การทบทวนตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เมื่อใดก็ตามที่เราหลงอยู่กับความเป็นที่สุดแล้ว จุดเริ่มต้นของความเสื่อมถอยก็จะเกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจในบ้านเราดูจะคลี่คลายลงไปมาก เมื่อดูความคึกคักที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ผ่านกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ รวมถึงการจับจ่ายใช้สอยที่ดูมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
แต่ความรู้สึกดังกล่าวอาจอยู่ได้ไม่นานนักเมื่อเราพบว่าหลายจังหวัดกำลังพบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ไม่ต่างอะไรกับที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ ที่กรุงโซลต้องจมน้ำลงอย่างไม่คาดฝัน เป็นผลพวงมาจากภาวะโลกร้อน จนส่งผลให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนทั่วโลก
ที่เกริ่นไว้ใน “Think out of The Box” ครั้งที่แล้วก็คือ ในช่วงเวลาแห่งความผันผวนเช่นนี้ อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทบทวนตัวเองและหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อยกขีดความสามารถทางการแข่งขันของเราให้สูงยิ่งขึ้น เป็นการสร้างความพร้อมให้กับตัวเราเองเมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
การทบทวนตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ โดยไม่หลงไปกับความสำเร็จในอดีต นั่นคือการยอมรับว่าตัวเราเองมีจุดไหนที่จำเป็นต้องปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น มีประเด็นไหนที่ทำได้ดีแล้วแต่สามารถทำให้ดีเยี่ยมขึ้นได้อีก
การเรียนรู้และการถ่ายทอดความรู้ในองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในองค์กรธุรกิจทุกวันนี้ เพราะการหยุดพัฒนา หยุดการเรียนรู้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการก้าวถอยหลัง และทำให้ชื่อเสียงของเรากลายเป็นตำนาน กลายเป็นเรื่องเล่าขานถึงธุรกิจที่เราเคยทำสำเร็จ แต่ปิดตัวลงไปแล้วเพราะไม่สามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้
เหมือนตำนานความยิ่งใหญ่ของวัดเส้าหลินที่คนไทยรู้จักกันดี แม้ว่าเราอาจจะสงสัยในความเก่งกาจและอภินิหารของการฝึกกำลังภายในของศิษย์วัดเส้าหลินที่ดูจะเกินความเป็นจริงไปมาก แต่ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นจริงหรือไม่
เพราะธรรมชาติของการถ่ายทอดความรู้ของปรมาจารย์ชาวจีนในอดีตมักจะยึดติดกับตัวเองเป็นหลัก นั่นคือยึดมั่นว่าตนเองอยู่ในจุดสูงที่สุดแล้ว วิชาของตัวเองก็เป็นเคล็ดวิชาที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว ซึ่งนั่นคือความคิดที่ทำร้ายตัวเองในอนาคตเพราะไม่ก่อให้เกิดพัฒนาการใดๆ งอกเงยขึ้นมาอีก
ซ้ำร้ายการถ่ายทอดเคล็ดวิชาก็เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพราะความกลัวลูกศิษย์คิดล้างครู หากปรมาจารย์มีเคล็ดวิชาอยู่สัก ๑๐๐ กระบวนท่า ก็จะถ่ายทอดให้ลูกศิษย์เพียง ๙๙ กระบวนท่าเท่านั้น เพราะจะต้องเก็บสุดยอดวิชาไว้ใช้ป้องกันตัวเองหากลูกศิษย์คิดร้ายต่ออาจารย์
เมื่อปรมาจารย์จบสิ้นชีวิตลง ลูกศิษย์ที่ได้รับวิชามา ๙๙ กระบวนท่าก็จะถ่ายทอดต่อไปเพียง ๙๘ กระบวนท่า ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ความรู้ ความสำเร็จที่เป็นตำนานมายาวนานนับร้อยนับพันปีก็ต้องล่มสลายลงในที่สุด
ความเก่งที่สุด ความดีที่สุด จึงไม่มีอยู่จริง เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราหลงอยู่กับความเป็นที่สุดแล้ว จุดเริ่มต้นของความเสื่อมถอยก็จะเกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้เวลาทบทวนและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญให้เราเติบโตและอยู่รอดต่อไปได้ในอนาคต





