วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปลี่ยนคนประมูลคลื่น เปลี่ยนอนาคตทีวี?

คนดูทีวีอาจไม่เคยสนใจว่าใครถือใบอนุญาตใช้คลื่น ใครเป็นเจ้าของเสาส่ง หรือช่องที่เปิดดูทุกวันจ่ายค่าออกอากาศอย่างไร

ขอเพียงเปิดแล้วดูได้ ภาพชัด มีข่าวและรายการที่อยากดู ก็น่าจะพอ แต่เรื่องหลังจอเหล่านี้กำลังถูกทบทวน และอาจกำหนดว่าต่อไปเราจะมีช่องอะไรให้เลือกดูบ้าง

ในการประชุม กสทช. วันที่ 21 ตุลาคม 2569 มีการหารือแนวคิดเปลี่ยนผู้เข้าประมูลคลื่นทีวีดิจิทัล จากผู้ประกอบการช่องรายการมาเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือ “MUX” ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยให้สำนักงานศึกษาเปรียบเทียบเพิ่มเติม

MUX คืออะไร อธิบายง่ายๆ ว่า ช่องรายการจะจัดหาข่าว ละคร กีฬา และรายการต่างๆ 

ส่วน MUX รวมสัญญาณจากหลายช่อง แล้วส่งผ่านโครงข่ายเสาส่งไปยังบ้านที่รับชมทีวีดิจิทัลผ่านเสาอากาศ หนึ่งโครงข่ายจึงส่งได้หลายช่องรายการ

ระบบเดิมให้ช่องรายการเข้าประมูลรับสิทธิ แล้วไปจ่ายค่าใช้บริการโครงข่ายอีกส่วนหนึ่ง ส่วนแนวคิดใหม่จะให้ฝ่ายโครงข่ายเข้าประมูล และให้ช่องรายการเข้ามาใช้บริการส่งสัญญาณ

ข้อเสนอนี้มีเหตุผลให้พิจารณา เพราะผู้บริหารการส่งสัญญาณและการใช้คลื่นในทางเทคนิคคือฝ่ายโครงข่าย การให้สิทธิใช้คลื่นกับความรับผิดชอบด้านโครงข่ายสัมพันธ์กันมากขึ้น อาจช่วยให้การจัดระบบชัดเจน และลดภาระเงินก้อนที่ช่องรายการต้องเตรียมก่อนเริ่มธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม บทบาททางเทคนิคกับสิทธิตามกฎหมายต้องตรวจให้ตรงกัน การให้ MUX ประมูลจึงต้องตอบต่อว่า ช่องรายการจะได้รับใบอนุญาตแบบใด มีสิทธิและหน้าที่อะไร

สิทธิหารายได้จากโฆษณามีฐานอยู่ใน พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 กิจการที่ไม่ใช้คลื่นสามารถหารายได้จากโฆษณาได้

แต่หากเปลี่ยนสถานะของช่อง ก็ต้องตรวจว่าเงื่อนไขใดจะใช้กับช่องในระบบใหม่ จะถือว่าหารายได้ภายใต้เงื่อนไขเดิมได้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติไม่ได้

เรื่องนี้ต้องชัดก่อนคำนวณว่าระบบใหม่จะช่วยธุรกิจได้เพียงใด หากข้อเสนอส่วนใดติดข้อจำกัดใน พ.ร.บ. ก็ต้องแก้กฎหมายให้รองรับ การออกประกาศต้องอยู่ภายในอำนาจที่กฎหมายให้ไว้

อีกคำถามคือ เปลี่ยนคนประมูลแล้วต้นทุนจะลดจริงหรือไม่?

หากผู้ให้บริการโครงข่ายจ่ายค่าประมูล แล้วนำภาระนั้นมารวมในค่าเช่าที่เรียกเก็บจากช่อง เงินที่ช่องไม่ต้องจ่ายตรงให้รัฐก็อาจกลับมาอยู่ในใบเรียกเก็บค่าบริการ การประเมินจึงต้องดูยอดจ่ายตลอดอายุใบอนุญาต รวมถึงเงื่อนไขการปรับราคาในอนาคต

ยังต้องคิดต่อว่า หากมีช่องเข้ามาใช้บริการน้อยกว่าที่คาด ใครจะรับภาระความจุที่ว่างอยู่ ผู้ให้บริการโครงข่ายจะรับความเสี่ยงเอง หรือเรียกเก็บจากช่องที่เหลือมากขึ้น เรื่องเหล่านี้มีผลต่อค่าใช้จ่ายจริงพอๆ กับราคาประมูล

