ttbกำไรไตรมาส1/65 ที่3.19พันล้าน โต14% รายได้ดบ.เพิ่ม-ปรับโครงสร้าง

ttbกำไรไตรมาส1/65 ที่3.19พันล้าน โต14% รายได้ดบ.เพิ่ม-ปรับโครงสร้าง

ทหารไทยธนชาต เผยกำไรสุทธิไตรมาส1/65 อยู่ที่ 3,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 14.8%จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยเริ่มมีแนวโน้มคงที่จากการเติบโตสินเชื่อหลักได้ และแผนการปรับโครงสร้างงบดุลเหมาะสม หนุนเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด(มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ธนาคารมีกําไรสุทธิหลังตั้งสำรองฯ  อยู่ที่ 3,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 14.8%จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะท่ีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE อยู่ที่  6.1%ปรับตัวดีขึ้นจาก5.3 %ในไตรมาส 4/2564

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของธนาคารทหารไทยธนชาต แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยืดเยื้อเข้าสู้ปี 2565 กิจกรรมทางธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินกิจการและมีการผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศ ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังและมองหาโอกาสในการเติบโตอย่างรอบคอบ

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2565 ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้า หนุนโดยการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดของธนาคาร และความมีวินัยด้านค่าใช้จ่ายช่วยให้คำใช้จ่ยในการดำเนินงานลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 เพิ่มขึ้น 14%จากไตรมาสก่อนหน้า
 

แม้ว่าการเติบโตต้านรายได้ยังคงมีความท้าทายจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน รายได้ดอกเบี้ยเริ่มมีแนวโน้มคงที่จากการ
กลับมาเดิบโตสินเชื่อหลักได้ พร้อมทั้งแผนการปรับโครงสร้างงบดุลให้มีความเหมาะสมช่วยให้ธนาคารมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

ดังนั้นธนาคารเลือกที่จะเดิบโตสินเชื่อและเงินฝากหลักอย่างรอบคอบเพื่อ คุณภาพของพอร์ตและเตรียมพร้อมขยายฐานสินเชื่อรายย่อยที่ให้
ผลตอบแทนสูงเมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเอื้ออำนวย

รักษาสมดุลโครงสร้างเงินฝากให้เหมะสมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการบริหารสภาพคล่องและต้นทุนเงินฝากให้มีประสิทธิภาพ : ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับโครงสร้างงบดุลให้เหมาะสม ด้วยการรักษาสมดุลของสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์ ผลิตภัณฑ์เงินฝากหลักและเงินฝากประจำ ส่งผลให้โครงสร้างเงินฝากมีสัดสวนที่เหมาะสม

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 เงินฝากรวมเพิ่มขึ้น1.6 % YTD อยู่ที่ 1.380 พันล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มฐานเงินฝากประจำสำหรับลูกค้ารายย่อย Up and Up ตามกลยุทธ์

ด้านเงินฝากในการสร้างฐานเงินฝากระยะยาวเพื่อบริหารจัดการสภาพคล่อง ในส่วนของผลิตภัณฑ์เงินฝากหลักสำหรับลูกค้ารายย่อย เงินฝาก All Free ขยายตัวต่อเนื่อง 1.5% YTD และเงินฝาก No-Fixed เดิบโตที่ 0.4 %YTD เช่นกัน จากแนวทางการเดิบตเงินฝากของธนาคาร เงินฝากประจำสำหรับลูกค้ารายย่อย up and up จะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เงินฝากหลักเพื่อรักษาฐานลูกค้ามั่งคั่ง โดยให้อัตราดอกเบี้ยสูงพร้อมทั้งมีความยืดหยุ่นมากกว่เงินฝากประจำทั่วไป ควบคูไปกับการรักษาสมดุลผลิตภัณฑ์เงินฝากหลัก เพื่อการบริหารจัดการต้นทุนเงินฝากอย่างมีประสิทธิภาพ

ดำเนินกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพด้วยการกลับมาติบโตสินเชื่อรายย่อยที่เป็นผลิตภัณฑ์หลัก: ทีทีบีเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวังและเน้นกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพในช่วงการแพรระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้สินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 ลดลงเล็กน้อยที่ 0.4 % YTD อยู่ที่จำนวน 1,386 พันล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจ โดยสินเชื่อบรรษัทลูกค้าธุรกิจลดลงรัอยละ 5.8% VTD จากการชำระคืบของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และความต้องการสินเชื่อหมุนเวียนที่ลดลง ขณะที่กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการปรับกลุ่มลูกค้าใหม่ อย่างไรก็ดี สินเชื่อลูกค้ารายย่อยโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลักอย่างสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกลับมาขยายตัวที่1.2% และร้อยละ 0.8 % YTD ตามลำดับ ซึ่งธนาคารเห็นแนวน้มการพื้นตัวของสินเชื่อใหมในทั้งสองผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ธนาคารยังคงดำเนินกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อลูกค้ารายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูงและจะขยายฐานสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิด ผ่าน tb consumer ซึ่งเป็นธุรกิจย่อยของธนาคาร เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
 

รายได้ดอกเบี้ยเริ่มมีแนวโน้มทรงตัวจากการกลับมาโตสินเชื่อที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักได้: ท่ทมกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย รายได้ดอกเบี้ยของธนาคารเริ่มมีแนวโน้มทรงตัวจากสินเชื่อหลักที่มีแนวโน้มกลับมาเดิบโตที่ดี แม้ว่รายได้ดอกเบี้ยในไตรมาส /2565 ลดลง 2.8% Q0Q อยู่ที่ 12,409 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการชะลอตัวของสินเชื่อ
จากกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ที่ 4.5 % สอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อ อย่างไรก็ดี ttb  consumer จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนในการเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์และรายได้ดอกเบี้ยต่อไป จากการลดผลกระทบด้วยต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวดีขึ้น NIM ปรับ
ลดลง 7 bps  QoQ อยู่ที่ 2.91% จากแรกดดันของอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ลลง ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง10%  Q0Q อยู่ที่ 3.365 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้คำธรรมเนียมและบริการสุทธิเนื่องจากรายได้ค่ธรรมเนียมกองทุนรวมและแบงก์แอสชัววันส์ชะลอตัวจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยในไตรมาส 1/2565 ขณะที่
รายได้ค่าธรรมเนียมลูกค้าธุกิจมีแนวโน้มเดิบโตที่ดี หนุนโดยรายได้ค่าธรรมนียมการให้สินเชื่อ ส่งผลห้รายได้รวมจากการดำเนินงานลดลง 4.4% จากไตรมาส 4/2564 อยู่ที่15,774 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565

 

PPOP ปรับตัวดีขึ้นจากความมีวินัยด้านคำใช้จ่าย: ด้วยความพยายามในการเร่งการรับรู้ประโยชน์ด้านต้นทุนหลังการรวมกิจการและความมีวินัยด้านคำใช้จ่าย ทำให้คำใช้จ่ายในการดำเนินงานมีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งลดลง 12.7% Q0Q ยู่ที่ 6,987 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ไม่รวมผลกระทบการปันส่วนราคาซื้อหลังจากการรวม
กิจการของธนาคารธนขาต (PPA) อยู่ที่ 43 % เนื่องจากการบำริหารจัดการคำใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ลดแรงกดดันในด้านของรายใด้ ส่งผลให้ PPOP ปรับตัวดีขึ้น 4.2% QoQ และค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 8.818 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565

คุณภาพสินทรัพย์บริหารจัดการได้ดีภายต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบทำมกลางสภาพเศรษฐกิที่มีความผันผวน: ทีทีบียังคงบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกลัชิดด้วยการตั้ง ECL อย่างเช้มงวดและพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อตั้งสำรองผ่าน Management Overiay ในไตรมาส1/2565
ธนาคารตั้งสำรองฯ เป็นจำนวน 4,808 ล้านบาท ลดลง 4.2% Q0Q ซึ่งระดับของสำรองฯนี้สะท้อนหลักเกณฑ์ในการประเมินความเสี่ยงของสินเชื่อภายใต้มาตรการความช่วยเหลือที่เข้มงวดของธนาคารและความสามารถในการชำระคืนของลูกค้าที่อยู่ในพอร์ตสินเชื่อ นอกจากนี้สินเชื่อขั้นที่ 3 ลดลงอยู่ที่จำนวน 42,144 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการก่อตัวของสินเชื่อตัอยคุณภาพที่ปรับตัวดีขึ้นและความสามารถการชำระหนี้ของลูกค้ามีแนวโน้มที่ดี ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่อยล 2.73 ในไตรมาส 1/2565 ลดลงจาก 2.81 % ในไตรมาส 4/2564

อย่างไรก็ดี ธนาคารยังคงตั้งสำรองในระดับที่สูงตามกรอบเป้าหมายของธนาคาร เนื่องจากธนาคารเตรียมความพร้อมเพื่อให้ระดับสำรองฯเพียงพอ สำหรับรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและมาตรการความช่วยเหลือลูกหนี้ที่จะหมดลงในปีนี้ หลังหักสำรองฯ และภาษี ที่ที่บีมีกำไรสุทธิ 3,195 ล้านบาทในใตรมาส 1/2565 ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.1 %QoQและ 14.8 YoY ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ
ROE ที่6.1%