วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

วาง Position ของ Data Center เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว

Data center เป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกถกเถียงมากที่สุดในช่วงนี้ ฝ่ายที่เห็นด้วยมาพร้อมกับสรรพคุณนานัปการของมัน ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

บทความนี้พาสำรวจงานวิจัยในอดีตว่า Data Center สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด และไทยจะเดินเกมอย่างไรเพื่อให้ Data Center ตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศ

การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ความต้องการ Data Center หรือศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ศูนย์ข้อมูลทำหน้าที่จัดเก็บ ประมวลผล บริหารจัดการ และส่งต่อข้อมูล เพื่อให้บริการดิจิทัล แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การสร้างและบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ทั้งในด้านที่ดิน อาคาร เซิร์ฟเวอร์ ระบบประมวลผล ระบบทำความเย็น ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและน้ำ นำไปสู่คำถามว่า “แล้วประเทศไทยจะได้อะไร”

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจของ Data center มีลักษณะคล้ายคลังสินค้าขนาดใหญ่ คือใช้เงินลงทุนและพื้นที่มาก สร้างงานจำนวนมากในช่วงก่อสร้าง แต่เมื่อเปิดดำเนินงานแล้วกลับใช้แรงงานประจำไม่มากนัก 

U.S. Chamber of Commerce’s Technology Engagement Center ในปี 2560 ใช้ตัวคูณทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Input-Output Modeling System) ประเมินผลกระทบ 3 ส่วน ได้แก่ ผลกระทบทางตรงจากการก่อสร้างและดำเนินงาน ผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน และผลกระทบเหนี่ยวนำจากการใช้จ่ายของแรงงานที่ได้รับรายได้เพิ่มขึ้น

งานศึกษาพบว่า ในระยะก่อสร้างซึ่งใช้เวลา 18-24 เดือน ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่หนึ่งแห่งสร้างการจ้างงานในท้องถิ่นประมาณ 1,688 ตำแหน่ง สร้างค่าจ้าง 77.7 ล้านดอลลาร์ กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 243.5 ล้านดอลลาร์ และรายได้ภาษีของรัฐและท้องถิ่น 9.9 ล้านดอลลาร์

แต่เมื่อเข้าสู่ระยะดำเนินงาน ผลกระทบลดลงเกือบ 10 เท่า โดยเหลือการจ้างงานประมาณ 157 ตำแหน่ง ค่าจ้าง 7.8 ล้านดอลลาร์ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ 32.5 ล้านดอลลาร์ และรายได้ภาษี 1.1 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ข้อสรุปดังกล่าวสอดคล้องกับ PwC (2566) ประเมินว่าโครงการหนึ่งอาจสร้างงานก่อสร้าง 1,000-10,000 ตำแหน่ง แต่มีงานประจำเพียง 50-300 ตำแหน่ง ขณะที่งานศึกษาอื่นให้ผลในทิศทางเดียวกัน

กล่าวคือ ศูนย์ข้อมูลสร้างงานจำนวนมากในช่วงก่อสร้าง แต่ไม่ได้สร้างการจ้างงานด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในระยะยาวเสมอไป

อย่างไรก็ตาม ข้อค้นพบนี้ไม่ได้หมายความว่าศูนย์ข้อมูลไม่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพียงแต่เราไม่สามารถหวังว่าการมาของ Data Center จะสร้างการจ้างงานได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งไม่ได้ต่างจากโครงการหรืออุตสาหกรรมที่มีลักษณะใช้ทุนและเทคโนโลยีเข้มข้น

ดังนั้น การประเมินความคุ้มค่าของ Data Center ด้วยจำนวนงานจึงอาจไม่เป็นธรรมต่อคุณลักษณะของอุตสาหกรรมนี้

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือ จะทำอย่างไรให้ Data Center สามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี เช่น มาตรการ Local Content เพื่อการันตีว่าจะสามารถพ่วงผู้ประกอบการไทยไปกับการเติบโตของศูนย์ข้อมูล การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี การฝึกอบรมแรงงาน ตลอดจนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย 

ที่สำคัญคือ ศูนย์ข้อมูลสามารถดึงดูดธุรกิจด้านคลาวด์ AI และบริการดิจิทัลอื่น ให้เข้ามาตั้งหรือขยายกิจการในประเทศได้จริงหรือไม่

หากศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว นำเข้าอุปกรณ์เกือบทั้งหมด และมีความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทยเพียงเล็กน้อย ผลประโยชน์ที่หมุนเวียนอยู่ในเศรษฐกิจภายในประเทศก็ย่อมมีจำกัด

อย่างไรก็ตาม การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลด้วย โดยเฉพาะมาตรการ Local Content เพราะอาจกลายเป็นดาบสองคม

หากผู้ผลิตไทยยังไม่มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบมากพอ สินค้าและบริการในประเทศมีราคาสูงกว่า หรือไม่สามารถผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความเสถียรที่ศูนย์ข้อมูลต้องการ 

ข้อกำหนดนี้อาจเพิ่มต้นทุน ลดประสิทธิภาพของโครงการ และบั่นทอนความน่าดึงดูดของไทยในสายตานักลงทุน

ดังนั้น ภาครัฐควรส่งเสริมความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในประเทศและเปิดโอกาสให้เข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานไปพร้อมกัน

ด้วยเหตุนี้ บอร์ดดาต้าจึงไม่ควรทำหน้าที่เพียงวางมาตรฐานขั้นต่ำในการประกอบกิจกรรม Data Center แต่ต้องแสวงหาวิธีในการสร้างระบบนิเวศที่ ทำให้ประโยชน์จากการลงทุนเชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจและชุมชนในพื้นที่

นอกจากนั้น การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (ซึ่งรัฐจะเสียไปและไม่สามารถนำงบประมาณมาใช้ในโครงการอื่นๆ) ควรมาพร้อมกับข้อผูกพันที่วัดผลได้

เช่น การใช้ผู้ผลิตในประเทศ การพัฒนาทักษะแรงงาน การให้มหาวิทยาลัยและนักวิจัยไทยเข้าถึงทรัพยากรประมวลผล และการร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่โครงการจำเป็นต้องใช้

แนวคิดนี้จึงเปลี่ยนการเจรจาจากการดึงดูดโครงการเพียงโครงการหนึ่ง ไปสู่การใช้โครงการนั้นเป็นฐานในการสร้างคลัสเตอร์เทคโนโลยีและความมั่งคั่งในท้องถิ่น

ท้ายที่สุด โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่ว่าไทยควรหรือปฏิเสธศูนย์ข้อมูล แต่คือ เราจะออกแบบเงื่อนไขอย่างไรให้การลงทุนเหล่านี้สร้างประโยชน์ที่แท้จริงแก่เศรษฐกิจไทย และทำให้อาคารสี่เหลี่ยมขนาดมหึมาเป็นมากกว่าสถานที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์และระบบทำความเย็น

หากทำได้ ศูนย์ข้อมูลก็อาจเป็นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยีในระยะยาว แต่หากทำไม่ได้ ไทยอาจได้รับเพียงตัวเลขเงินลงทุนก้อนใหญ่ ขณะที่ผลประโยชน์ที่เหลืออยู่ในพื้นที่กลับมีไม่มากเท่าที่คาดหวัง

วาง Position ของ Data Center เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว