"ซิปเม็กซ์" ชี้ตลาดคริปโทพักฐานไม่เกิน 1 ปี คาดแนวโน้มราคาบิตคอยน์ แกว่งตัวไซด์เวย์ 1-2ปี หลังราคาแตะ 38,547 ดอลลาร์ ร่วง 40% จากจุดออไทม์ไฮ เหตุปัจจัยลบรุมเร้า แนะลงทุนช่วงนี้ต้องระวัง แต่เชื่อถือต่อได้ จากอนาคตมีโอกาสปรับขึ้น
นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ ร่วงหลุดระดับ 39.000 ดอลลาร์ ไปแตะ 38,547 ดอลลาร์ หรือลดลง ราว 40% จากสุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ออไทม์ไฮ) ที่เคยทำไว้เมื่อปีก่อนที่ 69,000 ดอลลาร์์ โดยคาดการณ์ว่า แนวโน้มราคาบิตคอยน์ยังเคลื่อนไหวไซด์เวย์ไปอีก 1-2 ปี และตลาดคริปโทเคอเรนซีพักฐานไม่เกิน 1 ปี หลังจากปรับขึ้นมารุนแรงเมื่อปีก่อน
"ซิปแมกซ์" ชี้ ตลาดคริปโทพักฐานไม่เกิน 1 ปี -คาดแนวโน้มราคาบิตคอยน์ คาดแกว่งตัวไซด์เวย์ 1-2ปี หลังราคาแตะ 38,547 ร่วง 40% จากจุดออไทม์ไฮ เหตุหลายปัจจัยลบรุมเร้า นักลงทุนโยกเงินเข้าบอนด์ระยะสั้น-ถือเงินสด แนะเข้าลงทุนช่วงนี้ต้องระวัง แต่เชื่อถือต่อได้ จากอนาคตมีโอกาสปรับขึ้น
ทั้งนี้เกิดจากสภาพตลาดการลงทุนทั่วโลกเผชิญความเสี่ยงทั้งเศรษฐกิจโลกปีนี้ชะลอตัว ภาวะเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยและเริ่มทำคิวหรือดึงสภาพคล่องกลับ ในปีนี้
รวมถึงภาวะสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังยืดเยื้อ และกฎเกณฑ์กำกับดูแลในไทยที่ห้ามใช้คริปโทเคอเรนซีซื้อขายสินค้าและบริการ ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกย้ายเงินจากทรัพย์สินที่มีความเสี่ยง ทั้งตลาดหุ้นและตลาดคริปโทเคอเรนซี ไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรระยะสั้น และเงินสด มากกว่า เพื่อที่จะป้องกันผลตอบแทนในระยะยาวและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง
นายเอกลาภ กล่าวว่า การพิจารณาเข้าลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงปีนี้ ยังต้องใช้ความระมัดระวัง แต่หากจะถือต่อไปก็ไม่ได้เสียหาย เนื่องจากในระยะข้างหน้ายังมีปัจจัยหนุน ให้ราคาบิตคอนย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ เพราะสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นเรื่องของเทคโนโลยี ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เช่น โครงสร้างตลาดอีธีเลี่ยมบล็อกเชนปรับตัวดีขึ้น (อีธีเลียม 2.0)
รวมถึงและในอีก2 ปี บิตคอยน์ฮาฟวิ่งก็จะกลับมาแน่ๆ รวมถึงหากประเทศต่างๆ ออกกฎเกณฑ์มาสนับสนุน เช่น ETF ในสหรัฐเป็นต้น ซึ่งจะต้องอาศัยเวลาและประเมินตลาดให้ชัดเจนอีกครั้ง
“กลยุทธ์การลงทุนคริปโท เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา โดยการลงทุนระยะสั้นมองว่าอาจเป็นการพนัน ทำให้เสียเงินทั้งก่อน แต่หากมองเป็นการลงทุนอาจจะเสียเงินลงทุนทุนราว 50% ในตอนที่ตลาดแย่ที่สุด อาวุธที่สำคัญของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ คือต้องใจเย็นและต้องรอเวลาได้ เพราะในระยะข้างหน้ายังมีโอกาสที่ตลาดจะสามารถปรับตัวขึ้นได้”









