จากอุบัติการณ์โลกร้อนกลายมาเป็นโลกเดือดที่เราปล่อยวางต่อไปไม่ได้แล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเมื่อเดือนกันยายน 2569 คือ สภาพน้ำป่าและดินถล่มขนาดใหญ่ที่ชายแดนเนปาล-ทิเบต(จีน)
การแก้ปัญหาโลกเดือดนี้ทำได้ตั้งแต่สเกลขนาดใหญ่ระดับโรงงาน การใช้พลังงาน การขนส่งจราจร โรงไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมการเกษตร ฯลฯ ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ ที่อาศัยมวลชนเป็นคนช่วยกันแก้
เช่น การเดินเท้าและการใช้จักรยานในวิถีชีวิตประจำวัน ที่ปัจจุบันเป็นกระแสหลักทั่วโลก ถึงขนาดมีวันจักรยานโลก World Bicycle Day ขององค์การสหประชาชาติ แล้ว
เมื่อพูดถึงการเดินเท้า อย่างไรเสียก็ต้องมีการข้ามถนน และนี่คือปัญหาความปลอดภัย รวมทั้งข้อเสนอ ที่จะพูดถึงในวันนี้
ทางม้าลาย ระบบแรกที่ออกแบบมาให้ข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย
จากการเดินทางด้วยเท้าในสมัยก่อน ได้พัฒนามาเป็นการใช้ม้าเป็นพาหนะ แล้วขยับมาเป็นรถม้า จนกลายมาเป็นรถยนต์ที่ทำความเร็วได้มากกว่าม้าและคนเดิน เมื่อถึงจุดนั้นก็เริ่มมีอุบัติเหตุชนกัน จึงได้พัฒนาเป็นระบบทางม้าลาย กำหนดให้คนข้ามถนนเฉพาะตรงจุดนี้ เพื่อความปลอดภัย
ทางออกนี้ฟังดูสมเหตุสมผลและสากลที่สุด ไม่ว่าประเทศใดก็มีระบบนี้ใช้ ทุกคนจะรู้กติกาสังคมนี้เท่ากันและใช้ประโยชน์ถนนร่วมกันโดยไม่ขัดแย้งกัน
ทว่าในความเป็นจริง วินัยการจราจรและวัฒนธรรมการหยุดรถให้คนข้ามถนนในบางประเทศ โดยเฉพาะที่บ้านเรา ยังเป็นปัญหาใหญ่ ผู้ขับรถมากมายไม่ยอมจอดหรือหยุดให้คนข้ามทางม้าลาย การข้ามทางม้าลายโดยเฉพาะบนถนนหลายช่องทางจึงเต็มไปด้วยความเสี่ยงสูง ไม่ปลอดภัยแก่ผู้เดินเท้าอย่างที่รู้กันอยู่
สะพานลอยเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริงในทุกบริบทไหม
จากปัญหาความไม่ปลอดภัยนั้น สะพานลอยข้ามถนนเป็นทางเลือกใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ แต่ในความจริงสะพานลอยกลับปลอดภัยเฉพาะกับคนที่ร่างกายแข็งแรง มีกำลังขามากพอจะเดินขึ้นบันไดสูงชันหลายสิบขั้นเท่านั้น
ประเทศไทยนับวันจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น ๆ จาก aging society เดิม มาเป็น aged และ super aged society ในปัจจุบัน เมื่อรวมกับผู้พิการ คนเจ็บป่วย ตลอดจนคนที่เดินทางพร้อมสัมภาระหนักหรือรถเข็นเด็กแล้ว สะพานลอยกลับกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ ทำให้ทางเลือกนี้ใช้ไม่ได้จริงในทุกบริบทของทุกสังคม
กลับมาที่ทางม้าลายอีกครั้ง
กระแสสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนได้มาแรงมากขึ้นในหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงมีเสียงเรียกร้องว่าทำไมต้องไปอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถยนต์เท่านั้น ทุกคนมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ถนนเท่ากัน ถนนควรต้องออกแบบมาให้สำหรับคนใช้เดินทาง ไม่ใช่ให้รถยนต์เป็นใหญ่
จึงมีแนวคิดและเสียงเรียกร้องให้ทำทางม้าลายให้มากขึ้นและปลอดภัยขึ้น เช่น โดยการติดตั้งสัญญาณจราจร เนินลูกระนาด ทาสีสะท้อนแสง บีบเลนถนนให้แคบลงเพื่อชะลอความเร็วรถ (หลายประเทศนิยมใช้มาตรการนี้) หรืออะไรก็ตามแต่ รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้น เช่น การใชักล้องตรวจจับผู้กระทำผิด
ผลกระทบที่ตามมาหากทำตามเสียงเรียกร้องนั้น
หากมองอย่างเอาข้อมูลจริงมาวิเคราะห์และไม่โลกสวยแบบสุดกู่ ในมุมงบประมาณการเลิกสร้างสะพานลอยแล้วเปลี่ยนมาใช้ทางม้าลาย ย่อมประหยัดเงินแผ่นดินได้มาก ทว่า ในโลกความเป็นจริง ของถูกในวันนี้จะกลายเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายมหาศาลในวันหน้าก็ได้
คำอธิบาย คือ การบังคับให้รถทุกคันต้องหยุดที่ทางม้าลาย รวมทั้งต้องรอสัญญาณไฟที่ทางม้าลายบนถนนสายหลักที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น จะส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ดังนี้ …..
1. จราจรติดขัดสะสม แถวรถที่สะสมยาวขึ้นทำให้การเดินทางล่าช้าทั้งระบบ
2. สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ เวลาของคนทำงาน วงรอบการขนส่งสินค้า และระบบขนส่งสาธารณะที่ช้าลง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจระดับประเทศปีละมหาศาล
3. มลพิษและพลังงาน รถที่จอดติดเครื่องนิ่งๆ เผาผลาญน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ และสร้าง PM2.5 เพิ่มขึ้นด้วย
4. อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ดังเหตุการณ์รถเมล์และรถอื่นๆ จอดขวางทางรถไฟเพราะจราจรติดขัด จนรถไฟเบรคไม่อยู่และชนกันจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย
ทางออกที่ตอบได้ทุกโจทย์คืออะไร
ทางออกที่ขอเสนอคือจัดให้มีลิฟต์และ/หรือบันไดเลื่อนที่สะพานลอยที่มีการใช้งานมากและอยู่ติดกับถนนที่มีจราจรคับคั่ง อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการประหยัดค่าดำเนินการและบำรุงรักษาก็ควรมีบันไดขึ้นลงแบบปกติ ให้คนที่แข็งแรงพอใช้เดินขึ้นลงได้อยู่อีกด้านหนึ่ง
ผู้เขียนเคยเห็นมาตรการนี้ที่ทูร์เคีย (ตุรกีเดิม) และได้ถ่ายภาพนี้เอาไว้ (ภาพประกอบ) หากทูร์เคียทำได้ เราก็ต้องทำได้
การติดตั้งลิฟต์และ/หรือบันไดเลื่อนบริเวณสะพานลอยไม่ใช่ความหรูหรา แต่เป็นความใส่ใจและความรับผิดชอบของโครงสร้างพื้นฐานเมือง ด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้ …..
