การเปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วยคลายกังวลอุปทานพลังงาน กดดันราคาน้ำมันและค่าการกลั่น ขณะที่ค่าระวางเรือยังพุ่งรับไฮซีซั่น ด้านบัวหลวงยังชู IVL และ PTTGC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มปิโตรเคมี แม้ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
KEY POINTS
- กลุ่มพลังงานเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจกดดันราคาน้ำมันและค่าการกลั่นหากเปิดทำการได้ แต่ความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นก็สามารถผลักดันราคาให้สูงขึ้นได้เช่นกัน โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น ขณะที่ค่าการกลั่นลดลง
- หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี เช่น IVL และ PTTGC ยังคงเป็นที่น่าสนใจในมุมมองของนักวิเคราะห์ เนื่องจากคาดว่าส่วนต่างราคาจะทรงตัวในระดับสูง และมองว่าราคาที่อ่อนตัวเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ แม้ว่าล่าสุดส่วนต่างราคาจะปรับลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
- กลุ่มเดินเรือมีแนวโน้มเชิงบวกจากค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งดัชนีเรือเทกอง (BDI) ที่เพิ่มขึ้น 11% และดัชนีเรือคอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้น 2% จากอุปสงค์ที่ตึงตัวในช่วงไฮซีซั่น ทำให้เกิดโอกาสในการเก็งกำไร
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งอย่างเปราะบาง หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีแนวโน้มช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ส่งผลกดดันราคาน้ำมันและค่าการกลั่น ซึ่งอาจกระทบต่อหุ้นกลุ่มต้นน้ำด้านน้ำมันและก๊าซ รวมถึงหุ้นโรงกลั่น
อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจกระทบอุปทานพลังงานและผลักดันให้ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวสูงขึ้น
ด้านการขนส่งทางเรือ อุปสงค์ในช่วงไฮซีซั่นทำให้สมดุลอุปสงค์และอุปทานตึงตัวมากขึ้น ส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้นในระยะสั้น และอาจเป็นโอกาสในการเก็งกำไรหุ้นกลุ่มเดินเรือ
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ยังคงชอบหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี ได้แก่ IVL และ PTTGC เนื่องจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงอีกหลายเดือนข้างหน้า และมองว่าหากราคาหุ้นอ่อนตัว จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.32 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล WoW มาอยู่ที่ 68.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ อาจส่งผลต่ออุปทาน หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
ค่าการกลั่นปรับลดลง
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ (Singapore GRM) ลดลง 0.28 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล WoW มาอยู่ที่ 20.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยหลักมาจากอุปสงค์ในเอเชียที่ชะลอตัวและอุปทานที่เพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันเตาปรับลดลง ขณะที่การระงับการส่งออกของรัสเซียและสต็อกน้ำมันในสหรัฐฯ ที่ลดลง ส่งผลให้ส่วนต่างราคาน้ำมันเครื่องบินและดีเซลปรับเพิ่มขึ้น
ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีลดลง
แม้ราคาปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีกลับลดลง เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบแนฟทาเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาผลิตภัณฑ์
· เอทิลีน เหลือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน
· โพรพิลีน เหลือ 195 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน
· HDPE เหลือ 445 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน
· PP เหลือ 375 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน
ราคาถ่านหินทรงตัว
ดัชนี Newcastle Export Index (NEX) ทรงตัวที่ 130.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ท่ามกลางอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ยังแข็งแกร่ง
ค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) เพิ่มขึ้น 295 จุด หรือ 11% WoW มาอยู่ที่ 2,879 จุด โดยทุกดัชนีย่อยปรับตัวขึ้น ได้แก่
· Capesize +20% อยู่ที่ 4,505 จุด
· Panamax +3% อยู่ที่ 2,239 จุด
· Supramax +1% อยู่ที่ 1,689 จุด ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของผู้ประกอบการเรือเทกองไทย เช่น PSL และ TTA
ขณะที่ดัชนี World Container Index เพิ่มขึ้น 2% WoW มาอยู่ที่ 4,639 จุด สะท้อนค่าระวางเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังปรับตัวสูงขึ้น และเป็นดัชนีอ้างอิงสำคัญของ RCL
ที่มา: บทวิเคราะห์ Commodities Tracker : BLS Research ฉบับวันที่ 14 กรกฎาคม 2569





