วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ความเชื่อมั่น EEC ที่หายไปจากไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน

กว่า 8 ปี นับจากจุดเริ่มต้นเมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ออกประกาศเชิญชวนร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2561 ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

    ที่วางแผนให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์หลักของไทยแห่งที่ 3 และเชื่อมต่อกันด้วยรถไฟความเร็วสูง การประมูลมาได้ข้อสรุปในอีก 1 ปี หลังจากมีการหารือข้อเสนอซอง 4 ที่เป็นข้อเสนอเพิ่มเติมของบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) อย่างเข้มข้น
    ในช่วง 8 ปี ที่ผ่านมาเอกชนผู้ชนะการประมูลได้ยืนยันอย่างหนักแน่นต่อการผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่ระหว่างทางมีประเด็นให้เกิดข้อเจรจาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ข้อเสนอซอง 4 เมื่อปี 2561 ที่กลุ่มซีพีกลับยื่นขอหลักประกันกำไร รวมถึงขอปรับรูปแบบรัฐจ่ายเงินอุดหนุนที่ทีโออาร์กำหนดจ่ายปีที่ 5 หรือจ่ายเมื่อเริ่มเดินรถ ซึ่งถูกปัดตกไปก่อนจะลงนามในปี 2562 แต่ข้อเสนอนี้ถูกยกมาอีกครั้งในรูปแบบการเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการเยียวยาผลกระทบโควิด-19

    การเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนยืดเยื้อตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 มาถึงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน, รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร, รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล 1 มาถึงรัฐบาลนายอนุทิน 2 ซึ่งการเจรจาที่ยืดเยื้อส่วนหนึ่งมาจากเสียงคัดค้านของหลายหน่วยงานถึงการแก้รูปแบบการจ่ายเงินอุดหนุนตั้งแต่ปีแรกจะขัดหลักการร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนและเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการก่อสร้างไปก่อนเพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณรัฐ
    เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่แห่งแรกของประเทศไทยที่กฎหมายเฉพาะ โดยมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 ที่มาพร้อมความคาดหวังให้เป็นส่วนหนึ่งที่จะยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ซึ่งจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่จะสนับสนุนให้ EEC เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเป้าหมาย การท่องเที่ยวรายได้สูง การพัฒนาเมืองน่าอยู่และการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการเลิกสัญญา การประมูลใหม่ หรือการปรับมาใช้รถไฟทางคู่ เพราะไม่ใช่แค่โครงการนี้ที่ล่าช้า แต่โครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการล่าช้าทั้งการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยาน โดยความล่าช้าที่เกิดขึ้นต่างบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อ EEC อย่างต่อเนื่อง