น้ำสีรุ้งเป็นพิษ “น้ำเงินปราจีนบุรี” ตกเป็นเป้าแนวร่วม “ส้ม” ปลุกมวลชนไล่โรงงานขยะพิษต้าน “ทุนจีน” สะเทือนรัฐนาวาอนุทิน
บ้านใหญ่ศรีมหาโพธิ “ชยุต ภุมมะกาญจนะ” เผชิญหน้า “สุนทร คมคาย” ผู้นำม็อบต้าน EEC พ่วงแกนนำพรรคส้มปราจีนบุรี
เมืองปราจีนบุรี ร้อนระอุด้วยปม “น้ำสีรุ้ง” เจือน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้าน อ.ศรีมหาโพธิ์ สุดทนรวมตัวต้านโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม เรียกร้องรัฐบาลอนุทินสั่งปิดโรงงานถาวร
จากประเด็นสิ่งแวดล้อม ขยับเป็นเรื่องการเมือง เมื่อ “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศเปิดสงครามโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารพิษ ซ้ำเติมความทุกข์ยากจากภัยน้ำท่วมของประชาชน
ในทางการเมือง จ.ปราจีนบุรี เป็น “เมืองสีน้ำเงิน” เพราะ สส.ทั้ง 3 เขต สังกัดพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วยด้วย เขต 1 อำนาจ วิลาวัลย์ เขต 2 ชยุต ภุมมะกาญจนะ และเขต 3 สฤษดิ์ บุตรเนียร
จุดเกิดเหตุน้ำสีรุ้งนั้นอยู่ที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของ “สส.ต่าย” ชยุต ทายาทตระกูล “ภุมมะกาญจนะ” บ้านใหญ่เมืองปราจีนฯที่เป็นพันมิตรกับตระกูล “วิลาวัลย์”
ด้วยเหตุนี้ พรรคภูมิใจไทย จึงเอาใจใส่ปัญหาน้ำท่วมปราจีนฯ มากเป็นพิเศษ ถึงขั้นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก 9 คน ลงพื้นที่ต่อเนื่อง
4 ต.ค. 69 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข และเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิงสำนักงานขนส่งใหม่ปราจีนบุรี
6 ต.ค. 69 รอบนี้ 5 รัฐมนตรีนั่ง ฮ.ไปลงเมืองปราจีนฯ คือ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม , พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย และสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน
11 ต.ค. 69 พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ลงพื้นที่พบผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.บ้านสร้าง
19 ต.ค. 69 วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม พร้อมคณะ พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหารั่วไหลของคราบน้ำมันจากโรงงาน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่บริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ
ที่น่าสนใจ สส.ปราจีนฯ ทั้ง 3 คน รวมถึง “นายกอุ๊” กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ตัวแทนบ้านใหญ่ “วิลาวัลย์” ยกทีมมาต้อนรับ “วราวุธ” พร้อมหน้าพร้อมตา
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ “รัฐมนตรีเฮ้ง” และ “รัฐมนตรีท็อป” ต่อการแก้ปัญหาโรงงานปล่อยสารพิษแตกต่างกันอย่างมีนัยยะ
ค่ายน้ำเงินจมน้ำสีรุ้ง
“น้ำสีรุ้ง” หมายถึงคราบน้ำมันสีรุ้งสะท้อนแสงหลากสี ที่มากับน้ำท่วมแผ่ขยายปกคลุมผืนนาข้าวหลายร้อยไร่ ซึ่งเชื่อมโยงกับบ่อฝังกลบกากฝังกลบขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่
“สุนทร คมคาย” และ “สุเมธ เหรียญพงษ์นาม” 2 แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เป็นผู้เปิดเผยข้อมูล “น้ำสีรุ้ง” ที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลที่สระมะเขือ ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ์ เมื่อหลายปีก่อน
ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายแม่เพื่อสุขภาพทุ่งบางพลวง ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นรู้ทันโรงงานขยะอุตสาหกรรม ในพื้นที่ ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ ที่โดมสวนสุขภาพบ้านเกาะสมอ ต.หัวหว้า เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2569
ในวันนั้น ชาวศรีมหาโพธิ์เกือบ 5 พันคน มีมติเอกฉันท์เรียกร้องรัฐบาลอนุทิน สั่งปิดโรงงานขยะพิษถาวร
ก่อนหน้านั้น “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับสารปนเปื้อนและมลพิษที่แพร่กระจายไปกับน้ำท่วม โดยมี “สุนทร คมคาย” แกนนำปราจีนบุรีเข้มแข็ง พ่วงอดีตผู้สมัคร สส.ปราจีนฯ พรรคส้มเป็นผู้ให้ข้อมูล “หัวหน้าเท้ง”
สมรภูมิเดือด “จีนบุรี”
หลายคนคงจำได้ สมรภูมิปราจีนบุรี เขต 2 อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม และ อ.นาดี (บางตำบล) ที่มีสภาพสังคมแบบกึ่งเกษตรกรรมกึ่งอุตสาหกรรม
10 ปีมานี้ ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี มีโรงงานผุดขึ้นมากมาย จึงวลีเชิงสัญลักษณ์ “จีนบุรี” ในสายตาประชาชนที่ทนไม่ไหวต่อปัญหาขยะอุตสาหกรรม และมลพิษทางน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงกับโรงงานอุตสาหกรรมจากเมืองจีน
ดังนั้น การเลือกตั้ง สส.ปราจีนบุรี เขต 2 เมื่อปี 2566 วุฒิพงศ์ ทองเหลา พรรคก้าวไกล โค่นบ้านใหญ่ ชยุต ภุมมะกาญจนะ ปักธงสีส้มผืนแรกในแผ่นดินที่ถูกแซวว่า “จีนบุรี”
ต่อมา “สส.แจ้” วุฒิพงศ์ ทองเหลา ถูกขับออกจากพรรคก้าวไกล ด้วยปมปัญหาส่วนตัว จึงทำให้พรรคประชาชน สรรหาผู้สมัครหน้าใหม่มาแทนอดีต สส.คนเดิม
นั่นคือ “ลูกแก้ว” ศิริรัตน์ ศิริรักษ์ ลูกหลานชาวปราจีนบุรีโดยกำเนิด ปัจจุบันเธอเป็นผู้บริหารโรงงานบูรพาพืชผล ประกอบธุรกิจด้านการเกษตรและแปรรูปผลผลิต
ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมืองคือ “อาแหลม” สุนทร คมคาย อดีตผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 พรรคส้ม ซึ่งอาแหลมยังสอนกลยุทธ์การลงพื้นที่ให้เธอ
“ลูกแก้ว” ศิริรัตน์ ศิริรักษ์ พรรคประชาชน จะพ่ายบ้านใหญ่สีน้ำเงิน ชยุต ภุมมะกาญจนะ ที่โหนกระแสชาตินิยมได้เป็น สส.อีกสมัย
สำหรับเลือกตั้งหนหน้า พรรคส้มกำลังเก็บเกี่ยวความไม่พอใจของชาวบ้านต่อวิกฤตสิ่งแวดล้อมใน อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.ประจันตคาม เพื่อแปรเป็นชัยชนะในวันหน้า
สะเทือนบ้านใหญ่ “น้ำเงิน”
กว่า 20 ปีมานี้ บ้านใหญ่ปราจีนบุรี 2 ตระกูลคือ “วิลาวัลย์” และ “ภุมมะกาญจนะ” ได้แบ่งพื้นที่เลือกตั้งชัดเจน
ตระกูลวิลาวัลย์ จะยึดกุมฐานเสียง อ.เมืองปราจีนบุรี, อ.บ้านสร้าง, อ.กบินทร์บุรี และอ.นาดี
ตระกูลภุมมะกาญจนะ จะดูแลพื้นที่ อ.ประจันตคาม, อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.ศรีมโหสถ
“สส.ต่าย” ชยุต เป็นลูกชาย สมาน ภุมมะกาญจนะ อดีต สส.ปราจีนบุรี 8 สมัย และอดีต รมช.อุตสาหกรรม
ปี 2548 ทั้งชยุต ภุมมะกาญจนะ และกนกวรรณ วิลาวัลย์ ลูกสาวโกทร สวมเสื้อไทยรักไทย และได้เป็น สส.ปราจีนบุรี ทั้งคู่
หลังรัฐประหาร 2549 ทางตระกูลวิลาวัลย์ ย้ายไปพรรคมัชฌิมาธิปไตย ส่วนตระกูลภุมมะกาญจนะ อยู่พรรคพลังประชาชน
ปี 2554 เนวิน ชิดชอบ มอบให้โกทร ดูแลพื้นที่ปราจีนบุรี ในสีเสื้อภูมิใจไทย ส่วนชยุต ย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา
ปี 2562 เนวิน ชิดชอบ เจรจาให้บ้านใหญ่ 2 ตระกูลคือ วิลาวัลย์ และภุมมะกาญจนะ มาสวมเสื้อสีเดียวกัน และได้รับเลือกยกจังหวัด
ปรากฏการณ์ “น้ำสีรุ้ง” ใน อ.ศรีมหาโพธิ กำลังเขย่าฐานการเมือง “บ้านใหญ่สีน้ำเงิน” และตระกูล “ภุมมะกาญจนะ” ตกอยู่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงทันที
พรรคสีส้มเมืองปราจีนฯ จึงรุกขยายผล “น้ำสีรุ้ง” โยงถึงหัวคะแนนบ้านใหญ่และทุนจีน ปลุกประชาชนปลดแอก “จีนบุรี” กอบกู้เมืองเกษตรกรรมกลับคืนมา




