วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลิกประเทศ ฟื้น ‘ท่องเที่ยว-ลงทุน’

นักท่องเที่ยวเริ่มเข้าประเทศไทยมากขึ้นหลังเปิดประเทศตั้งแต่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเสริมสร้างให้น่าท่องเที่ยวและน่าลงทุน เพื่อพลิกฟื้นให้ขาลงประเทศ กลายมาเป็นขาขึ้นที่ดีกว่าเดิมให้ได้

ภาพนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้าประเทศไทย หลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด นับเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่ไม่ได้เห็นมานาน หลังโลกเจอสถานการณ์โควิด และประเทศไทยก็ผ่านการล็อกดาวน์มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มได้บางส่วน จนถึงการตัดสินใจเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางผู้ติดเชื้อในประเทศที่ลดลง จากเดิมที่กังวลกับช่วงเทศกาลวันหยุดยาวว่าตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจกลับมาพุ่งในระดับนิวไฮ แต่สุดท้ายยังสามารถคุมจำนวนผู้ติดเชื้อไว้ได้ และมีแนวโน้มลดลงทั้งผู้ติดเชื้อ คนป่วยหนัก และผู้เสียชีวิต ถึงปัจจุบันประเทศดูมีความพร้อมในการประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

แต่โจทย์ใหญ่ที่เรายังต้องมานั่งลุ้นกันต่อ คือ การให้โควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นตามเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ในเดือน ก.ค.นี้ ประเทศไทยจะผ่านโจทย์นี้ไปได้ สิ่งสำคัญ คือ ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 3 กระตุ้นให้ได้ 60% ขึ้นไป ซึ่งยอดการฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสมในไทย ข้อมูลวันที่ 4 พ.ค. 2565 อยู่ที่กว่า 134 ล้านโดส เป็นเข็ม 3 ขึ้นไป จำนวนกว่า 26 ล้านโดส คิดเป็นเพียง 37.8% ยังห่างจากเป้า 60% อยู่พอสมควร เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้ได้ภายในระยะ 2 เดือนนี้ ก่อนจะถึงเป้าหมายการเป็นโรคประจำถิ่นที่วางไว้ในเดือน ก.ค. 2565

ขณะที่ การเดินหน้าพลิกฟื้นประเทศ รัฐบาลยังต้องใส่เกียร์เดินหน้าเต็มที่ ล่าสุด คลอดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570) ฉบับล้มแล้วลุกไว แน่นอนว่าแผนฯ ฉบับนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการแปลงยุทธศาสตร์ชาติ ไปสู่การปฏิบัติและกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศที่ควรมุ่งเน้นในระยะ 5 ปีถัดไป คือ ปี 2566-2570 ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับการที่ประเทศเริ่มก้าวเข้าสู่โควิดเป็นโรคประจำถิ่น แผนฯนี้มาจากฐานความคิดรวม 4 เรื่อง คือ

1.เศรษฐกิจพอเพียง

2.ความสามารถในการที่จะล้มแล้วลุกให้ไว เดินไปข้างหน้าให้ได้

3.เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ 

4.การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว

 

แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 วางหมุดหมายสำคัญไว้ว่า ต้องทำให้ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว” ขณะที่ เป้าหมายหลักของแผนฯ ครอบคลุม 5 เรื่อง คือ

1.ปรับโครงสร้างการผลิตสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

2.พัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่

3.มุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม

4.เปลี่ยนผ่านการผลิตและการบริโภคไปสู่ความยั่งยืน

5.เสริมสร้างความสามารถของไทยในการรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงภายใต้โรคอุบัติใหม่ เราได้แต่หวังว่า รัฐจะเดินหน้าตามแผนฯ ให้ได้ตามเป้า และต้องเร่งอัดสปีดยุทธศาสตร์พลิกฟื้น ‘ไทย’ ให้กลับมาเป็นประเทศที่ “น่าท่องเที่ยว และน่าลงทุน” ให้เร็วที่สุดในยุคที่โควิด-19 อยู่ในช่วงขาลงเช่นนี้