สำหรับช่องทีวีที่กำลังรอแผนอนาคต หรือ Roadmap ความชัดเจนเหล่านี้จำเป็นต่อการตัดสินใจวันนี้ จะลงทุนทำละคร ซื้อสิทธิถ่ายทอดกีฬา หรือจ้างทีมข่าวเพิ่ม ล้วนต้องประเมินว่าจะประกอบกิจการต่อได้ภายใต้กติกาอะไร มีต้นทุนและเงื่อนไขหารายได้อย่างไร หากยังไม่รู้ ก็ยากจะวางแผนลงทุนระยะยาว

Roadmap ที่ใช้วางแผนได้ควรบอกว่าเรื่องใดตัดสินใจแล้ว เรื่องใดยังต้องศึกษา และจะได้คำตอบเมื่อใด

บางประเด็นอาจต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ควรมีขั้นตอนและกำหนดเวลาที่ติดตามได้ พร้อมเปิดข้อมูลให้ช่องเดิม ผู้สนใจรายใหม่ และประชาชนเห็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจ

ความชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมตัว และลดการคาดเดาว่ากติกาจะออกมาอย่างไร

ช่องเองก็ต้องเตรียมทางเลือกทางธุรกิจควบคู่กัน การรอกติกาจากรัฐไม่ควรทำให้หยุดปรับรายการและช่องทางเผยแพร่

เพราะแม้ต้นทุนการออกอากาศจะลดลง ก็ยังต้องทำเนื้อหาให้คนเลือกดูและผู้ลงโฆษณาเห็นคุณค่า

ส่วนคนดูมีเหตุผลต้องสนใจการเปลี่ยนนี้ เพราะค่าใช้จ่ายและกติกาหลังจออาจย้อนมากำหนดสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ

หากช่องเล็กหรือผู้ประกอบการรายใหม่มีรายการดี แต่เข้าถึงโครงข่ายไม่ได้ เราก็อาจเสียโอกาสเห็นรายการนั้น หากโครงข่ายมีความจุจำกัด ต้องรู้ว่าใครเลือกช่องที่จะได้ออกอากาศ ใช้เกณฑ์อะไร และมีช่องทางโต้แย้งเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่

ยิ่งกรณีผู้ให้บริการโครงข่ายมีช่องรายการในเครือ ต้องมีกติกาป้องกันการเอื้อช่องของตนเอง ทั้งเรื่องราคา คุณภาพสัญญาณ และการจัดสรรความจุ การลดอุปสรรคจากการประมูลของช่องจะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อการเข้าใช้โครงข่ายเป็นธรรมด้วย

ขณะเดียวกัน ต้องวางแผนให้การเปลี่ยนผ่านไม่กระทบการรับชม โดยเฉพาะบ้านที่ยังพึ่งเสาอากาศ หากจำเป็นต้องปรับอุปกรณ์หรือจูนช่องใหม่ ต้องแจ้งล่วงหน้าและช่วยให้ประชาชนทำตามได้ โดยคำนึงถึงผู้สูงอายุและคนที่ไม่สะดวกค้นหาวิธีแก้ปัญหาทางอินเทอร์เน็ต

การทบทวนวิธีประมูลครั้งนี้จึงเป็นโอกาสตรวจว่ากติกาที่ออกแบบไว้เดิมยังเหมาะกับวันนี้เพียงใด และควรจัดสิทธิใช้คลื่น โครงข่าย ช่องรายการ และการหารายได้ให้สัมพันธ์กันอย่างไร

ก่อนตัดสินว่าระบบใหม่ดีกว่า ควรเปิดผลเปรียบเทียบให้เห็นว่าต้นทุนลดตรงไหน การแข่งขันเพิ่มอย่างไร และประชาชนได้รับประโยชน์อะไร ความชัดเจนนี้ช่วยให้ช่องวางแผนลงทุนได้ และทำให้สังคมตรวจสอบเหตุผลของการตัดสินใจได้ด้วย

คนดูอาจไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครชนะประมูล แต่ควรรู้ว่ากติกาใหม่จะทำให้เปิดทีวีแล้วได้ดูอะไรดีขึ้น

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียน โดยพิจารณาจากข้อมูลสาธารณะ ข้อเสนอให้ MUX เป็นผู้ประมูลยังอยู่ระหว่างการศึกษา