1.สร้างความเท่าเทียมในการเดินทาง (universal design) ลิฟต์และ/หรือบันไดเลื่อนช่วยให้คนทุกกลุ่มไม่ว่าจะแข็งแรง สูงวัย หรือมีความเจ็บป่วยทางร่างกาย สามารถข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน
2.แก้ปัญหาจราจรและความปลอดภัยไปพร้อมกัน สะพานลอยที่มีลิฟต์และ/หรือบันไดเลื่อน คือ จุดเขื่อมต่อที่ประนีประนอมที่สุด ระหว่างความปลอดภัยของคนเดินเท้าข้ามถนนกับการระบายจราจร
3.ประหยัดงบประมาณด้านการรักษาพยาบาล ปีหนึ่งๆ มีคนข้ามถนนแล้วโดนรถชนที่ทางม้าลายมีมากจนไม่จำเป็นต้องเอาสถิติข้อมูลมายืนยัน ถ้าเราสามารถขจัดอุบัติเหตุนี้ได้เบ็ดเสร็จรัฐก็ไม่ต้องเสียงบประมาณมากมายต่อปีมาดูแลคนเหล่านี้
4.ลดภาระงานหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะที่ห้องฉุกเฉิน ให้บุคคลากรเหล่านั้นมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น มีสภาพกายและจิตใจพร้อมที่จะไปดูแลคนอื่นได้ดีขึ้น
5.ลดปัญหาทางสังคม หากคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากข้ามถนน คนเหล่านั้นต้องเสียเวลาในการรักษาพยาบาล ทำให้สูญเสียรายได้ ปัญหาจะรุนแรงมากขึ้นหากผู้นั้นเป็นกำลังหลักหรือหัวหน้าครอบครัว
6.ไหลลื่นทั้งสองฝั่ง ทุกคน ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย 100% ในขณะที่การจราจรบนถนนเบื้องล่างยังคงเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ไม่สะดุดเท่ากับที่ต้องมาติดอยู่ที่ทางม้าลาย
7.ประหยัดเวลารวมของเมือง แม้เมืองจะเสียเงินสร้างลิฟต์/บันไดเลื่อน แต่ที่ได้คืนมา คือ เวลาและความคล่องตัวของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
8.จัดสรรประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ การติดตั้งและบำรุงรักษาลิฟต์/บันไดเลื่อนมีราคาสูง ไม่จำเป็นต้องสร้างทุกจุด ควรเน้นติดตั้งในจุดที่มีความจำเป็นสูงก่อน เช่น หน้าโรงพยาบาล เขตชุมชนผู้สูงอายุ สถานีขนส่ง หรือพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น แล้วค่อยขยับขยายไปยังที่อื่นต่อไป
เมืองไทยมีแล้วทั้งลิฟต์และบันไดเลื่อน
เมืองไทยมีสิ่งที่ว่านี้แล้วที่สถานีรถไฟไฟฟ้า (electric train) ทุกแห่ง สิ่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่ทำไม่ได้ ความแตกต่างของกรณีรถไฟไฟฟ้ากับข้อเสนอนี้คือที่สถานีรถไฟไฟฟ้าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารเพื่อเพิ่มปริมาณลูกค้าและรายได้
แต่ในกรณีตามข้อเสนอนี้ หากเรามองเหตุผลและข้อดีในหลายมิติที่กล่าวมาข้างต้น เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าแม้เราไม่ได้เพิ่มรายได้จากการนี้ แต่เราสามารถลดรายจ่ายได้มากมาย ซึ่งนั่นเป็นข้อดีทางการเงินที่ไม่มีใครปฏิเสธได้
การออกแบบเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
การออกแบบเมืองที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การเพิ่มลิฟต์/บันไดเลื่อนที่สะพานลอย คือหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บริหารเมืองในการสร้างความปลอดภัยที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง การมีสะพานลอยที่มีลิฟต์/บันไดเลื่อน ไม่ใช่เรื่องความใจดีต่อผู้สูงวัยหรือผู้พิการ แต่คือการลงทุนทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าของเมือง
การบริหารเมืองไม่ใช่การเลือกที่ราคาถูกที่สุด แต่ต้องเป็นการเลือกที่คุ้มค่าที่สุด สะพานลอยพร้อมลิฟต์/บันไดเลื่อนในจุดสำคัญเป็นจุดประสานที่ลงตัวที่สุดระหว่างความปลอดภัยของผู้บริสุทธิ์บนริมฟุตบาท กับความรวดเร็วของระบบเศรษฐกิจบนท้องถนน





