยุทธศาสตร์ “From SPOT (Soft Power Of Thailand) to TRIP” ททท.พร้อมนำซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 5F ไปผสมผสานกับแคมเปญสื่อสารการตลาดของ ททท. “From A-Z : Amazing Thailand has it All” มุ่งสื่อสารให้นักท่องเที่ยวรับรู้ถึงจุดขายและเมนูประสบการณ์ท่องเที่ยวในไทยว่ามีทุกสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ สอดรับนโยบายรัฐบาลประกาศ “ปีส่งเสริมท่องเที่ยวไทย 2565-2566” หรือ Visit Thailand Year 2022-2023

สำหรับ Food อาหาร เป็นมิติที่ ททท.จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอาหารสู่ BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ชุมชนและท้องถิ่น ทั้งเรื่องของการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น การปรุงอาหารแบบปราศจากขยะเหลือทิ้ง (Zero Food Waste) นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ของยูเนสโก ทั้ง จ.ภูเก็ต และ จ.เพชรบุรี ให้ได้โปรโมทอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน โครงการคู่มือ “มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย” คัดเลือกและรวบรวมรายชื่อร้านอาหารที่อยู่ในระดับมาตรฐานของมิชลิน ล่าสุด ททท.ต่อสัญญาดำเนินโครงการอีก 5 ปี (2565-2569) สำหรับจัดทำคู่มือแนะนำร้านอาหาร ฉบับปี 2566-2570 หลังจัดทำฉบับปฐมฤกษ์ปี 2561 จนถึงคู่มือฉบับล่าสุดปี 2565

ในคู่มือ มิชลิน ไกด์ ของประเทศไทย ไม่ได้มีแค่อาหารหรูหราราคาแพง! แต่มีสตรีทฟู้ด ซึ่งมอบสัญลักษณ์ “บิบ กูร์มองด์” ให้แก่ร้านอาหารที่นำเสนออาหารคุณภาพดี ผ่านการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันในราคาย่อมเยาคุ้มค่า ไม่เกิน 1,000 บาท (ราคาสำหรับอาหาร 3 คอร์ส ได้แก่ อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก และของหวาน ไม่รวมเครื่องดื่ม) โดยปัจจุบันไทยมีร้านได้สัญลักษณ์ บิบ กูร์มองด์ มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น

ด้าน Film ภาพยนตร์ ททท.พูดคุยกับศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ซึ่งเกาหลีคือผู้ผลิตซอฟต์พาวเวอร์ด้านภาพยนตร์ระดับโลก ว่าอาจหาแนวทางเฉลิมฉลองสัมพันธภาพ 65 ปี ไทย-เกาหลี ในปี 2566 โดยกำลังหารือความเป็นไปได้ในการผลิตภาพยนตร์หรือซีรีส์ร่วมกัน

นอกจากนี้ ททท.จะหารือกับ Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชื่อดังเกี่ยวกับการผลิตคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยวไทย จากก่อนหน้านี้ได้จับมือกันผลิตสารคดี “Midnight Asia : กิน เต้น ฝัน” ฉายบน Netflix เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์โฆษณาของ ททท.ที่เตรียมออกฉายต้นเดือน มิ.ย.นี้ ได้กำหนดธีมเนื้อหาเกี่ยวกับภาพยนตร์หรือ Cinematic Film สะท้อนประสบการณ์ของผู้คนในช่วง 2 ปีที่ต้องเจอวิกฤติโควิด ยังไม่สามารถออกไปท่องเที่ยวได้ ต้องอยู่บ้านดูแต่หนังหรือซีรีส์ กระทั่งได้เป็นตัวเอกหรือแสดงนำในภาพยนตร์ของตัวเองเมื่อได้ออกไปท่องเที่ยวจริง

“ภาพยนตร์หรือซีรีส์วาย (Boy’s Love) เป็นอีกตลาดที่ช่วยสร้างกระแสความสนใจต่ออุตสาหกรรมบันเทิงของไทย มีศักยภาพในการดึงแฟนคลับต่างชาติ และนักท่องเที่ยวกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ซึ่งเป็นตลาดที่ ททท.โฟกัสให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจับจ่ายในไทย”

ส่วนมิติ Fashion แฟชั่น ไม่ได้หมายถึงต้องมีดีไซน์เนอร์ระดับโลก แต่หมายถึงการผลักดันผ้าไทยและเครื่องประดับสไตล์ไทย ได้รับการชูสู่สายตานานาชาติมากขึ้น อย่างเช่น กรณีของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล สมาชิกวงแบล็กพิงก์ สวมรัดเกล้ายอด ในมิวสิกวิดีโอเพลง LALISA เป็นเรื่องที่ ททท.จะศึกษาเพื่อนำแฟชั่นไทยสู่สายตาคนภายนอก

“คำว่า แฟชั่น ยังครอบคลุมถึงมิติผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นพื้นบ้าน อย่างโลโก้ของงานประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC 2022 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดในเดือน พ.ย.2565 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีแนวคิดการออกแบบจากงานจักสานชะลอม ททท.ก็จะโปรโมทงานหัตถกรรม เช่น งานจักสานเข้าไปด้วย”

อีกซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญ Fighting ศิลปะการต่อสู้ ททท.จะชู "มวยไทย" ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ เช่น ในอังกฤษ มีโรงเรียนสอนมวยไทยหลายร้อยแห่ง ในสหรัฐและประเทศอื่นๆ ก็มีจำนวนมากเช่นกัน ททท.จึงมีแผนทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหรือครูสอนมวยไทย และสถาบันสอนมวยไทยในประเทศต่างๆ เหมือนเป็นหน้าร้าน Outlet ประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวไทย จากเดิมทำงานร่วมกับร้านอาหารไทยในต่างแดนทั่วโลกจนประสบความสำเร็จมาแล้ว 

ในเดือน มี.ค.ของทุกปี ททท. มีกำหนดจัดงานไหว้ครูมวยไทยโลก ซึ่งเตรียมขยายขนาดงานให้ใหญ่ขึ้น เชิญครูสอนมวยไทยและนักมวยจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงาน ส่วน Festival งานเทศกาล ไทยมีงานเทศกาลดังระดับโลกจำนวนมาก เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง นอกเหนือจากงานเทศกาลด้านวัฒนธรรมประเพณีที่ติดตลาดโลกเหล่านี้ ททท.จะโปรโมทงานเทศกาลอื่น ๆ ด้วย อย่างงานเทศกาลดนตรีและศิลปะ เช่น งานแบงค็อก อาร์ต เบียนนาเล่ ฯลฯ