วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ลั่นกลองพร้อม ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ #AM 2026 Thailand

เดือนหน้าที่จะถึงนี้แล้วนะคะ ในช่วงวันที่ 12-18 ต.ค 2569 ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก

หรือ The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group: AM 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (ศูนย์ประชุมฯ)  โดยคาดว่าจะต้อนรับผู้แทนมากกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักวิชาการ ผู้บริหารสถาบันการเงินจากทั่วโลก จึงเป็นการประชุมด้านเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญที่สุด

ความหมายของการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ได้เพียงจำนวนผู้เข้าร่วม หรือรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงการประชุมเท่านั้นนะคะ สิ่งที่สำคัญกว่า คือ โอกาสที่ไทยจะนำเสนอประสบการณ์ แนวคิด และทิศทางการพัฒนาต่อประชาคมโลก พร้อมเปลี่ยนการประชุมระดับนานาชาติให้เป็นประโยชน์ของคนไทยต่อไปค่ะ

จุดเริ่มต้น .. ที่มาของ IMF และ World Bank

IMF และ IBRD (International Bank for Reconstruction and Development) ซึ่งต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ถือกำเนิดจากการประชุมที่เมืองเบรตตันวูดส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อ ก.ค. 2487

โดยผู้แทนจาก 44 ประเทศร่วมกันออกแบบระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ป้องกันความปั่นป่วนทางการเงิน และสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในระยะยาว

IMF มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมเสถียรภาพของระบบการเงินระหว่างประเทศ เฝ้าระวังภาวะเศรษฐกิจ ให้ความช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหาดุลการชำระเงิน และสนับสนุนองค์ความรู้ด้านนโยบาย ขณะที่กลุ่มธนาคารโลกมุ่งลดความยากจน ส่งเสริมความมั่งคั่งร่วม และสนับสนุนการพัฒนาผ่านเงินทุน คำแนะนำเชิงนโยบาย และความช่วยเหลือทางวิชาการ

เหตุผลที่ประเทศไทยได้รับเกียรติอีกครั้ง

โดยธรรมเนียม การประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลกจะจัดที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สองปีติดต่อกัน และในปีที่สามจะหมุนเวียนไปยังประเทศสมาชิก เพื่อเปิดโอกาสให้ภูมิภาคต่าง ๆ มีส่วนร่วมกับประชาคมเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น 

ไทยเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 2534 ณ ศูนย์ประชุมฯ ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมดังกล่าวโดยเฉพาะ การกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในปี 2569 หลังจากผ่านไป 35 ปี จึงสะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพ โดยไทยเป็นเพียงประเทศที่สามนอกสหรัฐอเมริกาที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพมากกว่าหนึ่งครั้ง

กทม. มีความพร้อมหลายด้าน ทั้งทำเลที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค การเชื่อมต่อระบบคมนาคม ที่พักและบริการสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ตลอดจนศูนย์ประชุมฯ ที่ได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ วัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว

และการต้อนรับแบบไทยยังช่วยเสริมเอกลักษณ์การจัดงาน ตลอดจนบทบาทการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการหารือระหว่างประเทศในโลกที่มีความแตกต่างและซับซ้อนมากขึ้น

การเตรียมความพร้อมในฐานะ “เจ้าภาพของคนไทยทุกคน”

รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติและคณะอนุกรรมการเพื่อดูแลการเตรียมงานอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะอนุกรรมการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านสารัตถะ เพื่อดูแลและขับเคลื่อนแนวคิดหลักของการประชุม (2) ด้านพิธีการและการอำนวยการ เพื่อบริหารจัดการพิธีการ การต้อนรับและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้แทนกว่า 15,000 คน จากทั่วโลก เพื่อให้การจัดงานราบรื่นและสร้างความประทับใจ

และ (3) ด้านการรักษาความปลอดภัย การจราจร และการสาธารณสุข โดยวางแผนและดำเนินงานรักษาความปลอดภัย รวมถึงบริหารจัดการการจราจรและบริการสาธารณสุขเพื่อความมั่นใจของผู้เข้าร่วมประชุม

กระทรวงการคลังและ ธปท. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับ IMF กับ กลุ่มธนาคารโลก และหน่วยงานภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชน ชุมชน เยาวชน สถาบันการศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคมได้รับการเชิญชวนให้เข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมต่อเนื่อง เพื่อทำให้ AM 2026 มิใช่การประชุมของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเวทีที่สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยโดยรวม

แนวคิดหลักของการประชุม

หัวใจของการเป็นเจ้าภาพอยู่ภายใต้แนวคิด“Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย การเสริมพลังประชาชนและสร้างภูมิคุ้มกัน” สื่อถึงการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

เพื่อให้มีศักยภาพในการรับมือความท้าทายต่างๆ ได้ ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์  การแบ่งขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโครงสร้างประชากร

หนึ่งในสาระสำคัญ คือ แนวคิด Safe and Inclusive Digital Finance หรือ SIDF ซึ่งมุ่งสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ “ปลอดภัยและทั่วถึง” และการบรรลุ “Bangkok Blueprint” ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นผลผลิตสำคัญของการประชุมครั้งนี้

ภายใต้ความร่วมมือกับ IMF และ World Bank เพื่อใช้เป็นกรอบนโยบายเชิงหลักการ (principle-based) ในการรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพระบบการเงิน 

สำหรับรายละเอียดการประชุม ทางผู้เขียนจะนำเสนอในโอกาสต่อไปนะคะ

ประโยชน์ที่ต้องส่งต่อถึงคนไทย

ในระยะสั้น การต้อนรับผู้แทนมากกว่า 15,000 คนจะกระตุ้นกิจกรรมในภาคโรงแรม อาหาร การเดินทาง การท่องเที่ยว การจัดประชุม และธุรกิจบริการ ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้สินค้า อาหาร งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาชุมชนได้รับการนำเสนอสู่สายตานานาชาติ ภายใต้แนวคิดเชื่อมโยงชุมชนไทยจาก “Local to Global”

ในระยะกลาง ไทยจะได้รับประโยชน์จากการยกระดับมาตรฐานการจัดงาน ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บุคลากร และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันระหว่างประเทศ ภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะศูนย์กลางการประชุม การลงทุน และบริการระดับภูมิภาคจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น และอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และการจ้างงานใหม่ ๆ

ในระยะยาว ประโยชน์ที่สำคัญที่สุด คือ การต่อยอดแนวคิดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย โดยเฉพาะการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย การลดภัยหลอกลวงทางการเงิน ตลอดจนการเสริมความพร้อมของประเทศต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความสำเร็จของ AM 2026 จึงมิได้ถูกวัดเฉพาะความเรียบร้อยของพิธีการ หรือจำนวนผู้แทนที่เดินทางมาประเทศไทย แต่วัดจากสิ่งที่ยังคงอยู่หลังการประชุม ทั้งความรู้ เครือข่าย ความเชื่อมั่น มาตรฐานที่ดีขึ้น โอกาสของประชาชน และการต่อยอดผลผลิตจากการประชุมครั้งนี้ เพื่อที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจการเงินมีความเข้มแข็ง เป็นธรรม และพร้อมรับอนาคต

การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะเปิดบ้านต้อนรับโลก ได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ เสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่เป็น soft power ที่หลากหลาย และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ได้ปรากฏสู่สายตานานาชาติ

รวมทั้งยังสามารถนำเสนอวิสัยทัศน์การ “เสริมพลังประชาชน” และ “สร้างภูมิคุ้มกัน” ทางเศรษฐกิจและการเงิน และต่อยอด “Bangkok Blueprint” สู่ระดับสากลต่อไปด้วยค่ะ

บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด